เมื่อวาน เวลา 02:00 • ปรัชญา
รู้สึกว่าทุกๆอย่างที่เคยหวงแหน ความต้องการ และการขอร้องอ้อนวอนกับตัวเขา แต่ตอนนี้ไม่รู้สึกอะไรแล้ว ไม่ร้องขอ ไม่ยึดติดไม่หวงแหน แต่ยังคิดว่ายังรักเขา แต่ทำไมความรู้สึกมันถึงว่างเปล่าจังเลยคะ ?
คำถามนี้ถูกลบ
กายนี้เป็นที่ตั้ง .ที่ว่า สนามอารมณ์ .อารมณ์นั้นอารมณ์นี้ มาวิ่งเล่นในสนาม..
เหมือนเป็นเพียงอารมณ์ เปล่าเปลี่ยว ว้าเหว่ ..เวลาที่ สมมุติว่า บ้านเราเคยมีคนอยู่ ากินข้าวคุยกันสนุกสนาน พอคนออกจากบ้านไปหมด ก็เหลือตัวคนเดียว อยู่คนเดียว อารมณ์ว้าเหว่มันก็มา อารมณ์ตัวเหงา .กับตัวว้าเหว่ มันมีอารมณ์คล้ายกัน แต่ไม่เหมือนกัน อ้างว้าง ว้าเหว่ เดียวดาย . มองไปทางไหน . ก็ไม่เห็นใคร ยิ่งสิ่งที่เราเคยยึดหวงแหน นั่นหายไป..ใจมันหาย เหมือนเพชรนิลจินดาที่เรามีสักเม็ดหนึ่งมันหายไป ไม่กลับมา
มีน้องคนหนึ่ง อยู่ๆ ก็เกิด มันรู้สึก .มันอยู่ตัวคนเดียว .เงียบ .ดูเหมือน ว่าดี .พอไปเจอ หลวงตา .ก็ถามท่าน .ท่านก็ว่า ตัวว้าเหว่ มันลง .มันปกคลุมทั้งกายทั้งใจ . ก่อนมีอารมณ์นี้ ก็มีญาติมาอยู่จัดงานกินกัน ตั้งวงคุจสนุกสนาน พอเค้ากลับกันหมด ก็เหลือตัวคนเดียว บ้านก็เวียน .เสียงพูดคุยนั้นหายไป . มีแต่เสียงนกเสียงกา .บรรยากาศ .ว้าเหว่า เงียบเหงา .อารมณ์ว้าเหว่ มันก็เกิดขึ้น ท่านบอกว่า ให้เรียกว่า ตัวว้าเหว่ .
. ใจมันหาย แม้ว่า .จะอยากได้คืน อารมณ์ผิดหวัง ไม่สมหวัง ไม่ได้ดังใจ .อารมณ์ที่เคยยึด .ที่เก็บสะสมอยู่ เคยชินกับอารมณ์อดีต .มันยังไม่หายไปไหน .นึกถึงมันก็มาอีก .คราวนี้ นึกถึง .ที่ว่าอดีต ที่เรายึด ..มันก็ไม่กลับมา เหมือนที่เราอยู่ปัจจุบัน ที่ของหายไม่ได้คืน .เหมือนของตกลงทะเล มันหายไป เสียดาย อยากได้คืน ก็เป็นไปไม่ได้ .ทีดีที่สุด .ก็ตั้งสติ. ไปยืดเส้นยืดสาย ออกกำลัง อย่าไปอยู่ตัวคนเดียว มันว้าเหว่ .เหมือนไม่มีใคร
นี้ถ้าหากของที่หายไป ได้คืนมา .จะเป็นอย่างไรน่ะ ยิ่งเป็นเพชรมีค่า ก็หวงแหน ไม่อยากใใครใคร มาหยิบจับเอาไป . ต้องเอาแอบซ่อน ไม่ให้ใครมาเห็นมาแตะต้อง หวงแหน . นั่นคือ อารมณ์ที่เค้าเรียกว่า คนเรานั่นยึด .ยึดถือทั้งวัตถุปัจจัยที่หามา หามายึด . คราวนี้ สิ่งที่เรายึด มันเดิรไปไหรได้ .มันไม่อยู่กับที่. มันก็เป็นไปไม้ได้ .ดังใจหวัง.. คือ .มาอยู่ เห็นอยู่ .เดียวหายไปไหนอีกล่ะนี่
คนเรานั้น .นั่นอยู่ .ก็มีแต่เรื่องราวของอารมณ์ทั้งนั้น . หากว่า .เรารู้จัก อารมณ์.ปล่อยวางอารมณ์ได้ .กายก็เป็นสุขใจก็เป็นสุข
โฆษณา