เมื่อวาน เวลา 03:38 • ความคิดเห็น
เป็นกระทู้ที่ตั้งคำถามได้
โดนๆเจ็บลึกสุดๆตรงใจ
ตรงเข้าไปในใจมาก
สะท้อนภาพสังคมที่หลาย
คนอาจรู้สึกแต่ไม่กล้าพูด
หลายครั้งความอยุติธรรม
จึงถูกทำให้ดูเหมือนเป็น
เรื่องปกติไป
ความเงียบกลายเป็นเครื่องมือ
เอาตัวรอดของคนกลุ่มเปราะ
และบอบบางที่ไม่สามารถรับ
ผลต่อการแสดงตนเข้มแข็ง
เพื่อยืนหยัดคำว่า“ยุติธรรม”
ปะต้าคิดว่าความเงียบงัน
ของบางคนอาจไม่ได้เกิด
จากการยอมรับความผิด
เสมอไปดอก
แต่อาจเกิดจากความกลัวที่
มีอยู่จริงมันพร้อมจะเกิดผล
กระทบตรงๆหน้าจึงกลัวผล
กระทบกลัวการถูกคุกคาม
กลัวเสียงาน เสียโอกาสหรือกระทบคนในครอบครัวใน
สภาพแวดล้อมโครงสร้าง
อำนาจที่ไม่สมดุล
การพูดรึการแสดงจุดยืนหยัด
ความยุติธรรมให้ยุติด้วยธรรมเท่ากับความถูกต้องจึงอาจมีต้นทุนที่สูงมากจนบางคนรู้สึก
ว่าตัวเองไม่มีพื้นที่ปลอดภัย
พอจะยืนอยู่บนความถูกต้องนั้น
คำถามที่น่าสนใจจึงอาจไม่ใช่
แค่ว่าทำไมคนถึงเงียบงันไป
แต่มันรวมไปถึงว่าสังคมแบบ
ไหนที่ทำให้การพูดความจริง
ต้องแลกด้วยความเสี่ยง
“คุ้มรึไม่คุ้มแม้มิใช่นักคิด
กำไรขาดทุนก่ะใช้ความรู้
ความรู้สึกพื้นฐานได้”
เราจะสร้างเงื่อนไขอย่างไร
ให้ความถูกต้องไม่ต้องต่อสู้
ลำพังหรือไม่ต้องให้ใครคน
หนึ่งคนใดแบกรับผลทั้งหมด
โดยลำพัง“พังลำพัง”
กระทู้นี้จึงไม่ได้ชวนให้โทษ
คนเงียบเพียงอย่างเดียวแต่เหมือนกำลังชวนเรามองทั้ง
ระบบว่าเราจะทำให้ความ
กล้าพูดกล้าแสดงตนไม่ใช่
เรื่องของความกล้าส่วนบุคคลโด่เด่โดดเดี่ยวเท่านั้น
หากแต่เป็นสิ่งที่สังคมพร้อมปกป้องและยืนเคียงข้าง
ไปด้วยความยุติธรรมกับคนๆ
นั้น(จริงๆ)ด้วย
มันไม่เหมือนความรักดอก
“พังลำพัง”ก่ะแค่อกหักอกเดาะ
เจ็บปวดยังไงก่ะไม่ถึงตายดอก
แต่เรื่องข้างต้นอาจ“ตุย”เลย
ต้องช่วยกันสร้างระบบที่ป้องกัน
คุ้มครองให้ความยุติธรรมอย่าง
จริงๆและจังๆ เข้มแข็งจริงจัง
จริงๆไม่ใช่แค่คำพูดเลื่อนลอย
กระทู้ดีครับเล่าเรื่องอ่านอิ่ม
และชวนคิด
โฆษณา