23 ก.พ. เวลา 06:19 • ยานยนต์
รถบ้านพลอยขวัญ

ทำไม “รถ EV มือสอง” ในปี 2569 ถึงเป็นตัวเลือกที่ “คุ้มค่ากว่าการเดินไปออกรถป้ายแดง”

สวัสดีครับสายซิ่งและคนรักยานยนต์ทุกท่าน! กลับมาพบกับผม ผู้เชี่ยวชาญด้าน Motor Sport และเจ้าของ “เต็นท์รถบ้านพลอยขวัญ” กันอีกครั้งครับ
1
ถ้าถามผมในมุมมองของคนทำธุรกิจรถยนต์และคลุกคลีกับความเร็วมาตลอด ว่าทำไม “รถ EV มือสอง” ในปี 2569 (2026) ถึงเป็นตัวเลือกที่ “คุ้มค่ากว่าการเดินไปออกรถป้ายแดง” ผมบอกเลยครับว่าจังหวะนี้คือ นาทีทองของผู้ซื้อมือสองอย่างแท้จริง ซึ่งสามารถอธิบายด้วยเหตุผลเชิงเศรษฐศาสตร์และเชิงเทคนิคที่เจาะลึกได้ดังนี้ครับ
1. ปรากฏการณ์ “Great Reset” และค่าเสื่อมราคาที่ทำให้คนซื้อมือสองยิ้มกว้าง
ในช่วงปี 2568-2569 ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในไทยได้เข้าสู่จุดหักเหที่เรียกว่า “Great Reset” ครับ เนื่องจากการเร่งผลิตรถยนต์ไฟฟ้าภายในประเทศเพื่อชดเชยการนำเข้าตามเงื่อนไขของ BOI ทำให้มีรถใหม่ทะลักเข้าสู่ตลาดมากกว่า 100,000 คัน จนเกิดสภาวะอุปทานล้นตลาด (Oversupply)
ผลจากสงครามราคาของรถป้ายแดง ทำให้ราคารถ EV มือสองถูกบีบให้ปรับฐานลงอย่างรวดเร็ว ในขณะที่รถน้ำมันหรือ EV ปีแรกราคาจะตกราวๆ 15-20% แต่พอเข้าสู่ปีที่ 2-3 ค่าเสื่อมราคาของรถ EV จะทิ้งห่างร่วงลงไปถึง 30-40% ยกตัวอย่างเช่น
Tesla Model 3
• Tesla Model 3: ราคาป้ายแดง 1.59 ล้านบาท พอเป็นมือสองอายุราว 3 ปี ราคาคาดการณ์จะหล่นลงมาเหลือเพียง 1.1 – 1.2 ล้านบาท (ค่าเสื่อมสะสม 25-30%)
BYD Atto 3
• BYD Atto 3: ป้ายแดง 1.19 ล้านบาท ราคามือสองปีที่ 3 จะหล่นมาเหลือ 750,000 – 850,000 บาท (ค่าเสื่อม 30-35%)
MG4 Electric
• MG4 Electric: ป้ายแดง 869,000 บาท ราคามือสองปีที่ 3 หล่นมาเหลือเพียง 550,000 – 620,000 บาท (ค่าเสื่อม 28-32%)
การปล่อยให้เจ้าของมือแรกรับภาระค่าเสื่อมราคาที่หนักหน่วงที่สุดไปแล้ว ทำให้การซื้อรถ EV มือสองในปี 2569 ได้รับการยกย่องว่า “น่าซื้อที่สุดในแง่เศรษฐศาสตร์” เพราะคุณได้สมรรถนะเทียบเท่ารถใหม่ ในราคาที่ถูกลงไปหลายแสนบาท
2. อาวุธลับ “Warranty แบตเตอรี่” ที่โอนสิทธิ์ได้
Warranty แบตเตอรี่
หลายคนกลัวว่าซื้อ EV มือสองแล้วต้องมานั่งซ่อมแบตเตอรี่แพงๆ แต่ในความเป็นจริง รถ EV มือสองในปี 2569 ส่วนใหญ่ (อายุ 1-3 ปี) ยังมีระยะเวลาการรับประกันแบตเตอรี่และมอเตอร์ไฟฟ้าติดตัวอยู่อีกยาวไกลครับ เพราะค่ายรถส่วนใหญ่รับประกันพื้นฐานไว้ที่ 8 ปี หรือ 150,000 – 160,000 กิโลเมตร
ที่เด็ดที่สุดคือค่ายรถอย่าง MG ที่กระโดดมารุกตลาดมือสองด้วยนโยบายรับประกันแบตเตอรี่แรงดันสูง มอเตอร์ และชุดควบคุมแบบ “ตลอดอายุการใช้งาน (Lifetime Warranty)” ในรถรุ่นอย่าง MG4 Electric, Maxus 9 และ Cyberster และความพีคคือ สิทธิ์นี้ติดไปกับตัวรถ สามารถโอนให้เจ้าของมือสองได้เลย ไม่ได้จำกัดแค่เจ้าของคนแรก (ขอเพียงเจ้าของเดิมเข้าศูนย์เช็กระยะครบถ้วนและไม่ดัดแปลงรถ) ทำให้ผู้ซื้อมือสองแทบไม่ต้องกังวลเรื่องแบตเตอรี่พังเลยครับ
3. ต้นทุนการครอบครอง (Total Cost of Ownership) ที่ถูกกว่าเห็นๆ
Total Cost of Ownership
เมื่อคุณซื้อรถมาในราคาที่ถูกลงมากแล้ว ค่าใช้จ่ายในการวิ่งรายวันยิ่งทำให้คุณกำไรครับ
• ค่าพลังงาน: หากคุณวิ่งรถเฉลี่ย 20,000 กม./ปี รถ EV จะกินค่าไฟเฉลี่ยเพียง 0.5 – 1.5 บาทต่อกิโลเมตร (ประมาณ 10,000 – 30,000 บาท/ปี) ขณะที่รถน้ำมันกินค่าน้ำมัน 2.5 – 4.5 บาทต่อกิโลเมตร (ประมาณ 50,000 – 90,000 บาท/ปี)
• ค่าบำรุงรักษา (Maintenance): รถ EV มีชิ้นส่วนกลไกน้อยกว่า ไม่มีเครื่องยนต์ลูกสูบ ไม่มีชุดเกียร์หลายจังหวะ ไม่ต้องเปลี่ยนน้ำมันเครื่อง หัวเทียน หรือกรองอากาศ ทำให้ค่าบำรุงรักษาระยะยาวถูกกว่ารถน้ำมัน 30-50%
4. สมรรถนะจัดจ้าน สไตล์ Motor Sport ในราคาอีโคคาร์
Instant Torque
ในฐานะคนบ้ารถและชอบความเร็ว มอเตอร์ไฟฟ้าให้แรงบิดฉับพลัน (Instant Torque) ทำให้คุณได้อัตราเร่งที่ยอดเยี่ยมและเงียบกริบ ตอบสนองการออกตัวหรือเร่งแซงได้รวดเร็วแบบที่รถสันดาปในพิกัดราคาเดียวกันทำไม่ได้ คุณสามารถเป็นเจ้าของรถที่มีอัตราเร่งระดับ 0-100 กม./ชม. ในไม่กี่วินาทีได้ด้วยเงินเพียงหลักแสนบาท หากเลือกซื้อในตลาดมือสองครับ
🔈 ช่องทางการติดต่อ
📖 สนใจโทร 📞 099-408-2222, ☎️ 021-006-756
👉 ดูรถทุกคันได้ที่
✅ LINE OA : @rodbanploykwan
✅ YOUTUBE : รถบ้านพลอยขวัญ
✅ INSTAGRAM : rodbanploykwan
🟣 TIKTOK : @rodbaanploykwan
📍 เปิดตั้งแต่เวลา 08:20 – 18:00 น.
📍 รถบ้านพลอยขวัญ ตั้งอยู่บนถนนตัดใหม่ พรานนก – พุทธมณฑล ใกล้ตลาดดอกไม้ (ปากคลองตลาด2)
อ้างอิงข้อมูลจาก : https://bit.ly/4kSNH6T
โฆษณา