27 ก.พ. เวลา 03:02 • ดนตรี เพลง

Ctrl+C [VIBE CHECK]

30 ปีที่รอ... และ Pulp ก็กลับมาร้องขอ - แต่ไม่ใช่ขอเพื่อตัวเอง
มีเพลงบางเพลงที่ฟังแล้วรู้สึกว่ามันไม่ได้ถูกเขียนขึ้นมาเพื่อขายดี ไม่ได้ถูกเขียนขึ้นมาเพื่อ playlist ไหนสักอัน... มันถูกเขียนขึ้นมาเพราะโลกมันทำให้ต้องเขียน "Begging for Change" คือเพลงแบบนั้น
Pulp เพิ่งปล่อยซิงเกิลใหม่ "Begging for Change" ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของอัลบั้มรวมการกุศล HELP(2) ของ War Child Records กำหนดวางจำหน่าย 6 มีนาคมนี้
อัลบั้มที่สืบทอดเจตนารมณ์จากต้นฉบับปี 1995 อย่างตรงไปตรงมา
เพลงนี้อัดที่ Abbey Road Studios โดยมี James Ford เป็นโปรดิวเซอร์คนเดียวกับที่ดูแลอัลบั้ม More (2025) ให้กับ Pulp และถ้าคุณฟัง More มาก่อน คุณจะรู้ว่า Ford เข้าใจ DNA ของ Pulp ได้ดีแค่ไหน
< เสียงที่ไม่ขอ permission จากใคร >
"Begging for Change" ฟังแล้วรู้สึกเหมือนคนที่กำลังตะโกนอยู่กลางห้องที่เงียบสนิท ไม่ได้ดังแบบ stadium rock แต่มันแทงตรงเข้ามา
เสียงร้องของ Jarvis Cocker ยังคงมีความเป็น Cocker อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง "เยือกเย็นแต่เดือดอยู่ข้างใน" แล้วยังมี choir เด็กๆ เสียงที่บริสุทธิ์ที่สุดในโลก
ผสมกับ backing vocal จาก Damon Albarn, Grian Chatten (Fontaines D.C.), Kae Tempest และ Carl Barât (The Libertines) ในช่วงเปิดเพลง มันคือการเอาเสียงของคนที่ยังไม่เข้าใจสงคราม มาวางไว้ข้างๆ เสียงของคนที่รู้สึกถึงมันมาตลอดชีวิต
ฟังครั้งแรกแล้วขนลุกได้เลยครับ
< 30 ปี และ Jarvis ยังไม่ลืม >
ในปี 1996 เมื่อ Different Class คว้า Mercury Prize - Jarvis Cocker ขึ้นไปรับรางวัล และบริจาคเงิน 25,000 ปอนด์ทั้งหมดให้ War Child ทันที นั่นคือ 30 ปีที่แล้ว
และวันนี้เขาพูดสั้นๆ ในแถลงการณ์ว่า "30 ปีที่แล้วเราให้รางวัล Mercury Prize ไปกับ War Child ปีนี้เราให้มากกว่านั้น... จะมากแค่ไหน รอดูกันเอง"
ประโยคสั้นๆ แต่หนักมาก
ในโลกที่ศิลปินหลายคนเลือกทำเพลง 2 นาทีเพื่อ stream ของตัวเอง... Pulp เลือกทำเพลงเพื่อเด็กในเขตสงคราม
❤️ นี่แหละ คือ grit ที่แท้จริง
#CTRLALTBEAT #RebootYourFeeling #Pulp #JarvisCocker #BeggingForChange #HELP2 #WarChild #BritPop #IndieVibes #VibeCHECK
โฆษณา