Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
BrandCase
ยืนยันแล้ว
•
ติดตาม
22 ก.พ. เวลา 03:04 • ธุรกิจ
ถ้าไม่เข้าใจเรื่อง VAT ทำไมธุรกิจอาจจะ ยิ่งขายดี ยิ่งเจ๊ง ?
-บางคนอาจคิดไม่ถึงว่า เราซื้อของมาขาย กำไรที่ทำได้ ไม่พอเสียค่า VAT ให้กรมสรรพากร เคสนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร มาทำความเข้าใจกัน
VAT คืออะไร ?
VAT (ภาษีมูลค่าเพิ่ม) = ภาษีที่เก็บจาก มูลค่าที่เพิ่มขึ้น ในทุกขั้นตอนการผลิตและขายสินค้า อธิบายง่าย ๆ หน่อยคือ การที่รัฐฝากเจ้าของธุรกิจ เก็บเงินจากลูกค้าตามอัตราที่กฎหมายกำหนด ซึ่งปัจจุบันคือ 7% เพื่อนำส่งให้รัฐอีกที
ตามเกณฑ์ของกรมสรรพากรแล้ว VAT จะถูกเรียกเก็บจากธุรกิจหรือร้านค้า ที่มีรายได้ต่อปีเกิน 1,800,000 บาท ซึ่งปัจจุบัน ไทยเก็บ VAT ในอัตรา 7%
โดยมีกำหนดต้องรายงานกรมสรรพากร เป็นรายเดือน
เพื่อให้เห็นภาพและเข้าใจมากขึ้น เรื่อง VAT จะมีให้จำสำคัญ ๆ 3 จุด
1. ภาษีซื้อ (Input Tax) คือ VAT 7% ที่เรา “จ่าย” ให้คนที่เราซื้อของเพื่อเอามาขายต่อ ซึ่งตรงนี้สำคัญที่สุดคือ ต้องมีใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบ เพื่อใช้เป็นหลักฐาน
2. ภาษีขาย (Output Tax) คือ VAT 7% ที่เรา “เก็บ” จากลูกค้าตอนเราขายของให้เขา
3. ภาษีที่ต้องนำส่งกรมสรรพากร
ตรงนี้เราไม่ได้จ่าย 7% จากยอดขายทั้งหมด แต่เราจ่ายแค่ส่วนต่าง ตามสูตรนี้
“ภาษีที่ต้องนำส่ง = ภาษีขาย - ภาษีซื้อ”
เช่นสมมติเราทำธุรกิจซื้อมาขายไป
-คุณซื้อของมา 100 บาท + VAT 7% = 7 บาท รวมจ่าย 107 บาท => ภาษีซื้อ = 7
-คุณขายไป 150 บาท + VAT 7% = 10.5 บาท รวมเก็บ 160.5 บาท => ภาษีขาย = 10.5
-หมายความว่าตอนส่งสรรพากร คุณนำส่ง VAT เท่ากับ 10.5 - 7 = 3.5 บาท
ทีนี้มาดูว่าเคส ซื้อของมาขาย แต่กำไรที่ทำได้ ไม่พอเสียค่า VAT เกิดขึ้นได้อย่างไร ?
สมมติโจทย์ว่า
คุณซื้อของมาขายด้วยต้นทุนชิ้นละ 98 บาท โดยที่ไม่มีใบกำกับภาษี แล้วเอามาขายต่อชิ้นละ 100 บาท สมมติว่าขายได้ 500,000 ชิ้น
จากเคสนี้
ยอดขายรวม => 100 x 500,000 = 50,000,000 บาท
ต้นทุนรวม => 98 x 500,000 = 49,000,000 บาท
กำไรขั้นต้น => 50,000,000 - 49,000,000 = 1,000,000 บาท
ในเคสนี้ ยอดขาย 50,000,000 บาท เกิน 1,800,000 ล้านบาทต่อปี ทำให้ต้องจดทะเบียน VAT ตามเกณฑ์ของกรมสรรพากร
พอมาคิด VAT ที่ต้องนำส่งกรมสรรพากร
-ภาษีขาย => ถ้าคุณขาย 100 บาท โดยราคานี้คือรวม VAT 7% แล้ว
ก็เทียบเอาว่า
ถ้า 107% = 100 บาท
ดังนั้นถ้า 100% = 93.46 บาท
ฉะนั้น ภาษีขาย 7% ที่คุณเก็บจากลูกค้าตามเคสนี้ จะเท่ากับ 100 - 93.46 = 6.54 บาทต่อชิ้น
1
ขายได้ 500,000 ชิ้น ภาษีขายรวม ก็เท่ากับ 500,000 x 6.54 = 3,270,000 บาท
-ส่วนภาษีซื้อ ของเคสนี้ = 0 บาท เพราะไม่มีเอกสารใบกำกับภาษีมาเป็นหลักฐานคิดภาษีซื้อ
พอเอามาคิด VAT ตามสมการ
“ภาษีที่ต้องนำส่ง = ภาษีขาย - ภาษีซื้อ”
สรุปแล้ว VAT ที่ต้องนำส่งกรมสรรพากรจากเคสนี้ คือ 3,270,000 - 0 = 3,270,000 บาท
เผื่อใครลืมข้างบนไปแล้ว มาสรุปกันอีกทีตรงนี้
คุณซื้อของมาขายด้วยต้นทุนชิ้นละ 98 บาท โดยที่ไม่มีใบกำกับภาษี แล้วเอามาขายต่อชิ้นละ 100 บาท ขายได้ 500,000 ชิ้น
ยอดขายรวม => 100 x 500,000 = 50,000,000 บาท
ต้นทุนรวม => 98 x 500,000 = 49,000,000 บาท
กำไรขั้นต้น => 50,000,000 - 49,000,000 = 1,000,000 บาท
แต่ VAT ที่ต้องนำส่งสรรพากร = 3,270,000 บาท
ก็จะเห็นว่า กำไรขั้นต้นที่ทำได้ ยังน้อยกว่า VAT ที่ต้องนำส่งสรรพากรเสียอีก
ทางแก้ของเคสนี้ เช่น
-ขอใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบทุกครั้งที่ซื้อสินค้า (สำคัญมากในการคิดภาษีซื้อ)
-ขายราคาสินค้าต่อชิ้นสูงขึ้น จากเดิมที่เอากำไรต่อชิ้นน้อยไป จนภาษีขาย เข้าเนื้อตัวเอง
จะเห็นว่า ถ้าเราขายของหรือทำธุรกิจแล้วไม่เข้าใจเรื่อง VAT มันอาจจะมีเคสแบบนี้
คือยิ่งขายดี ยิ่งเจ๊ง เพราะกำไรที่ได้ ไม่พอเสีย VAT ด้วยซ้ำ ..
หมายเหตุ: จะมีธุรกิจบางประเภทที่ได้รับยกเว้น VAT ตามกฎหมาย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสินค้าจำเป็นพื้นฐาน หรือบริการที่รัฐต้องการสนับสนุนเพื่อลดภาระค่าครองชีพของประชาชน
เช่น สินค้าเกษตร, สัตว์และเนื้อสัตว์ การรักษาพยาบาล บริการขนส่งในประเทศ, หนังสือ
ธุรกิจ
ภาษี
81 บันทึก
57
77
81
57
77
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย