Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
ISM Technology Recruitment Ltd.
•
ติดตาม
20 ก.พ. เวลา 10:36 • วิทยาศาสตร์ & เทคโนโลยี
10 พื้นฐานสำคัญที่ Developer ทุกคนควรรู้
เรียนรู้ 10 พื้นฐานสำคัญของ Software Development ที่ Developer ทุกระดับควรรู้ เพื่อพัฒนาโค้ดที่มีคุณภาพ ลดปัญหา Performance และสร้างระบบที่ยั่งยืน โดยคุณ Gopi C K
เรื่องเล็ก ๆ ที่เรามักลืม และทำไมมันยังสำคัญเสมอ (ขอเริ่มด้วยการสารภาพเล็ก ๆ น้อย ๆ) นานมากแล้วที่คุณ Gopi เคยคิดว่า “แนวคิดพื้นฐาน” เป็นเรื่องของมือใหม่เท่านั้น พอได้งานแล้ว…พอใช้ Framework เป็นแล้ว…พอแก้ปัญหายาก ๆ ได้แล้ว…เราก็น่าจะผ่านช่วงพื้นฐานไปแล้วใช่ไหม?
คุณ Gopi บอกว่าเขาคิดผิด และผิดแบบเจ็บปวดด้วย ยิ่งอยู่ในสายซอฟต์แวร์นานเท่าไร เขายิ่งตระหนักถึงความจริงที่ทั้งอึดอัดแต่ก็ปลดปล่อยในเวลาเดียวกันว่า: Bug ความสับสน ความหมดไฟ และโค้ดที่ไม่ดี ส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจากเรื่องขั้นสูง แต่มันเกิดจาก “พื้นฐานที่ไม่แน่น”
วันนี้คุณ Gopi ไม่ได้อยากสอนอะไรที่หวือหวา แต่อยากนั่งคุยข้าง ๆ คุณเหมือน Senior คนหนึ่งที่แคร์จริง ๆ
แล้วพูดถึง 10 แนวคิดพื้นฐานที่เงียบ ๆ แต่กำหนดว่าคุณจะเป็น Developer ที่ดีแค่ไหน
ไม่ใช่แนวคิดที่เสียงดัง ไม่ใช่เรื่องที่กำลังเป็นกระแส แต่เป็นรากฐานที่แม้แต่ Senior ยังลืม…แล้วต้องกลับมาเสียใจทีหลัง หายใจลึก ๆ มาคุยกันเถอะ
1. โค้ดถูก “อ่าน” มากกว่าถูก “เขียน”
ตอนเป็น Junior เขาพยายามทำตัวให้ดูฉลาด
• ชื่อตัวแปรสั้น ๆ
• เขียน One-liner เท่ ๆ
• บีบ Logic ซับซ้อนให้อยู่ในไม่กี่บรรทัด
มันดูน่าประทับใจมาก จนวันหนึ่งเขาเปิดโค้ดตัวเองเมื่อ 6 เดือนก่อน และเขาไม่เข้าใจเลยว่าตัวเองเขียนอะไรไว้ นั่นคือจุดที่ทำให้เขาตาสว่าง
ความจริงคือ:
คุณไม่ได้เขียนโค้ดให้คอมพิวเตอร์ คุณเขียนให้ “มนุษย์คนถัดไป” อ่าน และส่วนใหญ่มนุษย์คนนั้นก็คือ “ตัวคุณในอนาคต”
ในทางปฏิบัติหมายความว่า:
• ชื่อตัวแปรชัดเจน ดีกว่าชื่อที่ดูฉลาด
• Logic ที่เรียบง่าย ดีกว่า Logic ที่ดูเก่ง
• ความอ่านง่าย สำคัญกว่าประสิทธิภาพ (ในหลายกรณี)
ถ้าโค้ดของคุณต้องมีคำอธิบายยาว ๆ แปลว่ามีบางอย่างผิดพลาดแล้ว
สิ่งที่ควรทำ: ก่อน Commit โค้ด ลองถามตัวเองว่า “อีก 6 เดือน ตอนที่ฉันเหนื่อยและเครียด ฉันจะยังเข้าใจสิ่งนี้ไหม?”
2. ความซับซ้อนทำได้ง่าย ความเรียบง่ายทำได้ยาก
ใคร ๆ ก็ทำให้ระบบซับซ้อนได้
• เพิ่ม Layer
• เพิ่ม Abstraction
• ใส่ Pattern เต็มไปหมด
มันง่ายมาก สิ่งที่ยากคือ การอธิบายเรื่องเดียวกันให้เรียบง่าย
เขาเห็น Junior Over-engineer เพราะความกลัว
เขาเห็น Senior Over-engineer เพราะความเคยชิน
ผลลัพธ์เหมือนกัน: ระบบเปราะบาง
ดังนั้น โค้ดที่เรียบง่าย:
• พังน้อยกว่า
• ทดสอบง่ายกว่า
• แก้ไขง่ายกว่า
• ทำให้ทีมทำงานเร็วขึ้น
กฎเงียบ ๆ ที่เขาใช้คือ: ถ้าวิธีแก้ปัญหารู้สึกหนักเกินไป ให้หยุดก่อน มักจะมีเวอร์ชันที่ง่ายกว่าซ่อนอยู่ข้างใต้
สิ่งที่ควรทำ: ก่อนเพิ่ม Layer ใหม่ ถามว่า “มันแก้ปัญหาอะไรจริง ๆ?”
3. คุณไม่จำเป็นต้องรู้ทุกอย่าง แต่ต้องรู้วิธีเรียนรู้
ข้อนี้ช่วยลดความกังวลได้มาก ไม่มี Senior คนไหนรู้ทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็น Java, Spring, React หรือ System Design
สิ่งที่ Senior รู้คือ:
• อ่าน Documentation ยังไง
• Debug อย่างมีสติ
• แยกปัญหาใหญ่ให้เป็นปัญหาเล็ก
• เรียนรู้ “เท่าที่จำเป็น” เพื่อไปต่อ
ตอนเริ่มต้น เขาคิดว่า “พอเรียนรู้ครบทุกอย่าง ฉันจะมั่นใจ” แต่ความมั่นใจที่แท้จริงมาจากความคิดนี้: “แม้ยังไม่รู้ แต่ฉันหาคำตอบได้” นี่คือการเปลี่ยนมุมมองครั้งใหญ่
สิ่งที่ควรทำ: หยุดวัดค่าตัวเองจากสิ่งที่รู้ เริ่มวัดจากความเร็วในการเรียนรู้
4. การ Debug คือทักษะ ไม่ใช่พรสวรรค์
บางคนดูเหมือนมีเวทมนตร์ หา Bug ได้เร็ว ใจเย็น ไม่ตื่นตระหนก แต่มันไม่ใช่เวทมนตร์ มันคือการฝึกฝน
นัก Debug ที่ไม่ดี “เดา”
นัก Debug ที่ดี “สังเกต”
นิสัยการ Debug ที่ดี:
• ทำให้ปัญหาเกิดซ้ำได้ชัดเจน
• เปลี่ยนทีละอย่าง
• อ่าน Error Message ให้ครบ (ใช่… ครบจริง ๆ)
• สมมติว่าความเชื่อของตัวเองอาจผิด
เมื่อคุณเลิกอารมณ์เสียกับ Bug คุณจะเก่งขึ้นทันที
สิ่งที่ควรทำ: เวลาระบบพัง อย่าเพิ่งรีบไป Stack Overflow ถามก่อนว่า “ระบบกำลังบอกอะไรฉันอยู่?”
5. Framework เปลี่ยนได้ แต่พื้นฐานไม่เคยเปลี่ยน
โดยเฉพาะสาย Backend
Spring Boot เปลี่ยน
Annotation เปลี่ยน
Library เปลี่ยน
แต่สิ่งเหล่านี้ไม่เปลี่ยน:
• หน่วยความจำทำงานอย่างไร
• Thread ทำงานอย่างไร
• HTTP ทำงานอย่างไร
• Database คิดอย่างไร
• ข้อมูลไหลผ่านระบบอย่างไร
ถ้าคุณรู้แค่ Framework คุณจะเปราะบาง แต่ถ้าคุณเข้าใจพื้นฐาน คุณจะปรับตัวได้เสมอ
สิ่งที่ควรทำ: ทุกครั้งที่เรียนรู้ Feature ใหม่ ถามตัวเองว่า “มันสร้างบนแนวคิดพื้นฐานอะไร?”
6. ปัญหา Performance มักเป็นปัญหาการออกแบบ
หลายคนรีบ Optimize เร็วเกินไป
• ใส่ Caching ทุกที่
• ปรับจูนก่อนเวลา
• ทำ Micro-optimization
แต่ปัญหา Performance ส่วนใหญ่มาจาก:
• Query แย่ ๆ
• โครงสร้างข้อมูลไม่เหมาะสม
• เรียก Network เกินจำเป็น
• การออกแบบสถาปัตยกรรมที่ผิดพลาด
ระบบที่ช้ามักเป็นปัญหาการคิด ไม่ใช่ปัญหาการเขียนโค้ด
สิ่งที่ควรทำ: ก่อน Optimize โค้ด ให้ Optimize การออกแบบก่อน
7. การเขียน Test คือการเคารพตัวเอง
พูดตรง ๆ หลายคนเคยเลี่ยงการเขียน Test
Deadline ความกดดัน “เดี๋ยวค่อยเพิ่มทีหลัง” ซึ่งส่วนใหญ่ “ทีหลัง” ไม่เคยมาถึง Test ไม่ได้มีไว้โชว์ใคร
แต่มันช่วยให้คุณ:
• นอนหลับสบายขึ้น
• Refactor ได้โดยไม่กลัว
• จับความผิดพลาดได้เร็ว
• เชื่อมั่นในโค้ดตัวเอง
ระบบที่ไม่มี Test อาจทำให้ไม่รู้สึกว่า “เสร็จแล้ว” แต่มันรู้สึกว่า “ไม่ปลอดภัย”
สิ่งที่ควรทำ: เขียน Test ไม่ใช่เพราะมันเป็น Best Practice แต่เพราะตัวคุณในอนาคตควรได้ทำงานอย่างสบายใจ
8. การสื่อสารคือส่วนหนึ่งของงาน (แม้คุณจะไม่ชอบ)
ข้อนี้อาจเจ็บสำหรับคน Introvert แต่ความจริงคือ:
Developer ที่เขียนโค้ดได้ดีพอสมควรและสื่อสารดี มักเติบโตเร็วกว่าคนที่เก่งมากแต่เงียบ
การสื่อสารไม่ได้แค่ “พูด” แต่มันคือ:
• เขียน Comment ชัดเจน
• ถามคำถามที่ดี
• อธิบายเหตุผลของการตัดสินใจ
• กล้ายอมรับว่า “ไม่รู้”
โค้ดไม่ได้อยู่ลำพัง มันอยู่ในทีม
สิ่งที่ควรทำ: ลองอธิบายโค้ดของคุณด้วยคำง่าย ๆ แม้กับคนที่ไม่ใช่ Developer
9. Burnout ก็เป็นปัญหาทางเทคนิคเหมือนกัน
เรื่องนี้ไม่ค่อยมีใครพูดถึง ชั่วโมงทำงานยาว แรงกดดัน การเปรียบเทียบ มันค่อย ๆ ทำลาย Developer ที่ดี
Burnout ทำให้เกิด:
• การตัดสินใจที่แย่
• โค้ดลวก ๆ
• ความอยากรู้อยากเห็นหายไป
• การถอยห่างแบบเงียบ ๆ
การพักผ่อนไม่ใช่ความขี้เกียจ แต่มันคือการบำรุงรักษา เหมือนระบบต้องมี Downtime ซึ่ง Developer ก็ต้องมีเช่นกัน
สิ่งที่ควรทำ: ปกป้องพลังงานของคุณ เหมือนที่คุณปกป้อง Production System
10. การเติบโตไม่เป็นเส้นตรง และนั่นไม่เป็นไร
บางสัปดาห์คุณจะรู้สึกเก่งมาก บางสัปดาห์คุณจะรู้สึกติดอยู่กับที่ ทั้งสองอย่างปกติ ซึ่งการเรียนรู้ซอฟต์แวร์ไม่ใช่เส้นตรง แต่มันคือวงก้นหอยที่ยุ่งเหยิง คุณจะกลับมาเจอแนวคิดเดิม ๆ แต่ทุกครั้ง:
• คุณเข้าใจลึกขึ้น
• มันเจ็บน้อยลง
• มันชัดเจนขึ้น
นั่นแหละคือการเติบโต
สิ่งที่ควรทำ: หยุดเร่งเส้นทางของตัวเอง คุณไม่ได้ตามหลังใคร คุณกำลังสร้างความลึกให้ตัวเองอยู่
บทส่งท้าย (จาก Developer คนหนึ่งถึงอีกคน)
ถ้าคุณอ่านมาถึงตรงนี้ คุณ Gopi อยากบอกตรง ๆ ว่า:
คุณไม่จำเป็นต้องสมบูรณ์แบบ
คุณไม่จำเป็นต้องรู้ทุกอย่าง
คุณไม่จำเป็นต้องเร็วตลอดเวลา
คุณแค่ต้อง:
• ให้เกียรติพื้นฐาน
• รักษาความอยากรู้อยากเห็น
• ซื่อสัตย์กับตัวเอง
• และยังคงปรากฏตัว ลงมือทำต่อไป
Developer ที่ยอดเยี่ยม ไม่ได้ถูกสร้างจากเทคนิคขั้นสูง แต่ถูกสร้างจากรากฐานที่แข็งแรง และความสม่ำเสมอแบบเงียบ ๆ
ISM เชี่ยวชาญในธุรกิจ IT Recruitment & IT Outsourcing โดยเฉพาะ ได้เปิดทำการมาแล้วกว่า 30 ปี มีพนักงานทุกสายและทุกระดับทางด้าน IT ที่ได้ร่วมงานกับลูกค้าองค์กรใหญ่ที่มีชื่อเสียงและบริษัทข้ามชาติมากมาย
www.ismtech.net
ไอที
เทคโนโลยี
วงการไอที
บันทึก
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย