Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
Benika
•
ติดตาม
21 ก.พ. เวลา 02:17 • ไลฟ์สไตล์
ก้าวใหม่ในจังหวัดซากะ: งานในวัด และบททดสอบแห่งการเป็นแม่
เริ่มต้นงานใหม่ในรั้ววัด
หลังจากไตร่ตรองอย่างดีแล้ว เราตัดสินใจย้ายมาทำงานกับครอบครัว Homestay ที่จังหวัดซากะ ซึ่งสถานที่ทำงานของเราคือ "วัด" พระที่นี่สามารถแต่งงานมีครอบครัวได้ปกติเหมือนคนทั่วไป เพียงแต่มีอาชีพเป็นพระ ทำพิธีทางศาสนา สวดมนต์ และมีกิจกรรมต่างๆ ตามศรัทธาวัด
ที่วัดนี้นอกจากกิจการสงฆ์แล้ว ยังมีโรงเรียนอนุบาลพุทธศาสนา มีสำนักงานทุนการศึกษา และธุรกิจเผาสัตว์เลี้ยงพร้อมที่เก็บอัฐิ เราดูแลในส่วนของสำนักงานทุนการศึกษาและช่วยงานวัดทั่วไป เนื่องจากเคยอยู่ที่นี่สมัยเป็นนักเรียนทุนและคุ้นเคยกับครอบครัวเจ้าของวัดเป็นอย่างดี ประกอบกับประสบการณ์การทำงานกับคนญี่ปุ่นมานาน และมาอยู่ที่นี่เกือบ 2 ปี ทำให้การเริ่มต้นที่นี่ราบรื่น... แต่แล้วที่นี่เองที่ทำให้ชีวิตเราพบกับการ
เปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่
บททดสอบของการแพ้ท้องบนรถไฟ
ทำงานเข้าเดือนที่ 2 เราก็ตั้งท้องลูกคนแรก! หลังจากที่รอคอยมากว่า 1ปี ช่วงนั้นเรายังไม่ได้ย้ายบ้านมาซากะ ต้องเดินทางไป-กลับจากฟุคุโอกะด้วยรถไฟ ความบันเทิงเริ่มขึ้นเมื่ออาการแพ้ท้องมาเยือนพร้อมกับฤดูหนาว
ในรถไฟเปิดฮีตเตอร์จนอากาศอบอ้าว กลิ่นเสื้อโค้ทที่เพิ่งเอาออกจากตู้ กลิ่นน้ำยากันแมลง กลิ่นน้ำหอมฉุนๆ ของผู้คนในช่วงเช้าและเย็นที่แออัด
เราต้องอดทนกลั้นอาเจียนไปตลอดทาง กลัวเหลือเกินว่าจะกลั้นไม่อยู่ แถมยังต้องวิ่งเปลี่ยนขบวนรถไฟ แข่งกับฝูงคนที่สถานีใหญ่ในฟุคุโอกะ ต้องเดินหลบฝูงคนตามบันไดชานชาลาเพราะกลัวถูกชน พอลงรถไฟก็ต้องเดินเข้าบ้านอีกกว่า 20 นาที
จนเจ้าของวัดสงสารและบอกให้เราย้ายมาอยู่ที่บ้านเช่าของวัดตอนอายุครรภ์ได้ 4 เดือน ความเหนื่อยล้าจึงค่อยทุเลาลง
แม่ที่อึด... เพื่อเจ้าตัวเล็ก
สามีลาออกจากงานที่ฟุคุโอกะมาหางานใหม่ที่ซากะ บ้านใหม่ของเราห่างจากที่ทำงานประมาณ 2 กิโลเมตรเศษ เราต้องขับรถไปทำงานและไปโรงพยาบาลเพื่อตรวจครรภ์เองทุกเดือน เพิ่งรู้ว่าคนเป็นแม่นี่อึดจริงๆ เพราะเราขับรถเองจนถึงวันใกล้คลอด
ช่วงแพ้ท้อง เราดื่มได้เพียง "ชาเขียว" เท่านั้น ซึ่งแปลกมากเพราะน้ำเปล่าหรือเครื่องดื่มไร้คาเฟอีนอื่นไม่ช่วยให้อาการดีขึ้นเลย อาการนี้เป็นทั้งท้องแรกและท้องที่สอง ทั้งที่ปกติเราไม่ได้คลั่งไคล้ชาเขียวนัก และอีกสิ่งที่ทรมานคือ "ความอยาก" เราอยากกินอาหารที่ยายเคยทำให้กินที่เมืองไทย มันวนเวียนอยู่ในหัวตลอดเวลา แม้จะพยายามทำกินเองแก้ขัด แต่มันก็ไม่อร่อยเหมือนรสชาติที่ยายทำ และวัตถุดิบที่ไม่เพียงพอห เราจึงทำได้เพียงเปิดอินเตอร์เน็ตดูรูปอาหารไทยทุกวัน
นัตโตะกับการควบคุมน้ำหนักที่แสนเข้มงวด
ปัญหาสุดท้ายคือเรื่องน้ำหนักตัว คุณหมอที่ญี่ปุ่นเข้มงวดมากจนเราเครียด เขาแนะนำให้กิน "นัตโตะ" (ถั่วเน่าญี่ปุ่น) เพื่อคุมน้ำหนัก แม้เราจะพอกินถั่วเน่าเชียงใหม่ได้ แต่เราไม่ชอบความเหนียวหนืดที่ติดริมฝีปากเวลากินเลย แต่เพื่อลูกเราก็ฝืนกินอยู่นานหลายเดือน ทว่าน้ำหนักก็ยังขึ้นไม่หยุด จนหมอสั่งให้นอนโรงพยาบาลเพื่อควบคุมอาหาร
หนึ่งสัปดาห์ในโรงงานบาล เรากินแต่อาหารที่เขาจัดให้และไม่กินอย่างอื่นเพิ่มเลย แต่น้ำหนักกลับไม่ลดลงแม้แต่ขีดเดียว สุดท้ายหมอเลยสรุปว่าน่าจะเป็นที่โครงสร้างเชิงกรานของเรามีปัญหา... แล้วที่ให้นอนโรงพยาบาลเพื่ออะไร? (เรานึกในใจ)
ความสุขของการรอคอย
ช่วง 3 เดือนก่อนคลอด เป็นช่วงเวลาที่มีความสุขมาก เรากับสามีออกไปเลือกซื้อเสื้อผ้าและของใช้เด็กแทบทุกอาทิตย์ การได้ซักผ้าผืนเล็กๆ ตาก พับเก็บ และจินตนาการถึงหน้าลูกไปพร้อมกับดมกลิ่นผ้าที่สะอาด ล้างขวดนม เช็ดกรรไกรตัดเล็บอันจิ๋วด้วยความหวั่นใจว่าจะกล้าตัดไหม
อีกไม่นานแล้ว... ที่เราจะได้เจอเจ้าตัวน้อยจริงๆ เสียที
#ชีวิตในต่างแดน #การทำงานในญี่ปุ่น #ญี่ปุ่น
เรื่องเล่า
blockdit
ไลฟ์สไตล์
1 บันทึก
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย