24 ก.พ. เวลา 15:43 • ปรัชญา

อิจฉา… ไม่ได้แปลว่าต้องริษยา

สองคำที่หลายคนใช้แทนกัน
แต่ระดับอารมณ์ต่างกันอย่างสิ้นเชิง
คุณแน่ใจหรือยัง… ว่าที่คุณรู้สึกอยู่คืออะไรกันแน่?
“พี่ดูสิ… เขามีแฟนแล้วอะ”
เสียงคุ้นหูดังขึ้น
ที่โต๊ะทำงาน
ในวันแห่งความรัก
น้องคนเดิมโชว์ภาพให้ชม
คนรู้จักที่เราคุ้นเคยกันดี
ตอนนี้…
โลกของคนนั้นเป็นสีชมพู
มองไปทางไหนหรืออะไร
ก็เป็นสีชมพูไปหมด
“หูย… ดีจังมีแฟนแล้วอ่า”
เสียงเล็ดลอดออกจากปากฉัน
ยินดีกับคนทั้งคู่ที่จับมือกันเสียที
“พี่อิจฉาริษยาเขาละซิ”
น้องคนเดิมเพิ่มเติมด้วย
ประโยคเชิงคำถาม
ยิงมาที่ฉันเต็ม ๆ
รอยยิ้มผุดขึ้นที่ใบหน้า
หันมองไปยังต้นเสียงอีกครั้ง
คำว่า อิจฉา และ ริษยา นั้น
หากเรามองแบบทั่วไป
เป็นคำที่มีความหมายใกล้กันมาก
มักจะใช้ควบคู่กันอยู่เสมอ
จนกลายเป็นคำเดียวกัน
แต่…
“ระดับอารมณ์”
และ
“น้ำหนักของความรู้สึก”
ต่างกัน
อย่างชัดเจน!
อิจฉา
เป็นความรู้สึกอยากได้
อยากมี อยากเป็นแบบนั้น
อาจเป็นความรู้สึกชั่วคราว
ไม่ได้คิดร้ายกับอีกฝ่าย
หรือ
เป็นเชิงหยอกล้อกันได้
อารมณ์นี้เบากว่าอีกคำ
หากเป็นคำว่า…
ริษยา
เป็นความรู้สึกไม่พอใจ
ไม่อยากให้เขาได้ดี
มีความไม่พอใจปนอยู่
จึงสื่ออารมณ์ได้ลึกกว่า
เมื่อมองย้อนกลับมาที่ฉัน
ใครเป็นแฟนกันก็ตาม
ฉันมัก อิจฉา สิ่งที่เขามี
ไม่จำเป็น…
ต้องรู้สึก ริษยา
หักล้าง
ยุยง
ปลุกปั่น
ทำลายความสัมพันธ์ให้เลิกกัน
แล้วความรู้สึกของเราจะดีขึ้น
เมื่อเขาเป็นแฟนกัน
ชีวิตอีกรูปแบบก็เริ่มขึ้น
จะจับมือกันแน่นแค่ไหน
เดินเคียงข้างกันในทุกวันหรือไม่?
ทุกอย่าง…
ล้วนเป็นความรู้สึก
การกระทำของคนสองคน
เมื่อคุณ…
ทำทุกวันเป็นวันแรก
ที่คบและรักกัน
ความรักจะค่อย ๆ
พัฒนาไปเรื่อย ๆ
ไม่รีบเร่ง ไม่เชื่องช้า
และเป็นไปในจังหวะของคุณเอง
“ฉัน อิจฉา ที่เขามีแฟน
แต่ไม่ได้
ริษยา เขาเลย”
ยิ้มกว้างให้น้องคนเดิมหนึ่งกรุบ
และหันกลับไปทำงานต่อ
“ก๊อกก… แก๊กก…”
เสียงพิมพ์จากแป้นพิมพ์
ดังเป็นจังหวะอย่างไพเราะ
น้องเริ่มแสดงความ งง
กับสิ่งที่ฉันเอ่ยออกไป
ปล่อยไปก่อน…
เวลาว่างค่อยอธิบายให้ฟังแล้วกัน
แล้วคุณล่ะ?
เมื่อเห็นคนเป็นแฟนกัน
น่ารักมุ้งมิ้งใส่กัน
จะ อิจฉา หรือ ริษยา กันนะ?
ลมลัลลา
คนเล่าเรื่องผ่านโต๊ะทำงานที่งานเยอะมาก ๆ
#ลมลัลลา
#โต๊ะทำงานเล่าเรื่อง
#อิจฉาไม่ใช่ริษยา
#อารมณ์ของมนุษย์
#บทความชวนคิด
#วันแห่งความรัก
#ความรู้สึกที่ต่างกัน
โฆษณา