วันนี้ เวลา 02:46 • บันเทิง
ความผิด ..ที่ยิ่งใหญ่ .เพราะเราเขื่อมั่น .ในสิ่งที่เกิดขึ้นในตัวตน ในกายนี้ ที่มีอารมณ์นึกคิด ต่างๆมากมายก่ายกอง ไม่เคยหยุดนิ่ง มีสัญญาจดจำ เรื่องราวต่างๆมากมายก่ายกอง มันก็ทับถมอยู่ ในกายนี้ ที่ตัวเราเป็นจิตน้อย . ก็เขื่อ อารมณ์ ในตัวตน .ไม่เคยมาเรียนรู้ .ที่เค้าเรียกว่า จับตนค้นตน จับผิด..ตนเอง .ที่ใช้กายวาจาใจ ไปตามอารมณ์ ต่างๆ
..แล้วก็อารมณ์ก็หลอกให้เห็นตัวเองดีแล้ว ทำถูกต้อง ไปตามอารมณ์นึกคิด .แต่่จิตของตนเองก็ไม่ตรวจสอบ .ตรวจสอบ เรื่องราวอารมณ์นึกคิดในตัวตนไม่ได้ ไม่เคยโต้เถียง กับอารมณ์ในกายนี้ .คอยจะเป็น..ที่เค้า ว่า ทาสของอารมณ์ที่เกิดขึ้นที่กายนี้ เลือดในกายมันก็ไม่เป็นสีแดง เป็นสีดำสีม่วงเกิดขึ้น. สมองก็มึนเมา .ปวดหัวเวียนหัว หงุดหงิด .เพราะอารมณ์เป็นใหญ่ .
แล้วก็สิ่งที่.เราไปสัมผัส ทั้งที่มีชีวิตไม่มีชีวิต ต่างๆ นั้น ..ที่ว่า เอาวิญญาณหกไปสัมผัส . มันมีการยึดถือ .ยึดติด เข้ามา . ในตัวตน ทำให้ขันธ์ห้ามีการเปลี่ยนแปลง ตลอดเวลา ไม่เคยหนุดนิ่ง ทำให้ในกายที่เราอาศัย . มันเป็นเหมือนละออง ฝุ่นสกปรกตกมาในกายทีจิตเราอาศัยอยู่ . ที่เป็นเสมือนบ้านของจิต
. เรื่องราวของบ้านที่จิตอาศัย ก็ทำให้นึกถึง เรื่องปฐมพุทธวจนะ เรื่องนายช่างปลูกเรือน เราจะหักมันทิ้งไป .แล้วท่านทำอย่างไร ในชาติสุดท้ายที่เกิดมา .ท่านทิ้งเวียงวัง ยศฐานบรรดาศักดิ์ ข้าทาสบริวาร .ไปอยู่ป่า . ไปทำอะไรในป่า
.นั่นก็เป็นเรื่องราว ที่ต้องใคร่ครวญ พิจารณา ว่า เพราอะไร ท่านถึงทำแบบนั้น ในการเกิดชาติสุขท้าย . ทำไมท่านไม่อยู่ในเวียงวัง บรรลุธรรม นั่งเขียนตำรา . ท่านเข้าป่าด้วยเสื้อผ้าชุดเดียว ไปนั่งนินในท่ามกลางดินฟ้าอากาศ ฝนตกแดดออก ท่านก็นั่งนิ่ง กายนิ่งไม่ไหวติง เป็นเหมือนก้อนหิน เหมือนพระปฏิมากร มีใครทำได้บ้าง
เรื่องราวของจิตของเรา ที่อาศัยในกายที่มันเหมือนบ้าน . เราก็ไม่เคยสนใจ เรียนรู้ คือ จิตของเรา .ไม่เคยเรียนรู้จัก พอถามว่า ตัวตนของเราที่แท้จริง นั้นเป็นอย่างไร เราก็มองไม่เห็น อาศัยตามาดู .ก็เห็นแต่ผืิวกายส่องลึกลงไปไม่ได้ กายที่มัน เกิดมาก็โต ก็กินนินให้มันโต แล้วก็มีอารมณ์ต่างเกิดขึ้น พอกายมันแก่ ก็เหมือนต้นไม้ .ผิวกายแห้งเหี่ยว .ก็มีอะไรมาชอนไช เกาะกินเหมือนเปลือกไม้แก่ๆ มดบ้าง แมลงบ้างชอนไช ผิวกายก็หลุดลอกมา เป็นผงเป็นเหมือนแป้ง .พังผืดต่างๆ .มันจะไม่ปวดเมื่อยไปได้อย่างไร
ในบ้านหลังนี้ มีสิ่งต่างๆที่เราเอาเข้ามาในบ้านหลังนี้ เราก็ไม่เคยขนมันออกไปทิ้ง . มันก็เลยรกรุงรัง . พอมากเข้า บ้านหลังนี้มันก็เลอะเทอะ หนัก .จิตก็ต้อง แบกรับ ของหนักไปด้วย นานไป บ้านมันผุ .เจ็บนป่วยทุกข์ทรมาน
เรื่องที่มันยาก ก็เรื่องราวที่เร่ไม่เคยใส่ใจ ดูแล กาย อารมณ์ .ที่จิตนั่นอาศัย มีอารมณ์โกรธ ลมหายใจมันก็โกรธ ขันธ์ทั้งห้า มันก็โกรธ มันเป็นอารมณ์โกรธ ไปทั้งตัว ..จิตก็ฟังเชื่อไปตามอารมณ์ .มีทิฐิต่างๆ ความคิดต่างๆไปตามอารมณ์โกรธ . แล้วมันก็ไม่ได้มีอารมณ์โกรธตัวเดียว มันมีมากมาย
ในกายนี้ นั่นเค้าก็ว่า เป็นเรื่องราวของจิตแต่ละดวง ที่มมีกายนั้น ต้องเรียนรู้ขึ้นมาเอง จะแก้ไข .รู้จักบ้านหลังนี้ได้ ก็ตอนที่มีกายแข็งแรง .พอล่วงเลย เวลา .กายนี้ก็ไม่สามารถ นำมาเรียนรู้จักได้ เพราะต้องอาศัย ฝึกหัด ทำให้กายนิ่ง จิตนิ่ง พอจะค่อยๆเรียนรู้จักเรื่องอารมณ์ได้
หากไม่มีความพยายาม ไม่มีความอดทน ในการเรียนรู้ .เพราะว่า ปกติอารมณ์นั้นอยู่เหนือจิต .พอมานั่งนิ่งๆ อารมณ์ เกิดขึ้นที่กาย มันก็เผากายเผาจิต ที่เค้าว่า ให้จิต ยึดพระ ภาวนาพุทโธ ให้จิตไปยึดสองคำนี้ก่อน . เพื่อที่จะดึงจิต ออกจาก อารมณ์นึกคิดที่เกิดขึ้น
เมื่อเรา ทำได้ ก็จะเรียนรู้จัก พิษของอารมณ์ นึกคิดที่เราหลงไปยึด อารมณ์เป็นไฟ .เผากายเผาจิต เผาบ้านที่จิตอาศัย .ที่เค้าว่า อยู่กับอารมณ์ ก็ไม่รู้จัก อยู่กับกรรม ก็ไม่รู้จัก อยู่กับไฟ .ที่แผดเผาบ้าน.ก็ไม่รู้จักว่า จะดับไฟอย่างไร . เชื่ออารมณ์นึกคิด .ระวังจะมีกรรม จิตก็สะสมกรรม ไปกับคำว่า จิต . ไปจนกายนี้ไม่ให้จิตอาศัย
เรื่องราวการเรียนรู้ เรื่องกาย อารมณ์ นั้นต้องมีสติ มั่นตรวจสอบ ทบทวน พิจารณา ทั้งเหตและผล .ที่หนุนนำ .ให้ทุกข์ ไปจน หนุนนำให้แก่เฒ่าชรา ไปจนเรื่องราว เกิดตายๆ ไม่จบสิ้น . แบ้วเราไม่สงสารจิตตัวเองบ้างหรือ .ที่มาอาศัยกายเกิดตายๆ
นั่นก็เลยเกิดคำว่า โมฆะเกิดขึ้น เกิดมาทีไร ก็ใช้กายไปตามอารมณ์นึกคิด .ไม่มีใช้ โอกาสที่มีกาย .มาเรียนรู้ .เพื่อที่จะ.ไม่ต้องเกิด . เกิดทีไรมันก็ทุกข์ . ตอนหนุ่มสาวยังไม่ชัดเจน ตอนกายเสื่อมแก่เฒ่าชรา ก็หมดโอกาส ที่ฝืนกายมาเรียนรู้ .เพราะทั้งชีวิต ไม่เคยว่างเว้น ไม่เคยลดละ อารมณ์.ต่างๆ อารมณ์กรรม ที่เกิดขึ้นที่กายนี้เลย บางที่เราก็มาย้อนดูตัวเราเอง .นั่งดู บ้านหลังนี้ มันรกรุงรัง . เราก็พยายามขนมาออกไปทิ่ง
หากเราเป็นผู้ที่ฝึกหัดปฏิบัติธรรม เจริญภาวนา . เราเอาตา เอาหู ไปสัมผัส .เรื่ิองราวการเมือง มันเป็นเรื่องราวอารมณ์นึกคิด .แล้วก็เรื่องตาบันทึกภาพหูบันทึกเสียง .ลงไปที่ธาตุทั้งสี่ มีความยึดถือติดอยู่ในตาในหู .เราสัมผัสในสิ่งที่ว่า การเมือง นักการเมือง .ดูทีวี ที่เค้าว่า เรื่องราวการเมือง .เสร็จแล้ว เราเข้าห้องพระ .มากราบพระ สวดมนต์ ภาวนา .พุทโธ แล้วรองสังเกตุ สำรวจกาย มันเป็นอย่างไร .มีอะเกิดขึ้น ที่กาย .โดยอาศัยทำกายให้นิ่ง จิตนิ่ง จิตเฉย ๆ ดูสิว่า กายมีความสุขมั้ย ..หรือว่า กายมันร้อน หงุดหงิด
โฆษณา