Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
ณัฐมาคุย
ยืนยันแล้ว
•
ติดตาม
26 ก.พ. เวลา 03:29 • ความคิดเห็น
ยิ่งต้าน ยิ่งโกง: เมื่อระเบียบราชการกลายเป็น "ปุ๋ยชั้นดี" ให้ต้นไม้แห่งการคอร์รัปชัน
เคยสงสัยไหมครับว่า ทำไมประเทศไทยเราออกกฎหมายปราบโกงมานับไม่ถ้วน รวมทั้งรัฐธรรมนูญฉบับปราบโกง มีองค์กรอิสระตรวจสอบมากมาย และระเบียบจัดซื้อจัดจ้างที่ซับซ้อนจนคนทำงานแทบขยับตัวไม่ได้ แต่ทำไมข่าวการทุจริตคอร์รัปชันกลับไม่เคยจางหาย ซ้ำร้ายดูเหมือนตัวเลขความเสียหายจะยิ่งทวีมูลค่าสูงขึ้นเรื่อยๆ?
คำตอบอาจจะดูขมคอกว่าที่คิด เพราะในความเป็นจริง "ยิ่งเราสร้างกำแพงระเบียบให้สูงขึ้น คนที่ปีนข้ามได้ มีแต่โจรระดับมืออาชีพเท่านั้น"
นี่คือปรากฏการณ์ที่เรียกว่า "ผลกระทบงูเห่า" (Cobra Effect) หรือความตั้งใจดีที่ให้ผลลัพธ์เลวร้าย เมื่อกลไกการตรวจสอบกลับกลายเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาให้วงจรอุบาทว์หมุนเร็วและรุนแรงกว่าเดิม ด้วย 4 เหตุผลหลักที่ระบบราชการไม่อยากให้คุณรู้
1. ค่าความเสี่ยงที่สูงขึ้น = เงินทอนที่หนักขึ้น
ในโลกธุรกิจ "ความเสี่ยง" คือต้นทุน ในโลกของการคอร์รัปชันก็เช่นกัน เมื่อการตรวจสอบเข้มข้นขึ้น คนโกงไม่ได้เลิกโกง แต่พวกเขา "อัปเกรด" ตัวเอง คนที่ใจไม่ถึงหรือสายป่านไม่ยาวจะหลุดออกจากวงโคจร เหลือแต่ "ขาใหญ่" ที่พร้อมจ่ายหนัก
เมื่อความเสี่ยงที่จะถูกจับได้มีสูง หรือโทษรุนแรงขึ้น ราคาของการ "ปิดปาก" ย่อมสูงตาม ทั้งค่าเคลียร์หน้าเสื่อ ค่าทนาย หรือค่าวิ่งเต้น สิ่งเหล่านี้ถูกบวกกลับเข้าไปในราคากลาง กลายเป็นว่า ยิ่งตรวจสอบเข้ม รัฐยิ่งต้องซื้อของแพง เพื่อไปจ่ายเป็นค่าความเสี่ยงให้กับคนโกง
2. กับดัก TOR: เมื่อความกลัวเปิดทางให้การล็อกสเปก
ระเบียบพัสดุฯ ที่หยุมหยิมและบทลงโทษที่รุนแรง ทำให้ข้าราชการน้ำดี "กลัว" ที่จะเขียนขอบเขตงาน (TOR) เอง โดยเฉพาะในโครงการที่มีความซับซ้อนทางเทคนิค
ทางออกคือการเรียก Vendor หรือผู้ขายเข้ามา "ช่วยร่าง" ซึ่งนั่นคือจุดเริ่มต้นของหายนะ เพราะ Vendor เหล่านี้จะวางยาด้วยการกำหนดสเปกที่ "มีแต่ของเขาเท่านั้นที่ผ่าน" อย่างแนบเนียน ดูภายนอกถูกต้องตามระเบียบทุกประการ แต่เนื้อในคือการผูกขาดตั้งแต่ยังไม่เริ่มประมูล
3. ระบบที่คัดกรอง "คนดี" ออก เก็บ "คนโกง" ไว้
กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างที่ยุ่งยาก ซับซ้อน และการตรวจรับที่ล่าช้า กลายเป็นกำแพงกันชนชั้นดีที่กีดกันบริษัทที่มีธรรมาภิบาลแต่สายป่านสั้นให้ออกไปจากระบบ
ใครจะอยากทำงานที่ต้องสำรองเงินจ่ายไปก่อนเป็นปีๆ โดยไม่รู้ว่าจะเบิกได้เมื่อไหร่? สุดท้าย ตลาดงานราชการจึงเหลือแต่ผู้รับเหมาที่ "เขี้ยว" พอ และมีเงินหน้าตักมากพอที่จะรอได้... และแน่นอนว่า "ค่ารอ" และ "ค่าดำเนินการ" เหล่านั้น ถูกบวกเพิ่มไปในราคาประมูลเรียบร้อยแล้ว เป็นการจ่ายแพงเพื่อให้ได้ของเกรดรอง เพราะงบส่วนหนึ่งต้องกันไว้เคลียร์ทาง
4. อำนาจในการตรวจรับ = อำนาจในการเรียกรับ
ยิ่งระเบียบเข้มงวด "ดุลพินิจ" ของกรรมการตรวจรับยิ่งมีมูลค่าดั่งทองคำ หากไม่ได้รับ "น้ำร้อนน้ำชา" กรรมการบางคนสามารถใช้ระเบียบข้อเล็กข้อน้อย เช่น สีผิดเฉด เอกสารขาดไปหนึ่งใบ หรือส่งงานช้าไปหนึ่งนาที มาเป็นข้ออ้างในการไม่ตรวจรับงาน บีบให้ผู้รับเหมาต้องยอมจ่ายเงินใต้โต๊ะเพื่อให้งานจบ
บทสรุปของเรื่องนี้
เราควรเลิกสร้างกำแพง แต่ต้องเปิดไฟให้สว่างแทน
เรากำลังหลงทางด้วยการพยายามแก้ปัญหาคอร์รัปชันด้วยการเพิ่ม "กระดาษ" และ "ขั้นตอน" ซึ่งมันพิสูจน์แล้วว่าล้มเหลว มันทำได้แค่สร้างความลำบากให้คนทำงานสุจริต แต่ทำอะไรนักฉวยโอกาสไม่ได้
ทางออกไม่ใช่การเพิ่มระเบียบ แต่คือ Radical Transparency หรือการเปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใสแบบสุดโต่งไปเลย
• เลิกเปิดข้อมูลเป็น PDF ที่ตรวจสอบยาก
• เปลี่ยนทุกอย่างให้เป็นดิจิทัล (Machine Readable) ที่ใครๆ ก็ดึงไปตรวจสอบได้ ยิ่งเป็น API ได้ยิ่งดี
• ลดการใช้ดุลพินิจของคน แล้วใช้ระบบ AI เข้ามาจับผิดความผิดปกติ (Anomaly)
• ปรับขั้นตอนการสอบสวน และลงโทษให้เร็ว
• มีระบบ whistle blower ที่ดี
ตราบใดที่เรายังแก้ปัญหาด้วยวิธีการเดิมๆ เราก็จะได้ผลลัพธ์แบบเดิม คือ "ระเบียบมีไว้ขังคนดี แต่มีไว้ให้คนโกงเหยียบยืนเพื่อขึ้นไปกินคำโตกว่าเดิม"
จากที่ผมได้มีโอกาสไปหาข้อมูลเกี่ยวกับประกันสังคม ผมเชื่อว่า คอรัปชั่นมันกลัวแสงสว่าง กลัวความโปร่งใส แต่ชอบขั้นตอนการจัดซื้อจัดจ้างที่ซับซ้อน และมีระเบียบมากมายครับ
ถ้าไม่เชื่อ ทำไมองค์กรหนึ่งต้องตัดคำว่า ”โปร่งใส“ แต่ชอบคำว่า ”ชอบด้วยกฎหมาย“
2 บันทึก
5
2
5
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย