26 ก.พ. เวลา 06:36 • ข่าว

สธ.-คพ.ยัน "สารหนู" ในแม่น้ำกกไม่อันตราย ส่วนตรวจพบ 7 คน เชื่อมโยงอาชีพเกษตรกร

จับมือเฝ้าระวังต่อเนื่อง 5 ปี
เมื่อวันที่ 26 ก.พ. นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย พญ.อัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย ดร.สุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ดร.วิชาดา จงมีวาสนา ผอ.สำนักคุณภาพและความปลอดภัยอาหาร กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และ นายณัฐพงศ์ แหละหมัน กองโรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม กรมควบคุมโรค ร่วมกันแถลงข่าวกรณีสารหนูปนเปื้อนในแม่น้ำกก ภายหลังการประชุมหารือร่วมกัน
นพ.สมฤกษ์กล่าวว่า ขอบคุณทีมวิจัยที่ให้ความสนใจและเก็บข้อมูล ทราบว่าอยู่ในช่วงของการรวบรวมข้อมูลและยังไม่สิ้นสุด ส่วนสถานการณ์ขณะนี้มีอันตรายจริงหรือไม่ จากการสำรวจของ สธ.ใน 2 ส่วน คือ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ตรวจปัสสาวะในพื้นที่เสี่ยง พบ 2 ครั้ง คือ ครั้งแรก 1 ราย แต่เป็นการเตรียมตัวเก็บที่ไม่ถูกต้อง เมื่อตรวจซ้ำใหม่ก็ไม่พบ
และครั้งที่ 2 เจอ 2 ราย ก็มาจากการไม่ได้เตรียมตัวเช่นกัน คือยังมีการบริโภคอาหารปกติ เช่น อาหารทะเลต่างๆ ที่มีโอกาสรับสารหนูเข้าไป และกรมควบคุมโรคที่เฝ้าระวังปี 2569 เจอ 7 ราย มี 1 รายที่สูงมาก เมื่อถามว่าสาเหตุมาจากอะไร พบว่าเป็น "เกษตรกร" ทั้งหมด และใช้ยาฆ่าแมลงออแกโนฟอสเฟตและมีสารหนู ซึ่งเป็นความเสี่ยงชัดเจน โดยไม่ได้เป็นชาวบ้านที่กินอาหาร
"จากข้อมูลดังกล่าวและข้อมูลจากกรมควบคุมมลพิษที่ติดตามสารหนูในสิ่งแวดล้อมประจำ สรุปได้ว่า ปัจจุบันประชาชนปกติ ถ้าไม่ได้เสี่ยง โอกาสรับสารหนูซึ่งจากข่าวว่าพื้นที่มีน้ำสารหนูเยอะ ก็มั่นใจได้ว่าไม่มีปัญหาสารหนูที่เป็นอันตรายต่อประชาชน โดย สธ.สั่งการให้ สสจ.เชียงรายทำแผนการเฝ้าระวัง 5 ปี และวางแผนร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง" นพ.สมฤกษ์กล่าว
พญ.อัมพรกล่าวว่า หลักๆ สารหนูเข้าร่างกายจากอาหารและน้ำ แต่ไม่ได้ถือว่าเป็นพิษเสมอไป โดยมีสารหนูที่มากับอาหารทะเล ถือเป็นฟอร์มที่ไม่ได้เป็นพิษต่อร่างกาย ดังนั้น ก่อนการตรวจปัสสาวะจึงขอให้หยุดอาหารทะเลชั่วคราว 2-3 วันหรือ 4-5 วัน เพื่อให้รู้ว่ามาจากแหล่งอื่นๆ ที่อาจจะเป็นพิษได้
อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นสารหนูแบบออแกนิกหรืออินออแกนิก เมื่อเข้าร่างกายแล้วจะถูกกำจัดออกทางปัสสาวะ จึงเป็นเหตุผลที่ตรวจปัสสาวะว่าในเลือดในร่างกายเรามีสารหนูสูงหรือต่ำแค่ไหน หากสมมติเจอ 1 ครั้งที่สูงก็ต้องติดตามว่าสูงอีกหรือไม่ หากสูงตลอดแสดงว่ามีการสะสมสารหนูในร่างกายเยอะ หากตรวจอีกแล้วต่ำหรือปกติ แสดงว่าครั้งนั้นอาจเป็นผลลวงก็ได้ หรือผลจากสารหนูออแกนิกหรือร่างกายกำจัดไปแล้วก็ได้
พญ.อัมพรกล่าวว่า กรมอนามัยมีการสื่อสารประชาชนว่า หากมีอาการที่บ่งถึงปัญหาการรับสารหนูในปริมาณสูง คือ มีคลื่นไส้อาเจียน ท้องเสีย ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร มีผื่นระคายเคืองผิวหนัง ซึ่งอาการเหล่านี้ค่อนข้างไม่จำเพาะ และมีประวัติเข้าไปสัมผัสสารหนูเยอะๆ หรือมีการตรวจปัสสาวะเจอในระดับไม่ปกติแล้ว ต้องเฝ้าระวังนำไปสู่การวินิจฉัยและช่วยเหลือโดยเร็ว ขอให้ประชาชนสังเกตอาการตนเองและคนรอบตัว
ส่วนในภาวะที่มีกระแสข่าวเป็นระลอกและมีความกังวลการใช้น้ำนั้น วิธีการใช้น้ำที่ถูกต้องคือให้หลีกเลี่ยงแหล่งน้ำที่มีความเสี่ยง ใช้น้ำดื่มที่ผ่านการรับรองคุณภาพมีเครื่องหมายรับรองมาตรฐาน เช่น น้ำดื่มบรรจุขวด และติดตามประกาศหน่วยงานจากภาครัฐ
"นอกจากนี้ ยังดูแลประปาหมู่บ้าน ซึ่งในพื้นที่ห่างไกลแม่น้ำกก เช่น ภาคใต้บางจังหวัด หรือภาคกลางบางจังหวัด พบว่าประปาหมู่บ้านมีความเสี่ยงสูงเป็นจุดๆ  เพราะสารหนูเป็นสายแร่ที่อยู่ในธรรมชาติ พอเราเห็นข้อมูลก็ต้องไปทำให้กระบวนการประปาหมู่บ้านได้รับการดูแลกำจัดสารหนูออกไป" พญ.อัมพรกล่าว
ดร.สุรินทร์กล่าวว่า คพ.มีการตรวจสารหนูในแหล่งน้ำตั้งแต่ มี.ค. 2568 จนถึงปัจจุบันรวม 15 ครั้ง โดย 5 ครั้งล่าสุด ค่าสารหนูก็แทบไม่พบ โดยมีสถานีตรวจทั้งหมด 27 จุด มีจุดที่พบล่าสุดคือที่บ้านท่าตอน ซึ่งค่ามาตรฐานสารหนูต้องไม่เกิน 0.01 มิลลิกรัมต่อลิตร ซึ่งตรวจพบที่ 0.011 และ 0.012 มิลลิกรัมต่อลิตร ถือว่าไม่มาก ส่วนค่าออกซิเจนในน้ำยังสูงที่ 7.8 มิลลิกรัมต่อลิตร และค่า pH 6.5 ถือเป็นน้ำประเภทที่ 3 สามารถนำไปอุปโภคบริโภคได้ หากฆ่าเชื้อโรคและผ่านการกรอง หรือสามารถทำการเกษตรได้
ดร.วิชาดา กล่าวว่า กรมวิทย์ร่วมกับพื้นที่ในการเฝ้าระวังตั้งแต่ปี 2568 รวมทั้งหมด 4 ครั้ง และปีนี้ก็สำรวจต่อเนื่องอีก 12 ครั้ง ไม่ว่าจะน้ำประปาหมู่บ้าน พืชผักที่ปลูกบริเวณลุ่มน้ำกก และการตรวจปัสสาวะในคน ซึ่งผลการดำเนินการทุกครั้งจนถึงรอบเดือน ม.ค. พบว่า ปริมาณสารหนูที่อยู่ในน้ำและพืชผักอยู่ในมาตรฐาน ส่วนการตรวจพบในปัสสาวะอยู่ในระดับที่ติดตามแล้ว พบว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องหรือการสัมผัสอย่างต่อเนื่อง
ด้านนายณัฐพงศ์กล่าวว่า ปี 2568 กรมควบคุมโรคมีการเฝ้าระวังสุขภาพประชาชน 362 ราย สัมพันธ์กับพื้นที่ที่กรมควบคุมมลพิษตรวจน้ำ โดยทั้ง 7 รายที่ตรวจเจอมีการยืนยันผลการตรวจพบว่า เป็นสารหนูแบบไม่อันตราย แต่มี 1 รายที่เกินเกณฑ์ อย่างไรก็ตาม ปี 2569 จะเก็บข้อมูลในอาชีพอื่นๆ ที่เสี่ยงกับสารหนู
นอกเหนือจากแหล่งน้ำที่จะเฝ้าระวังต่อเนื่อง 5 ปีตามเกณฑ์ขององค์การอนามัยโลก รวมถึงจะขยายเฝ้าระวัง 1,400 กว่าคน ครอบคลุมทุกแม่น้ำที่เกี่ยวข้องกับสารหนู และเตรียมตรวจจากกรณีที่เป็นข่าวงานวิจัย เอาทั้ง 19 คนเข้ามาตรวจปัสสาวะซ้ำด้วย
นายณัฐพงศ์กล่าวว่า ส่วนการตรวจเล็บและผมจะใช้อ้างอิงการสัมผัสนานๆ หลายปี แต่เหตุการณ์ครั้งนี้เราเลือกตรวจปัสสาวะ เพราะเป็นมาตรฐานการตรวจสารหนู ซึ่งปัสสาวะสะท้อนการสัมผัส 1-2 เดือน สอดคล้องเหตุการณ์ที่ คพ.ระบุว่าแต่ละช่วงจะมีสารหนูเกินไม่เกิน เลยต้องตรวจปัสสาวะ เพื่อดูว่าช่วงเวลาสอดคล้องกันหรือไม่ อีกส่วนที่ไม่นิยมตรวจเส้นผม เพราะมีตัวสารหนูภายนอกที่เกาะเส้นผมมาจากการย้อมสีผมได้ ดังนั้น กระบวนการแล็บต้องมีการคลีนตรงนี้ให้ชัด และการตรวจเส้นผมก็จะไม่แนบว่าเป็นสารหนูแบบบอันตรายหรือไม่อันตราย
ถามย้ำว่า สรุปแล้วกลุ่มที่พบสารหนู สาเหตุไม่ใช่จากแหล่งน้ำกก แต่เป็นอาชีพเสี่ยงใช่หรือไม่  ปลัดสธ. กล่าวว่า  หากดูข้อมูลการเฝ้าระวังทางสิ่งแวดล้อม จากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ในแหล่งน้ำในพื้นที่ไม่พบสูง แต่ที่สูงเป็นกลุ่มเกษตรกรที่มีความเสี่ยง ซึ่งข้อมูลสันนิษฐานจึงคิดว่า กลุ่มเสี่ยงคือ อาชีพเกษตรกร แต่จะมอบหมายให้กรมควบคุมโรคลงพื้นที่ไปติดตามเรื่องนี้ให้ข้อมูลอย่างละเอียดขึ้น ทั้งนี้ อยากให้มองภาพใหญ่ว่า ข้อมูลเป็นแบบนี้
นายณัฐพงศ์ กล่าวเสริมว่า กรมควบคุมโรคได้ลงไปตรวจเยี่ยมบ้าน เพื่อดูว่ามีการใช้สารกำจัดศัตรูพืชอย่างไรบ้าง และไปดูข้อมูลจากกรมวิชาการเกษตร พบว่า ประเทศไทยมีการใช้สารกำจัดศัตรูพืชหลายตัว ยังมีสารหนูอยู่ และยังไม่ยกเลิกการใช้ อย่างไรก็ตาม จำนวน 1 รายใจ 7 ราย อาจยังมีข้อมูลไม่เพียงพอทางวิทยาศาสตร์ จึงต้องมีการติดตามกลุ่มเกษตรการเพิ่มเติมว่าการพบสารหนู เกี่ยวข้องกับอาชีพหรือไม่
โฆษณา