วันนี้ เวลา 04:10 • การเมือง
โลกนี้ ยุคนี้ เค้าส่งเสริม ให้คนหลง ยึดถือวัตถุ สิ่งอำนวย ให้กายนั้นเป็นสุข ใข้กายหมกมุ่นมัวเมา ในคำว่า ทะเยอทะยาน หาอำนาจวาสนา ยิ่งใหญ่ . ยิ่งใหญ่สร้างแต่เวรกรรม .ทำให้คนนี้นคนนี้ ต้องเดือดร้อน มีอำวาสนา ทำคนเดือดร้อนไปทั้งโลก. น่าภูมิใจมั้ย
มีผู้เล่าให้ฟังว่า .เทพยดาที่ ยังมีบุญ อย่าเพิ่งมาเกิด ให้ชลอเวลาไปก่อน .เพราะว่า ยุคนี้ เค้าไม่รู้พระคุณพ่อแม่ที่ให้อาศัยกายมนุษย์ เค้ากำลังเก็บจิต .ไปลงนรก . ให้ผ่านเลย เวลา ร้้อยสองร้อยปีนี้ไปก่อน ที่ผู้คนล้มลหายตายจากไปมาก .ค่อยลงมาเกิด
.แล้วยุคนี้ มหาธาตุ ดินน้ำลมไฟ กำลังเดิน .เดินแต่ละครั้ง น้ำท่วม แผ่นดินไหว พื้นโลกมันร้อน ก็เนื่องด้วยอารมณ์ที่ไปเป็นไฟ ลอยเป็นอณูขึ้นไปในอากาศ .ทำให้โลกมันร้อน อารมณ์มันร้อน วิปริตเกิดขึ้น เข่นฆ่ากันตาย เราจึงได้เห็นได้ยิน เรื่องราว ที่ไม่น่าทำกัน เค้าก็ทำเข่นฆ่ากันตาย ไม่มีความเห็นอกเห็นใจ .ทำกันเหมือนไม่ใช่มนุษย์
..อุตส่าห์ เสาะแสวงหา เก็บเกี่ยวความรู้มากมายก่ายกอง ก็เพื่อเอารัดเอาเปรียบ เข่นฆ่ามนุษย์ด้วยกันเองให้เจ็บตาย คราวละมากๆ ว่า ยิ่งใหญ่ น่าสมเพช หรือ น่าขื่นขม ไอ้ตัวที่ว่า รู้ .รู้ดี .สมองดี เก่งฉลาดหลักแหลม .ร้อยเล่ห์เพทุบาย ทำไมมันมีอารมณ์นึกคิด สร้างเรื่องราวให้ผู้ร่วมอาศัยในโชกนั้นเดือดร้อน .
โลกนั้น..เค้าก็อยู่เฉย ..วัตถุสิ่งของในโลกเค้าให้มาอาศัย เพราะโลภอยากได้ ของส่วนกลางในโลก มาเป็นของตัวแต่ผู้เดียว หรือว่า ไม่รู้จักพอ .ทะเยอทะยานโลภไม่จบสิ้น คนทอื่นเค้าก็โลภ .จึึงต้องแก่งแย่ง เข่นฆ่ากัน ? ..ไม่ต้องหา คำว่า .พรหมวิหาร . เพราะจิตนั้น ขึ้นมาจากอบาย มาได้กายเป็นมนุษย์ เค้าให้มาอาศัยชั่วขณะหนึ่ง . ใช้กายนี้ ทำอะไร .ให้แก่จิตของตนเอง
โลกนี้ ทั้งใบ มีพญามารเป็นใหญ่ .พญามาร มีหน้าที่ นำพาจิต ที่มาอาศัยกายมนุษย์ ในยึดให้หลงใหล ในอารมณ์กรรม ที่ว่า ความโลภโกรธหลง ตัณหาราคะ ทะเยอทะยาน .อยากได้อยากมีอยากเสพ ในเรื่องราวอารมณ์ต่าง ที่เกิดขึ้นในกายมนุษย์ สุขสมหวัง ในอารมณ์ ในวัตถุปัจจัย มาเรอกาย . ไม่มีว่างเว้น แม้นักบวช .ก็ไม่รอด เงื้อมมือ .พญามาร
แล้วก็มีเรื่องราวลูกสาวพญามาร . เรื่องราวบริวารมาร มากมายก่ายกอง .ที่ว่า ของๆโลก ตายแล้วก็ทิ้งไว้ในโลกเอ่ไปไม่ได้ . ไปจนเรื่องราว ที่ว่า โลกเค้าหลอกให้ยึด ให้จิตนั้นสร้างแต่กรรม. เค้าหลอกที่ไหน .ก็ที่กายนี้แหละ ที่ว่าอารมณ์ปรุงแต่ง คนเป็นใหญ่เป็นโต ..มีอารมณ์มั้ย ยาจกมีอารมณ์มั้ย .มีตัณหาราคะมั้ย. เศรษฐีกับยาจก ค่าของชีวิตที่ลมหายใจ แตกต่างกันมั้ย .เมื่อไหร่ ลมมันไม่เข้าออก .มันแตกต่างกันมั้ย
. จิตอยู่ในอุ้งมือมาร .ยุคสมัยนี้ พญามาร ทำงานเต็มที่ . เพื่อดึงดูดลงอบายภูมิ เมื่อไม่มีกาย .ต้องไปทุกข์ทรมาน .ก็เรื่องเกิดตายๆ นั้นเป็นเรื่องใหญ่ .แย่งชิง แก่งแย่ง อยากเป็นใหญ่ . มันก็เกิดในกายมนุษย์ ที่เค้าให้อาศัยไม่นาน กายนี้อยู่ได้ ชั่วขณะหนึ่ง แล้วก็แบกกรรม ..เอาไปกับจิต เมื่อไม่มีกาย .
เรื่องจิตออกจากกายนี้ น่าเรียนรู้ .ที่ว่า ยิ่งใหญ่ ใหญ่่โต เศรษฐีมหาเศรษฐีไปไหนกัน่น่ะ . ทรัพย์สินเงินทองที่ทะเยอทะยาน ชื่อเสียงยศฐานบรรดาศักดิ์ เอาไปไม่ได่เสียด้วย อุตส่าห์ใช้กาย กายวาจาใจ ไปหามา . แล้วก็กองทิ้งไว้ในโลก เป็นหลักฐาน ว่า สะสมความโลภโกรธหลงไว้มากมายก่ายกอง ต้องเบียดเบียนชีวิต เอารัดเอาเปรียบคนนั้นคนนี้ ที่อาศัยแรงกายไปแลกเงินมาเลี้ยงชีวิต . แรงกายที่ผู้อื่น ออกแรง .ตนเองนั่งเก็บเกี่ยว . แรงกรรม มันซ้อนเร้นอยู่ วันหน้าต้องชดใช้. ที่ว่า กงกรรม กงเกวียน จิตของตนเป็นผู้สะสมเอง .
โฆษณา