Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
สุขภาพดีไม่มีในขวด
•
ติดตาม
25 ก.พ. เวลา 03:27 • สุขภาพ
ยารักษาสิวที่พบบ่อย: Benzoyl Peroxide / Adapalene / Isotretinoin
เน้นความปลอดภัยและข้อห้ามสำคัญ
บทความนี้จัดทำเพื่อให้ข้อมูลด้านสุขภาพทั่วไป ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือคำสั่งรักษาเฉพาะบุคคล
แนวทางเวชปฏิบัติด้านสิวของ American Academy of Dermatology (ฉบับปรับปรุงปี 2024) แนะนำอย่างชัดเจนให้ benzoyl peroxide และ topical retinoids (เช่น adapalene) เป็นแกนหลักของการรักษาสิว ขณะที่ isotretinoin ชนิดรับประทาน เหมาะสำหรับสิวรุนแรง หรือกรณีที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษามาตรฐาน เช่น ล้มเหลวในการรักษาจากยาทา/ยาปฏิชีวนะ หรือมีแผลเป็นและผลกระทบทางจิตใจอย่างมาก
- ก่อนเริ่มใช้ยา: 3 ประเด็นสำคัญเพื่อความปลอดภัย
1) อาการระคายเคืองช่วงแรกเป็นเรื่องที่พบได้
ยาทาสิว โดยเฉพาะกลุ่ม retinoids (เช่น adapalene) และ benzoyl peroxide อาจทำให้ผิวแห้ง แดง ลอก หรือแสบในระยะแรกของการใช้
แนวทางลดการระคายเคือง ได้แก่
* เริ่มใช้ทีละน้อย หรือวันเว้นวันในช่วงแรก
* ใช้มอยส์เจอไรเซอร์ร่วมด้วย
* ทาครีมกันแดดสม่ำเสมอ
2) ไม่ควรทายาหนาหรือถี่เกินจำเป็น
การทายาปริมาณมากหรือเพิ่มความถี่ไม่ได้ทำให้สิวหายเร็วขึ้น แต่เพิ่มความเสี่ยงต่ออาการแสบ แดง และลอก
3) การตั้งครรภ์และการวางแผนมีบุตร
* isotretinoin ชนิดรับประทาน: ห้ามใช้ในหญิงตั้งครรภ์
* ในเชิงความปลอดภัย หลายหน่วยงานแนะนำให้หลีกเลี่ยง topical retinoids (รวมถึง adapalene) ในหญิงตั้งครรภ์หรือกำลังวางแผนมีบุตร
สรุปสาระสำคัญ
* Benzoyl peroxide และ adapalene เป็นแนวทางหลักในการรักษาสิวทั่วไป
* Isotretinoin ชนิดรับประทานใช้ในกรณีสิวรุนแรงหรือไม่ตอบสนองต่อการรักษามาตรฐาน
* อาการระคายเคืองช่วงต้นพบได้และควรเริ่มใช้อย่างค่อยเป็นค่อยไป
* Retinoids โดยเฉพาะ isotretinoin มีข้อห้ามสำคัญในหญิงตั้งครรภ์
การใช้ยารักษาสิวควรคำนึงถึงความเหมาะสมของแต่ละบุคคล และควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพเมื่อมีข้อสงสัยหรือมีปัจจัยเสี่ยงร่วม
(1) Benzoyl Peroxide (BPO) — “กำจัดเชื้อ ลดอักเสบ” แต่ต้องใช้ให้ถูก
- ใช้ทำอะไร
ลดจำนวนเชื้อที่เกี่ยวข้องกับสิวและช่วยลดการอักเสบ เป็นหนึ่งในตัวยาหลักที่แนวทางของ American Academy of Dermatology แนะนำ
- วิธีใช้แบบปลอดภัย (แนวทางปฏิบัติทั่วไป)
* เริ่มจากความเข้มข้นต่ำ และทาบาง ๆ (โดยเฉพาะผิวหน้า) แล้วค่อยเพิ่มตามความทนของผิว
* เลี่ยงบริเวณรอบดวงตา ริมฝีปาก รูจมูก และผิวที่ถลอกหรือไหม้แดด
* ระวังทำให้ผ้า ปลอกหมอน หรือเสื้อผ้าสีซีด (เนื่องจากมีฤทธิ์ฟอกสี)
* หากใช้ร่วมกับยาปฏิชีวนะทาหรือรับประทาน มักแนะนำให้ใช้ร่วมกับ BPO เพื่อลดโอกาสดื้อยา ซึ่งเป็น good practice statement ในแนวทาง AAD
- อาการไม่พึงประสงค์ที่พบบ่อย
แดง แห้ง แสบ คัน หรือลอกเล็กน้อย พบได้ โดยเฉพาะในช่วงเริ่มใช้ยา
- อาการอันตราย (พบได้น้อยมาก) ที่ควรหยุดใช้และไปพบแพทย์/ฉุกเฉิน
มีรายงานภาวะแพ้รุนแรงหรือไวเกิน (hypersensitivity) จากผลิตภัณฑ์สิวทาบางชนิดที่มี BPO (หรือ salicylic acid) เช่น แน่นหน้าอก หายใจลำบาก หน้ามืด หรือบวมบริเวณหน้า ตา หรือริมฝีปาก หากเกิดอาการดังกล่าวควรหยุดใช้และรีบไปพบแพทย์
- ทริกความปลอดภัยสำหรับผู้เริ่มใช้ (โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ OTC)
บางหน่วยงานแนะนำให้ทดสอบทาบาง ๆ ในพื้นที่เล็ก 1–2 จุด ช่วง 3 วันแรก เพื่อสังเกตอาการแพ้ผิดปกติก่อนทาทั่วหน้า
- ประเด็นความปลอดภัยที่คนถามบ่อย: “BPO กับสาร benzene”
ในเดือนมีนาคม 2025 U.S. Food and Drug Administration รายงานผลการทดสอบผลิตภัณฑ์สิวที่มี BPO จำนวน 95 รายการ พบว่ามากกว่า 90% มีระดับ benzene ตรวจไม่พบหรืออยู่ในระดับต่ำมาก และมีเพียงบางล็อตที่พบระดับสูงจนบริษัทเรียกคืนแบบจำกัด โดยเป็นการเรียกคืนระดับร้านค้า (retail level) เป็นหลัก ทั้งนี้ FDA ระบุว่าความเสี่ยงมะเร็งจาก benzene ในผลิตภัณฑ์ที่เรียกคืนนี้อยู่ในระดับต่ำมาก แม้ใช้ทุกวันต่อเนื่องหลายสิบปี
American Academy of Dermatology ให้ข้อมูลว่า benzene ไม่ใช่ส่วนผสมที่ตั้งใจใส่ แต่ BPO อาจสลายเป็น benzene ได้ โดยเฉพาะเมื่อโดนความร้อนสูงหรือเก็บไว้นาน และแนะนำให้เก็บตามฉลาก โดยทั่วไปคืออุณหภูมิห้องหรือต่ำกว่า (เช่น แช่ตู้เย็น) เปลี่ยนผลิตภัณฑ์ทุก 10–12 สัปดาห์ และทิ้งผลิตภัณฑ์ที่โดนความร้อนสูง (เช่น มากกว่า 78°F หรือประมาณ 26°C)
- ข้อแนะนำเชิงปฏิบัติ
ตรวจวันหมดอายุ หลีกเลี่ยงการเก็บไว้ในรถหรือโดนแดดจัดเป็นเวลานาน และหากมีความกังวลควรปรึกษาแพทย์ผิวหนังเพื่อพิจารณาปรับสูตรยา
(2) Adapalene — “เรตินอยด์ทา” ช่วยลดสิวอุดตันและการอักเสบ แต่ต้องระวังเรื่องการระคายเคืองและการตั้งครรภ์
- ใช้ทำอะไร
Adapalene เป็น topical retinoid ช่วยลดการอุดตันของรูขุมขนและลดการอักเสบ แนวทางของ American Academy of Dermatology แนะนำยา กลุ่ม retinoids ทา (รวม adapalene) เป็นการรักษาหลักของสิว
- วิธีใช้ให้ปลอดภัย (อิงข้อมูลฉลากยา)
* โดยทั่วไปทาวันละครั้งตอนเย็น หลังล้างหน้าและผิวแห้ง ทา “บาง ๆ”
* หลีกเลี่ยงบริเวณตา ริมฝีปาก และเยื่อบุ
* ช่วงแรกสิวอาจดูเหมือนเห่อหรือมากขึ้นได้ และมักเริ่มเห็นผลชัดขึ้นประมาณ 8–12 สัปดาห์ จึงไม่ควรหยุดยาเร็วเพราะคิดว่าไม่ได้ผล
* ควรหลีกเลี่ยงหรือลดการโดนแดดและรังสี UV และใช้กันแดดเมื่อออกนอกบ้าน เนื่องจากยากลุ่ม retinoid อาจทำให้ผิวไวต่อแสงมากขึ้น
- อาการไม่พึงประสงค์ที่พบบ่อย
แดง ลอก แห้ง คัน หรือแสบ พบได้ค่อนข้างบ่อยในช่วงเริ่มใช้ และมักดีขึ้นเมื่อใช้ต่อเนื่อง ปรับความถี่ หรือดูแลผิวร่วมด้วย เช่น การใช้มอยส์เจอไรเซอร์
- ข้อห้าม/ข้อควรระวังสำคัญเรื่องการตั้งครรภ์
ฉลากยาระบุว่าการใช้ระหว่างตั้งครรภ์ควรทำเมื่อประโยชน์มากกว่าความเสี่ยง เนื่องจากข้อมูลในคนยังจำกัด
European Medicines Agency แนะนำเชิงความปลอดภัยว่า topical retinoids รวมถึง adapalene ไม่ควรใช้ในหญิงตั้งครรภ์และผู้ที่กำลังวางแผนมีบุตร แม้ว่าการดูดซึมเข้าสู่ร่างกายจากการทาจะมีปริมาณน้อยมากก็ตาม
สรุป
หากตั้งครรภ์ สงสัยว่าตั้งครรภ์ หรือกำลังวางแผนมีบุตร ควรหลีกเลี่ยง adapalene และปรึกษาแพทย์เพื่อพิจารณาทางเลือกที่เหมาะสมกว่า
- การให้นมบุตร
ฉลากยาระบุว่ายังไม่ทราบแน่ชัดว่ายาขับออกทางน้ำนมหรือไม่ จึงควรใช้ด้วยความระมัดระวังและปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร
(3) Isotretinoin (ชนิดรับประทาน) — ได้ผลดีในสิวรุนแรง แต่ต้องคุมความปลอดภัยสูงมาก
Isotretinoin ไม่ใช่ยาสิวทั่วไปสำหรับซื้อรับประทานเอง เป็นยาตามใบสั่งแพทย์ที่ต้องมีการติดตามอาการและตรวจเลือดตามความเหมาะสม
- ใช้เมื่อไร
ฉลากยา (DailyMed) ระบุว่าใช้รักษา severe recalcitrant nodular acne ในผู้ป่วยที่ไม่ตั้งครรภ์ และอายุ 12 ปีขึ้นไป โดยมักสงวนไว้สำหรับผู้ที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษามาตรฐาน เช่น ยาปฏิชีวนะ
แนวทางของ American Academy of Dermatology ปี 2024 แนะนำอย่างชัดเจนให้ใช้ isotretinoin ในผู้ที่เป็นสิวรุนแรง มีแผลเป็น กระทบคุณภาพชีวิตมาก หรือรักษามาตรฐานแล้วยังไม่ดีขึ้น
- ข้อห้ามสำคัญที่สุด
* ห้ามใช้ในหญิงตั้งครรภ์ เนื่องจากเป็นยา teratogenic และอาจก่ออันตรายต่อทารกในครรภ์อย่างรุนแรง
* ต้องหลีกเลี่ยงการตั้งครรภ์ระหว่างใช้ยาและช่วงหลังหยุดยาตามที่แพทย์กำหนด
* ห้ามใช้ในผู้ที่แพ้ยา แพ้วิตามินเอ หรือแพ้ส่วนประกอบของยา
- มาตรการความปลอดภัยเรื่องการตั้งครรภ์
ข้อมูลฉลากยาระบุว่า ผู้ที่สามารถตั้งครรภ์ได้ต้องมีการคุมกำเนิดอย่างเข้มงวด ได้แก่
* ใช้การคุมกำเนิด 2 วิธีพร้อมกัน อย่างน้อย 1 เดือนก่อนเริ่มยา ระหว่างใช้ยา และต่ออีก 1 เดือนหลังหยุดยา
* ตรวจการตั้งครรภ์ก่อนเริ่มยา ระหว่างใช้ยาเป็นระยะ และหลังหยุดยา (เช่น 1 เดือนหลังหยุด)
ประเทศหรือสถานพยาบาลอาจมีระบบกำกับเพิ่มเติมแตกต่างกัน แต่หลักความปลอดภัยคือ ต้องไม่ตั้งครรภ์ และต้องมีแผนคุมกำเนิดที่เชื่อถือได้ตลอดช่วงเสี่ยง
- ข้อควรหลีกเลี่ยงระหว่างใช้ยา
* ห้ามบริจาคเลือด ระหว่างใช้ยาและ 1 เดือนหลังหยุดยา
* หลีกเลี่ยงการรับประทานวิตามินเอเสริม
* หลีกเลี่ยงการใช้ร่วมกับยาปฏิชีวนะกลุ่ม tetracyclines
* ไม่แนะนำให้นมบุตรระหว่างใช้ยา (ระบุไว้ในฉลากยา)
- การติดตามและการตรวจเลือด
ฉลากยาระบุว่าต้องมีการติดตามด้านความปลอดภัย เช่น การตรวจการตั้งครรภ์ และอาจมีการติดตามไขมันในเลือดหรือค่าการทำงานของตับตามความเหมาะสม เนื่องจากยาอาจทำให้ไขมันในเลือดสูงขึ้นหรือเกิดความผิดปกติทางห้องปฏิบัติการบางอย่าง
- ประเด็นอารมณ์และสุขภาพจิต
มีคำเตือนเกี่ยวกับอาการทางอารมณ์และจิตใจในฉลากยา และ European Medicines Agency ระบุว่าหลักฐานโดยรวมยังขัดแย้งและไม่สามารถสรุปเหตุและผลได้ชัดเจน แต่มีการเพิ่มคำเตือนเพื่อความปลอดภัย
หากระหว่างใช้ยาเกิดการเปลี่ยนแปลงอารมณ์อย่างมาก เช่น ซึมเศร้าชัดเจน วิตกกังวลมาก หรือมีความคิดทำร้ายตนเอง ควรแจ้งผู้ปกครองหรือบุคคลที่ไว้วางใจ และติดต่อแพทย์ทันที หากเป็นภาวะฉุกเฉินควรติดต่อบริการฉุกเฉินในพื้นที่
- สรุปแบบเข้าใจง่าย
* Benzoyl peroxide เหมาะกับสิวหลายชนิด ใช้เดี่ยวหรือร่วมกับยาอื่นได้ ระวังผิวแห้งระคายเคือง และอาการแพ้รุนแรงที่พบได้น้อยมาก ประเด็น benzene มีข้อมูลการทดสอบและเรียกคืนบางล็อตในปี 2025 แต่โดยรวมความเสี่ยงอยู่ในระดับต่ำมากตาม U.S. Food and Drug Administration และมีคำแนะนำเรื่องการเก็บรักษา
* Adapalene เป็น topical retinoid ที่เหมาะกับสิวอุดตันและสิวอักเสบ ต้องใช้ต่อเนื่อง 8–12 สัปดาห์ และควรป้องกันแสงแดด หลีกเลี่ยงในหญิงตั้งครรภ์หรือผู้ที่วางแผนมีบุตร
* Isotretinoin (ชนิดรับประทาน) ใช้ในสิวรุนแรงหรือดื้อการรักษา ภายใต้การดูแลของแพทย์เท่านั้น มีข้อห้ามและมาตรการความปลอดภัยจำนวนมาก โดยเฉพาะเรื่องการตั้งครรภ์ การคุมกำเนิด และการติดตามผลเลือด
บันทึก
1
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย