Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
เรื่องเล่าเมาเมาแมน
•
ติดตาม
25 ก.พ. เวลา 09:42 • ประวัติศาสตร์
จีนแท้อยู่ไทย แผ่นดินใหญ่แค่คนพูดจีน ….
เชื่อไหม อันนี้ผมไม่ได้พูดเองนะ แต่เป็นคนจีนพูด
…พอดีไปดริ้งค์ร้านประจำ เจอพวกๆกัน เป็นคนจีน
ที่มาอยู่เมืองไทยนานแล้ว มีลูกเมียที่นี่เขาพูดให้ฟัง…
…ผมว่ามันน่าสนใจดี เลยเอามาเล่า…..
เพื่อนผมคนนี้ ผมเคยกล่าวถึงมาทีนึงแล้ว
จริงๆแกแซ่จาง แต่เพื่อนๆคนไทยเรียก “ฝันเด่น”
…คือ หน้าแกไปคล้ายๆกับนักร้องยุค 90 ฝันดีฝันเด่นน่ะนะ
พวกๆก็เลยเรียกกันแบบนั้น อยู่มาสิบกว่าปีแล้วล่ะ
พูดไทยชัดกว่าอาแปะแถวเยาวราชอีก เพราะเมียบังคับพูด….
แกเพิ่งไปเที่ยวบ้านเกิดช่วงตรุษจีนเพิ่งกลับมา
มีของมาฝาก ก็เลยได้นัดมาเจอกันเมื่อค่ำวาน
ก็ต้องร่ำสุรากันสักหน่อย ตามประสา…
แล้วเจ้าของร้าน ก็เดินมาแซวขออั้งเปาเขา
ประเด็นสนทนานี้ ก็เลยเกิดขึ้น
เขาว่า คนจีนในไทย มีความเป็นจีนมากกว่าแผ่นดินใหญ่อีกนะ
เขาบอกอีกว่าจีนไทยเหมือนคนจีนไต้หวัน ฮ่องกง
มากกว่าแผ่นดินใหญ่เยอะ
ฟังๆดู เขาคิดในแนวว่า จีนแผ่นดินใหญ่จริงๆ
ค่านิยมแบบจีนโบราณ มันแทบไม่เหลือแล้ว
มีลักษณะแบบจีนคอมมิวนิสต์กันไปหมด
หรือก็คือ ไม่ใช่คนจีนแบบดั้งเดิม ขนบต่างๆก็ไม่ใช่
เขาเล่าว่า ตรุษจีนในแผ่นดินใหญ่ มันก็ไม่ต่างจากวันหยุด
ปีใหม่ตามแบบฝรั่ง ไม่ใช่การถือธรรมเนียมแบบจีนขงจื้อ
เหมือนในอดีตอีกแล้ว
เขาเล่าต่ออีกว่า สมัยจบใหม่ๆ เขาเที่ยวตรุษจีนที่ไต้หวัน
ฮ่องกง เห็นคนไหว้บรรพบุรุษทุกบ้าน มีการถือวันเอาเคล็ด
เขาเองยังงงเลย เพราะเรื่องพวกนี้ แทบไม่มีแล้วในจีน
…ปธน.ไต้หวันนั้น มักไหว้เจ้าโชว์ออกสื่อแทบทุกปี
แต่เราจะไม่เห็นฝั่งแผ่นดินใหญ่ทำแบบนั้นหรอก …
…เขาว่างั้น…
…เชื่อไหม แม้แต่ตี่จู่เอี๊ยะ ในเมืองจีน น้อยมากที่จะมีกัน
แต่ที่ไทย ถ้าเป็นเชื้อสายจีน ไม่ว่าจะบ้านหรือร้านค้า
ก็มักจะตัองมีให้เห็น มันจึงมากกว่าที่จีนเสียอีก….
…เขายังเล่าเรื่องนี้อีกหลายประเด็น คงยาวไปที่จะเขียน
แต่โดยรวม คือในมุมของเขา การถือธรรมเนียมแบบจีน
โบราณในไทยนั้น มีความเข้มข้นมากกว่าแผ่นดินใหญ่
และเคร่งพอๆกับที่ไต้หวันนั่นเอง…
ผมว่ามันน่าสนใจ เมื่อเช้าตอนกินกาแฟ ก็เลยหาข้อมูลดู
สรุปว่าที่นายฝันเด่นพูด มันค่อนข้างถูกต้องครับ
ซึ่งถ้าจะย้อนไปดูสาเหตุจริงๆ มันก็คือการเข้ามามีอำนาจ
ของพรรคอมมิวนิสต์จีน และการปฏิวัติแดงของเหมานั่นเอง
หลังพรรคคอมมิวนิสต์ชนะสงครามกลางเมือง
และเหมามีอำนาจเบ็ดเสร็จ
พรรคก็เผยแพร่แนวคิดเชิงปฏิรูปสังคมอย่างจริงจัง
ค่านิยมเก่า ธรรมเนียมต่างๆ ถูกมองว่าล้าหลัง
และเป็นตัวถ่วงความเจริญในอุดมคติแบบคอมมิวนิสต์
ดังนั้น จึงตัองยกเลิกให้หมด
ทำให้เกิดการปฏิวัติวัฒนธรรมขึ้น
ในช่วงนี้ มีการทำลายตำราโบราณ และสถานที่สำคัญ
ทางศาสนามากมาย ไม่ว่าจะทางพุทธหรือเต๋า
และแนวคิด ธรรมเนียมแบบขงจื้อถูกยกเลิก
สมัยนั้น red guard ของเหมาค่อนข้างคลั่งและสุดโต่ง
การไหว้เจ้าในสมัยนั้น อาจถึงขั้นถูกจับ ประจานว่าเป็นตัวถ่วง
ความเจริญของจีนใหม่ได้เลยทีเดียว
แล้วมันก็เป็นอยู่อย่างนั้นมาอีกหลายสิบปี
ผ่านชั่วอายุคนมา
เมื่อคนยุคนั้นที่ถือธรรมเนียมโบราณจำนวนมาก
หนีออกนอกบ้านหลังความอดอยากจากผลของสงคราม
นกกระจอกของเหมา ที่สร้างความเสี้ยหายแก่ระบบนิเวศน์
ไปอยู่ตามที่ต่างๆ ทั้งไต้หวัน ไทย มาเลเซีย
ก็พาแนวคิดแบบขงจื้อไปด้วย และไปทำต่อที่อื่นเหมือนเดิม
มันจึงยังคงอยู่มาได้แบบแท้ๆ
ส่วนคนที่ไม่ได้ออกมา หรือออกจากจีนไม่ได้
ก็ตัองแอบทำ หรือเลิกทำ
เนื่องจากกลัวการคุกคามของ red guard
ที่อาจร้ายแรงถึงตาย หรือเผาบ้านกันได้
ธรรมเนียม ค่านิยมเหล่านี้ จึงค่อยๆหายไป
เมื่อผ่านรุ่นคนที่เคยถือปฏิบัติมา
สู่คนรุ่นที่เติบโตในสังคมแบบคอมมิวนิสต์เต็มรูปแบบแล้ว
ขึ้นมามีบทบาทมากในสังคม ซึ่งคนรุ่นนี้ก็คือที่ปัจจุบันราวๆ 60 ขึ้นไป และมักผ่านการล้างสมอง หรือเป็น red guard มาแล้ว
ธรรมเนียมเหล่านี้ ก็ยิ่งเหลือน้อยลงอย่างมากในแผ่นดินใหญ่
เพราะเขาย่อมไม่สอนลูกหลาน ให้เชื่อตามโบราณ แต่ให้เป็น
ไปตามแนวทางพรรคคอมมิวนิสต์เหมือนเขามากกว่า
ส่วนที่ฮ่องกง พวกอังกฤษซึ่งเป็นเจ้าอาณานิคมอยู่ตอนนั้น
ไม่ได้วุ่นวายอะไรกับความเชื่อพวกนี้ หรือแม้กระทั่ง
วัฒนธรรมฮินดู ที่เข้ามาพร้อมกับชาวอินเดีย
พวกเขาก็ไม่ยุ่ง ความเชื่อ มันจึงดำรงมาได้จนถึงปัจจุบันนี้
และค่อนข้างยังเข้มข้นมาก ในหมู่คนพูดกวางตุ้ง
จึงว่ากันว่า ถ้าอยากถ่ายรูปตรุษจีนแท้ๆที่คึกคัก
บนโลกนี้ ก็มีแค่สามที่ คือ ไทย ไต้หวัน และฮ่องกง..
การฟื้นฟูวัฒนธรรมแบบจีนแท้ในแผ่นดินใหญ่
เพิ่งมาเกิดขึ้นในยุคของเจียงเจ๋อหมิงนี่เอง
นัยว่าสมัยนั้น จีนเปิดประเทศเต็มรูปแบบแล้ว
จึงต้องหาตัวตนดั้งเดิม มาสร้างประเด็นชาตินิยมขึ้น
ไม่ให้หลงไปกับวัฒนธรรมตะวันตกมากจนเกินไป
ซึ่งมันก็เลยกลายเป็นว่า การฟื้นฟูนั้น ค่อนข้างปลอม
เนื่องจากการสืบทอดในทางตรงจากคนรุ่นสู่รุ่น
ที่เป็นลักษณะความศรัทธาในระดับชาวบ้านนั้นไม่มี
ธรรมเนียม ค่านิยมหลายอย่างหายไป
แม้กระทั่งเรื่องความกตัญญู ความถ่อมตน
ในแบบที่ขงจื้อสอน และยังคงอยู่ในชาวจีนโพ้นทะเล
ชาวจีนแผ่นดินใหญ่ปัจจุบัน ไม่มีค่านิยมแบบนั้น
และคาดกันว่า นี่เอง คือที่มาว่าทำไม …
…พวกเขาจึงมักสร้างปัญหาในทุกที่ที่ไป
ในแง่การไม่เคารพ หรือเกรงใจคนอื่น แบบที่มักเป็นข่าว…
ในขณะที่การฟื้นฟูอารยธรรมโบราณของจีนดำเนินไป
ทั้งในภาครัฐ และทำผ่านสื่อบันเทิง เพื่อความภาคภูมิใจ
ในชนชาติ และเพื่อเป็น soft power เพื่อผลทางธุรกิจ
แต่การปฏิบัติของพรรคคอมมิวนิสต์นั้น ยังคงย้อนแย้ง
และยึดมั่นกับแนวคิดทางการเมือง และสังคมในแบบคอมมิวนิสต์มากกว่าอยู่เหมือนเดิม
ความไม่จริงใจนี้นี่เอง ทำให้ทุกอย่างมันเป็นไปแบบแกนๆ
หรือปลอม ไม่ใช่ศรัทธาที่แท้จริง แบบจีนในไทย หรือไต้หวัน
…มันจึงไม่น่าแปลกอะไร ที่แม้แต่คนจีนการศึกษาสูง
และอยู่ที่อื่นนานๆ จะมองว่า ตัวเองเป็นจีนน้อยกว่าคนจีน
โพ้นทะเล ซึ่งอพยพออกมาสามขั่วคนแล้วนั่นเอง…
…ซึ่งกับไต้หวันยังพอทำเนา เพราะเป็นเชื้อสายจีนแท้
แต่กับจีนในไทย ซึ่งเป็นจีนลูกผม คนส่วนมากก็ไม่ได้พูดจีน
คนจีนแผ่นดินใหญ่ยังมองว่าจีนกว่าตัวเอง
… มันจึงไม่ใช่เรื่องปกติเลย…
“แล้วแบบไหนคือคนจีนแน่ล่ะ” ผมถามฝันเด่น
เขาตอบว่า มันก็ย่อมต้องเป็นคนจีนที่มีธรรมเนียม
แบบบรรพบุรุษที่เป็นมาหลายพันปีสิ
เขาบอกด้วยว่า มันอาจจริง ที่หลายอย่างที่คนโบราณทำ
นำมาซึ่งความวุ่นวายเสียหาย
แต่การปฏิรูปหรือพัฒนา มันก็ไม่ใช่การทำลายทั้งหมด
เขายังเปรียบเทียบกับไต้หวันด้วยว่า
ก็ไม่เห็นว่าแนวคิดโบราณที่คนไต้หวันถืออยู่
จะมีปัญหาอะไร และสภาพโดยรวมของไต้หวัน
ก็เจริญ และความเป็นอยู่ก็สบายกว่าแผ่นดินใหญ่มาก
(แผ่นดินใหญ่ เจริญมากแค่ชายฝั่งตะวันออก ส่วนชนบท
สภาพความเป็นอยู่ยังเป็นรองชนบทของไต้หวันมาก
ในเมืองใหญ่ ชาวไต้หวันเองก็ค่อนข้างมีคุณภาพชีวิตที่ดีกว่า)
เขาไม่ได้บอกผม ว่าแบบไหนดีกว่า
แต่เขาเล่าว่า หลายปีมานี้ เขารู้สึกเป็นคนจีนมากขึ้น
…เมื่ออยู่ในเมืองไทย แค่นั้นเอง….
…มันแปลกไหมล่ะครับ 😊….
จีน
ความคิดเห็น
เรื่องเล่า
บันทึก
16
3
3
16
3
3
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย