Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
เรื่องเล่าบนดาวโลก
•
ติดตาม
6 ชั่วโมงที่แล้ว • ปรัชญา
ความจริงที่ไม่มีใครพูดถึง : ชีวิตคุณอาจไม่ได้เกิดมาเพื่ออะไรเลย
คุณกำลังรู้สึกทรมาน เพราะตอบไม่ได้ว่ากำลังทำสิ่งที่ทำอยู่ไปเพื่ออะไร
คุณพยายามให้เหตุผลอันสวยหรู ว่าคุณกำลังทำเพื่อมนุษยชาติ
แต่ผ่านไปไม่นาน
ไฟฝันอันลุกโชนก็ค่อย ๆ หรี่ลง หรี่ลง หรี่ลง
จนมอดดับไป
คุณพยายามเติมเชื้อเพลิงให้กับแรงบันดาลใจ ด้วยคำคมที่บังเอิญเจอในอินเทอร์เน็ต
เขียนมันลงกระดาษ
แปะไว้ที่โต๊ะทำงาน
หวังว่าเมื่อเงยหน้าขึ้นมา คำคมนี้จะทำให้แรงบันดาลใจของคุณกลับมาลุกโชนอีกครั้งเหมือนครั้งแรกที่ได้อ่านมัน
แต่สุดท้าย คำถามเดิมก็ตามมาหลอกหลอนคุณอยู่ดี
'ฉันทำสิ่งนี้ไปเพื่ออะไร?'
ไม่ นี่ไม่ใช่เรื่องแปลก
มันไม่ใช่เรื่องผิดปกติที่คำถามนี้เกิดขึ้นกับคุณ
คุณเหมือนผ้าขาวที่ถูกถักทอขึ้นบนโลกใบนี้ แล้วอยู่ดี ๆ สังคมก็บีบบังคับคุณทั้งทางตรงและทางอ้อมว่า :
'ไปเข้าอนุบาลซะ'
'จบแล้วก็ไปต่อประถม'
'เสร็จแล้วก็ต้องเข้ามัธยมสิ'
'และถ้าอยากมีงานทำก็ไปต่อมหาลัย'
รู้ตัวอีกที ผ้าสีขาวก็ถูกแต่งแต้มไปด้วยสี ที่คุณไม่ได้เป็นคนเลือกมันด้วยตัวของคุณเอง
นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นบนโลกใบนี้
มนุษย์มักปล่อยให้กฎเกณฑ์และค่านิยมที่ถูกสร้างขึ้นโดย "สิ่งมีชีวิตสปีชีส์เดียวกัน" มากำหนดเส้นทางชีวิตของพวกเขา
พวกเขาไม่เคยตั้งคำถาม ไม่เคยมองย้อนกลับไปหา ว่าแก่นที่แท้จริงของชีวิตคืออะไร
มันจึงไม่แปลกที่พวกเขาจะรู้สึกว่าชีวิตมันว่างเปล่า
เพราะพวกเขามัวแต่ไขว่คว้า "เปลือกหนาเตอะ" ที่ห่อหุ้มแก่นที่แท้จริงของชีวิตพวกเขาอยู่
และที่มันไม่แปลกที่คุณจะสงสัยในตัวตน ความชอบ ความสนใจ ความหมาย หรือจุดมุ่งหมายในการมีชีวิตอยู่ของตัวคุณเอง
เพราะ "แนวคิดเหล่านี้" อาจเป็นจริงก็ได้ :
หลายแนวคิดจากหลาย ๆ ศาสตร์เห็นตรงกันว่า "มนุษย์เราไม่ได้เกิดขึ้นมาพร้อมกับเป้าหมาย"
■
Naturalism (ธรรมชาตินิยม) aka. วิทยาศาสตร์
ปฏิเสธการมีอยู่ของสิ่งเหนือธรรมชาติ จิตวิญญาณ เทพเจ้า และทุก ๆ สิ่งที่ไม่สามารถศึกษาด้วยวิทยาศาสตร์ได้
และเชื่อว่าทุกปรากฏการณ์จะสามารถอธิบายได้ด้วยกฎเกณฑ์ทางธรรมชาติ
ธรรมชาตินิยมมองว่ามนุษย์เป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ
เป็นผลผลิตของกระบวนการทางชีววิทยาและวิวัฒนาการ ซึ่งเป็นกระบวนการทางธรรมชาติที่ดำเนินไป โดยไม่อยู่ภายใต้การควบคุมของสิ่งใด
ในมุมมองของธรรมชาตินิยม เป้าหมายและความหมายของชีวิตจึงเป็นสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นมาเอง โดยได้รับอิทธิพลจากสังคมและวัฒนธรรมเป็นหลัก
ไม่ใช่สิ่งที่ติดตัวมาตั้งวันที่เราเกิด
■
Existentialism (อัตถิภาวนิยม)
ปรัชญาที่มีต้นกำเนิดในประเทศฝรั่งเศสช่วงกลางศตวรรษที่ 20 เสนอว่า "แก่นแท้มาทีหลังการดำรงอยู่"
หมายความว่ามนุษย์เราไม่ได้เกิดมาพร้อมกับเป้าหมาย เราเป็นเพียงการดำรงอยู่ที่ว่างเปล่า แต่ความหมายของการมีชีวิตถูกสร้างขึ้นในภายหลัง ผ่านการตัดสินใจของเราเอง
■
Humanism (มนุษยนิยม)
ปรัชญาที่มีรากฐานมาจากปรัชญากรีกโบราณ ให้ความสำคัญกับคุณค่าและศักยภาพของมนุษย์
Humanism เชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่ามนุษย์มีอิสระในการกำหนดเป้าหมายของชีวิตตนเอง โดยไม่ต้องอิงอาศัยหรือพึ่งพาอำนาจภายนอกหรือสิ่งเหนือธรรมชาติใด ๆ
และมนุษย์มีศักยภาพและความสามารถมากพอที่จะทำให้เป้าหมายที่ตนตั้งไว้นั้นเป็นจริง
■
พระพุทธศาสนา (Buddhism)
ก็ได้เสนอแนวคิดที่ชื่อว่า "ความว่าง (emptiness; sunyata)"
แนวคิดนี้เสนอว่าสรรพสิ่งรวมถึงตัวตนของมนุษย์ไม่ได้มีแก่นแท้ที่ดำรงอยู่อย่างถาวร
เพราะทุกสิ่งที่มีตัวตนอยู่ในจักรวาล ณ ตอนนี้ จะต้องดับสลายไปในวันหนึ่งอย่างแน่นอน
หมายความว่าการดำรงอยู่ของมนุษย์นั้นไม่ได้มีความหมายหรือจุดมุ่งหมายใด ๆ
เราเป็นเพียงแค่สิ่งที่ปรากฏขึ้นมาเพราะมีเหตุปัจจัย มีตัวตนอยู่เพราะมีเหตุปัจจัย แล้วสุดท้ายก็จะดับไปเพราะหมดเหตุปัจจัย ไม่ได้ต่างอะไรกับสรรพสิ่งในจักรวาลนี้เลย
แต่ความเชื่อเรื่องชาติก่อน-ชาติหน้า ทำให้พุทธเสนอว่า ถ้าคุณไม่อยากเกิดมาเผชิญหน้ากับความทุกข์อีก
เป้าหมายที่คุณควรกำหนดให้กับตัวเองและเดินหน้าไขว่คว้ามันในชาตินี้ คือนิพพาน ซึ่งก็คือสภาวะที่หมดเหตุปัจจัย ไม่ต้องเกิดขึ้นมาอีก
ในเมื่อปรัชญา ศาสนา และวิทยาศาสตร์เห็นพ้องต้องกันขนาดนี้ว่าชีวิตคือสิ่งกลวงเปล่าที่ไม่ได้กำเนิดขึ้นมาพร้อมกับความหมายอันพิเศษแต่อย่างใด
มันจึงไม่แปลกที่วัยรุ่นจะเป็นทุกข์กับการค้นหาตัวตนและความชอบของตัวเอง
มันจึงไม่แปลกที่ช่วงหลังมานี้ "ค่ายค้นหาตัวตน" จะผุดขึ้นเป็นดอกเห็ด
มันจึงไม่แปลกที่ผู้ใหญ่วัยกลางคนจะต้องกลับมาเผชิญกับ existential crisis อีกครั้งในช่วง midlife crisis
เพราะโดยแก่นแล้ว ชีวิตไม่ใช่สิ่งที่มี "ความหมาย" ที่เฉพาะเจาะจง
มนุษย์แต่ละคนไม่ได้มีคู่มือติดตัวมาตั้งแต่ออกจากท้องแม่ว่าหน้าที่ของฉันบนโลกใบนี้คืออะไร
ซึ่ง "ความว่างเปล่า" ของชีวิตนี่แหละ ที่ทำให้ชีวิตกลายเป็นสิ่งที่พิเศษ
เพราะการที่ชีวิตมันว่างเปล่า มันทำให้คุณสามารถสร้างสรรค์ความหมายให้กับชีวิตได้อย่างอิสระ
เหมือนกับผืนผ้าใบเปล่าที่รอวันให้ศิลปินรังสรรค์ภาพวาดของตนได้อย่างไม่จำกัด
หมายความว่า ถ้าคุณไม่สามารถทนอยู่กับความว่างเปล่าของชีวิตได้ ชีวิตมันก็ไม่ได้ปฏิเสธการมีความหมาย
และคุณมีสิทธิ์ที่จะแปะป้ายความหมายอะไรก็ได้ ลงไปในชีวิตอันว่างเปล่านี้
ดังนั้น เลือกดี ๆ
อย่าให้ความหมายนั้นมาทำให้คุณรู้สึกเสียดายและเสียใจในบั้นปลายของชีวิตก็พอ
ชีวิต
ปรัชญา
พัฒนาตัวเอง
1 บันทึก
2
1
ดูเพิ่มเติมในซีรีส์
ปรัชญา
1
2
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย