หากย้อนดูประวัติศาสตร์ ดินแดนรัสเซียเคยถูกจักรพรรดินโปเลียนที่ 1 หรือแม้แต่กองทัพนาซีรุกรานจากด้านทิศตะวันตกของรัสเซีย – หรือที่ราบยุโรปตะวันออกและเหนือ – อีกทั้งอดีตประเทศโซเวียต 3 ประเทศที่มีพรมแดนติดกับรัสเซีย ได้แก่ เอสโทเนีย ลัตเวีย และลิทัวเนีย ก็เข้าร่วม NATO ไปแล้ว รัสเซียจึงมองว่า หากยูเครนเข้าร่วม NATO อีกหนึ่งประเทศ จะนับเป็น “ภัยคุกคาม” โดยตรงจากมหาอำนาจตะวันตกต่อความมั่นคงรัสเซียทันที เท่ากับว่า ความปรารถนาที่จะเข้าร่วม NATO ของยูเครนต้องดับหายไป
นับตั้งแต่สงครามรัสเซีย-ยูเครนปะทุขึ้น ก็มีความพยายามให้ยูเครนเข้าร่วม NATO แต่ช่วงเดือนธันวาคม 2568 ประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี (Volodymyr Zelenskyy) ได้แสดงความ “ประนีประนอม” ที่จะไม่เข้าเป็นสมาชิก NATO เพื่อแลกกับการการันตีการสนับสนุนจากพันธมิตรตะวันตก อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ระหว่างยูเครนกับรัสเซีย ได้ทำให้ฟินแลนด์และสวีเดนยกเลิกนโยบาย ‘วางตัวเป็นกลาง (neutrality policy)’ และเข้าร่วม NATO ระหว่างปี 2566-2567 นับเป็นผลกระทบสำคัญข้อหนึ่งจากสงครามในครั้งนี้
ภาพความเสียหายส่วนหนึ่งในพื้นที่จังหวัดดอนเนสก์ เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2568 (ภาพ: Press Service of 93rd Kholodnyi Yar Separate Mechanized Brigade of the Ukrainian Ground Forces/AFP)
ภาพปก: Donbas Special Forces Battalion of the Ukrainian National Guard/AFP, Bulent Kilic/AFP, Jamie McCarthy/Getty Images via AFP & Maxim Shipenkov/POOL/AFP)
ชายคนหนึ่งกำลังมองภาพทหารที่เสียชีวิตจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน เมื่อเดือนกรกฎาคม 2565 (ภาพ: Sergei Supinsky/AFP)