21 ก.พ. เวลา 08:26 • ปรัชญา

จะเกิดอะไรขึ้น? ถ้าประเทศไทย "ยกเลิกเงินบาท" แล้วใช้ Crypto ทั้งประเทศ!

ในที่สุด วันนี้ผมก็ได้หยิบเอาวิชาเศรษฐศาสตร์ (Economics) ที่เคยร่ำเรียนมาสมัยอยู่ Keele University ที่อังกฤษ มาใช้แบบจริงจังก็คราวนี้แหละครับ... ลองจินตนาการดูนะครับ ถ้าพรุ่งนี้ตื่นมา ประเทศไทยประกาศยกเลิกใช้ "เงินบาท" แล้วเปลี่ยนไปใช้คริปโตเคอร์เรนซีที่มีจำนวนจำกัดอย่าง Bitcoin เป็นสกุลเงินหลัก รัฐบาลไม่สามารถพิมพ์เงินได้อีกต่อไป... ประเทศจะล่มสลาย หรือนี่คือจุดเริ่มต้นของความมั่งคั่งที่แท้จริง?
ในทางเศรษฐศาสตร์ สิ่งแรกที่จะเปลี่ยนไปทันทีคือ "อำนาจของรัฐ" ครับ รัฐบาลจะสูญเสีย Monetary Policy หรือนโยบายการเงินไปโดยสิ้นเชิง สั่งพิมพ์เงินเพื่อมากระตุ้นเศรษฐกิจ แจกเงิน หรืออุ้มบริษัทยักษ์ใหญ่ที่บริหารพลาดไม่ได้อีกต่อไป
​ข้อดี: หนี้สาธารณะที่เกิดจากการใช้จ่ายเกินตัวจะถูกบังคับให้ลดลง รัฐต้องมี "วินัยทางการคลัง" ขั้นสุด ใช้เท่าที่หาได้จากการเก็บภาษีเท่านั้น
​ข้อเสีย: เมื่อเกิดวิกฤตเศรษฐกิจ จะไม่มีเบาะรองรับ (Lender of Last Resort) คนที่อ่อนแอหรือธุรกิจที่ไปไม่รอดจะล้มจริง เจ็บจริง กลไกตลาดเสรีจะทำงานและคัดกรองอย่างโหดร้าย
ในทฤษฎีเศรษฐศาสตร์กระแสหลัก โลกที่ใช้สกุลเงินปกติ (Fiat) เช่น เงินบาทไทย
เงินเฟ้อคือ "โจรล่องหน" ที่คอยขโมยอำนาจซื้อของเรา เราจึงถูกบีบให้ต้องเอาเงินไปเสี่ยงลงทุนเพื่อหนีเงินเฟ้อ
แต่ในระบบคริปโตที่เป็น Hard Money:
​กฎของ Supply ที่จำกัด จะทำให้ยิ่งเทคโนโลยีพัฒนา ต้นทุนการผลิตลดลง ของจะยิ่ง "ราคาถูกลง" (Deflationary Effect)
​"การออมเงิน" จะกลับมาทรงพลัง แค่คุณตั้งใจทำงานและเก็บหอมรอมริบ อำนาจซื้อของคุณก็จะเพิ่มขึ้นตามกาลเวลา โดยไม่ต้องกระเสือกกระสนไปเสี่ยงในตลาดหุ้นหรือฟองสบู่อสังหาริมทรัพย์
นอกเหนือจากเรื่องของตัวเลข GDP หรืออัตราเงินเฟ้อที่เราได้ยินในข่าวแล้ว การเปลี่ยนระบบการเงินมาใช้สิ่งที่มีจำนวนจำกัดจริงๆ (อย่าง Bitcoin) มันจะตั้งคำถามเชิงปรัชญาที่ยิ่งใหญ่มากกับสังคมเราครับ ว่าท้ายที่สุดแล้ว "เป้าหมายของชีวิตคืออะไร?" และ "ความสุขที่แท้จริงคืออะไร?"
​ในโลกปัจจุบันที่เราอยู่ในระบบที่รัฐบาลสามารถ "เสกเงิน" กระดาษออกมาจากความว่างเปล่าได้เรื่อยๆ มันสร้างแรงกดดันที่มองไม่เห็น ทำให้เรารู้สึกว่าต้องรีบใช้เงิน ต้องรีบหา ต้องรีบลงทุน เพราะถ้าเก็บเงินสดไว้เฉยๆ มูลค่ามันก็ลดลงทุกปี เราเหมือนหนูถีบจักรที่ต้องวิ่งตลอดเวลาเพียงเพื่อให้อยู่ที่เดิม
​แต่ถ้าเราย้ายไปอยู่ในโลกของคริปโต (ที่เป็น Hard Money) ซึ่งเงินมีค่าในตัวมันเองและใครก็เสกเพิ่มไม่ได้ พฤติกรรมของคนในสังคมจะเปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือเลยครับ:
​จุดจบของลัทธิบริโภคนิยม: ผู้คนอาจจะเริ่มตั้งสติและเลิกบ้าคลั่งกับการบริโภคเกินตัว (Overconsumption) ภาพการต่อคิวแย่งกันซื้อของแบรนด์เนมด้วยการรูดบัตรเครดิตเพื่อเอามาอวดกันในโซเชียลอาจจะลดน้อยลง... ทำไมน่ะเหรอครับ?
​การกลับมาของการเห็นคุณค่าเงิน: เพราะ "เงินคริปโต" ทุกเหรียญที่คุณถืออยู่ มันมีแนวโน้มจะมีมูลค่าเพิ่มขึ้นในอนาคต (เพราะของจะถูกลงเมื่อเทียบกับมัน) การจะควักเงินที่มีค่าเหล่านี้ออกมาจ่ายสุรุ่ยสุร่ายกับของฟุ่มเฟือยที่ซื้อปุ๊บราคาตกปั๊บ จะกลายเป็นการตัดสินใจที่ต้องคิดหน้าคิดหลังหนักมาก
และท้ายที่สุด....คนจะ​โฟกัสที่ "ของจริง": สังคมจะถูกบีบด้วยกลไกนี้ให้กลับมาโฟกัสที่การสร้างและการเสพ "คุณค่าที่แท้จริง" (Real Value) เช่น การลงทุนในการศึกษา, สุขภาพ, หรือสินค้านวัตกรรมที่แก้ปัญหาชีวิตได้จริง มากกว่าการวิ่งไล่ตามกระแสแฟชั่น หรือการปั่นราคาสินทรัพย์เพื่อเก็งกำไรฉาบฉวยแบบในปัจจุบัน
​แน่นอนครับว่า การเปลี่ยนผ่านจากระบบ "หนี้สินล้นพ้นตัว" ในปัจจุบัน มาสู่ระบบ "วินัยการเงินเคร่งครัด" แบบคริปโตนี้ มันย่อมเต็มไปด้วยความ เจ็บปวด ในช่วงแรก ธุรกิจที่เคยอยู่รอดได้เพราะเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำอาจจะล้มหายตายจากไป รัฐบาลไม่สามารถพิมพ์เงินมาแจกเยียวยาได้ง่ายๆ อีก...
​แต่มองในระยะยาว นี่อาจจะเป็น "ยาขม" ขนานแท้ที่จำเป็นต้องกิน เพื่อรักษาโรคร้ายอย่าง "ความเหลื่อมล้ำ" ที่ฝังรากลึกในสังคมเรามานาน เพราะในระบบใหม่นี้ จะไม่มีอภิสิทธิ์ชนกลุ่มไหน ไม่ว่าจะเป็นมหาเศรษฐีที่ใกล้ชิดแหล่งทุน หรือผู้มีอำนาจคนใด สามารถเข้าถึง "เงินที่พิมพ์ออกมาใหม่ได้ก่อนคนอื่น" (Cantillon Effect) อีกต่อไป ทุกคนต้องอยู่ภายใต้กฎกติกาเดียวกันที่โปร่งใส
​ในมุมมองเศรษฐศาสตร์ที่ผมได้สัมผัสมา มันคือการเลือกระหว่างสองเส้นทางชีวิตของประเทศที่ชัดเจนครับ:
​ทางแรกคือ "การเติบโตที่ดูหวือหวา มีรัฐคอยอุ้มชู มีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจตลอดเวลา แต่ต้องแลกมาด้วยความเหลื่อมล้ำที่ถ่างกว้างขึ้นเรื่อยๆ" (คนมีสินทรัพย์ยิ่งรวย คนหาเช้ากินค่ำยิ่งจนลงเพราะข้าวของแพงขึ้น)
​กับทางที่สองคือ "ความมั่นคงของอำนาจซื้อ เงินเก็บที่คุณตั้งใจทำงานหามาจะไม่ด้อยค่าลงในยามแก่เฒ่า แต่ต้องแลกมาด้วยความเด็ดขาดและไร้ความปรานีของกลไกตลาดเสรี" (ใครบริหารพลาดคือล้มจริง เจ็บจริง ไม่มีเบาะรองรับจากเงินภาษีคนอื่น)
​แล้วคุณล่ะครับ... คิดว่าสังคมไทยของเรา พร้อมหรือยังที่จะรับมือกับ "เงิน" รูปแบบใหม่นี้? เงินที่ "ซื่อสัตย์ที่สุด" (เพราะไม่มีใครโกงสร้างมันเพิ่มได้) แต่มันก็อาจจะเป็นเงินที่ "ไร้ความปรานีที่สุด" (สำหรับคนที่ไม่มีวินัยทางการเงิน)...
​ลองคอมเมนต์มาแลกเปลี่ยนมุมมองกันได้เด้อ อยากอ่านความคิดเห็นของทุกคนครับ
​#ถ้าไทยเลิกใช้เงินบาท #เงินเฟ้อคือโจร #เศรษฐศาสตร์นอกตำรา #BitcoinThai
โฆษณา