Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
รักวุ่นวายของไฮโซตัวร้ายกับนายบ้านนา
•
ติดตาม
26 ก.พ. เวลา 07:23 • ภาพยนตร์ & ซีรีส์
รักวุ่นวายของไฮโซตัวร้าย กับนายบ้านนา Ep.6
(ฉากเปิด)
เสียงดนตรีในงานกาล่าดังคลอเบา ๆ แต่สำหรับไพลินกลับเหมือนทุกอย่างเงียบลงทันที เมื่อเห็นรุ้งโผเข้ากอดเพชรตรงหน้า เธอยืนนิ่ง ใบหน้าแดงจัดด้วยความสับสนและเจ็บปวด
เพชรจับไหล่รุ้งเบา ๆ พยายามดันออกเล็กน้อย “รุ้ง…ใจเย็นก่อนนะ ทำไมถึงมาที่นี่”
รุ้งน้ำตาไหลพราก “เพชร…ฉันตามหานายมาตลอด ไม่คิดว่าจะได้เจออีก นายรู้ไหมว่าฉันรอคำอธิบายจากนายมาตลอด”
ไพลินที่ยืนอยู่ข้าง ๆ รู้สึกเหมือนถูกผลักออกจากโลกที่เธอเพิ่งเริ่มสร้างร่วมกับเพชร เธอพยายามเก็บอาการ แต่สายตากลับสั่นไหวอย่างเห็นได้ชัด พลอยที่อยู่ใกล้ ๆ รีบเข้ามาจับแขนพี่สาวเบา ๆ
“พี่ลิน…”
บรรยากาศรอบโต๊ะเครื่องดื่มเงียบลง แขกหลายคนเริ่มหันมามองด้วยความสงสัย เพชรหันไปมองไพลินด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความกังวล แต่ยังไม่ทันพูดอะไร รุ้งก็เอ่ยขึ้นเสียงสั่น
“นายหายไปจากชีวิตฉันโดยไม่บอกอะไรเลย นายรู้ไหมว่ามันเจ็บปวดแค่ไหน”
เพชรเม้มปากแน่น เขาอยากอธิบาย แต่ก็รู้ว่าความจริงนั้นซับซ้อนเกินกว่าจะพูดออกมาตรงนี้ ไพลินหันไปมองเขา ดวงตาเต็มไปด้วยคำถามที่ไม่กล้าเอ่ยออกมา เสียงดนตรีคลาสสิกยังคงบรรเลง แต่บรรยากาศรอบตัวทั้งสามคนกลับตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก เพชรได้จูงมือรุ้งออกไปจากงาน พร้อมกับตั้งคำถาม
“รุ้งมาที่นี่ได้ยังไง”
เพชรพารุ้งออกมาที่สวนด้านนอกงานกาล่า แสงไฟจากโคมระย้าภายในยังส่องลอดออกมา แต่บรรยากาศตรงนี้กลับเงียบสงบกว่ามาก รุ้งยังคงสะอื้นเบา ๆ ขณะที่เพชรยืนหันหน้าเข้าหาเธอด้วยสีหน้าหนักใจ
“เราไม่ได้อยากหายไป แต่มีเรื่องที่ไม่สามารถพูดออกมาได้ในตอนนั้น” เสียงของเขาแผ่วเบาแต่จริงจัง
รุ้งเงยหน้ามองเขา น้ำตายังคงคลอ “แล้วตอนนี้ล่ะ นายจะบอกฉันได้หรือยัง ว่าทำไมถึงทิ้งฉันไป”
เพชรเม้มปากแน่น เขาเหลือบสายตากลับไปทางประตูงานกาล่า เห็นไพลินยืนอยู่ตรงนั้น แม้จะพยายามเก็บอาการ แต่แววตาของเธอก็เต็มไปด้วยความเจ็บปวดและสับสน
เพชรสูดหายใจลึก “เราไม่อยากให้ใครเจ็บปวดไปมากกว่านี้…รุ้ง เรื่องของเรามันไม่ง่าย มันต้องอธิบาย แต่ไม่ใช่ที่นี่ ไม่ใช่ตอนนี้”
“นายรู้ไหมว่าฉันรอมานานแค่ไหน ฉันไม่อยากได้คำว่า ‘ไม่ใช่ตอนนี้’ อีกแล้ว”
รุ้งสะอื้น เสียงสั่นสะท้อนความเจ็บปวดที่กดทับมานาน
“เพชร…นายรู้ไหมว่าฉันเคยเชื่อว่านายคือทั้งโลกของฉัน แต่วันที่นายหายไป โลกของฉันมันพังทลายหมดแล้ว”
เพชรหลับตาแน่น พยายามกลั้นความรู้สึกที่ตีขึ้นมาในอก
“เราก็เจ็บไม่แพ้กัน การจากไปวันนั้นไม่ใช่เพราะเราไม่รักเธอนะ แต่เพราะไม่อยากให้ความรักของเรากลายเป็นพันธนาการที่ทำร้ายเธอ”
รุ้งส่ายหัว น้ำตาไหลพราก
“แต่สิ่งที่นายทำมันยิ่งทำร้ายฉันมากกว่า นายไม่เคยให้โอกาสฉันเลือกเลย นายตัดสินใจแทนทุกอย่าง”
เพชรเสียงสั่น เผยความจริงใจที่เก็บไว้
“เราเลือกหายไปเพราะกลัวเห็นเธอเจ็บ และคิดว่าการเสียฉันไปครั้งเดียวจะดีกว่าต้องเจ็บซ้ำ ๆ จากความจริงที่ไม่อาจเปลี่ยนได้”
รุ้งหัวเราะทั้งน้ำตา เสียงปนขมขื่น
“แล้วตอนนี้ล่ะ…นายคิดว่าฉันไม่เจ็บหรือไง การเจอกันอีกครั้งมันเหมือนแผลที่ถูกกรีดซ้ำ แต่ก็ยังทำให้ฉันรู้ว่าฉันไม่เคยหยุดรักนายเลย”
เพชรเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนพูดช้า ๆ
“ความรักของเรามันยังอยู่ แต่เส้นทางของมันอาจไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว”
รุ้งเสียงสั่นสะท้อนความโกรธและเจ็บปวด
“เพชร…ถ้านายรักฉันจริง ทำไมนายถึงเลือกหายไป ไม่แม้แต่จะบอกเหตุผล ฉันต้องทนอยู่กับความว่างเปล่าโดยไม่รู้ว่าทำไม”
เพชรเม้มปากแน่น ดวงตาสั่นไหว
“รุ้ง…มันไม่ใช่ว่าอยากทิ้งเธอ แต่ครอบครัวเธอ…พวกเขาไม่อยากให้เราไปเรียนต่อกับเธอ พวกเขาอยากให้เธอไปคนเดียวโดยที่ไม่มีเรา”
รุ้งน้ำตาไหลพราก ส่ายหัวแรง
“แล้วทำไมนายไม่บอกฉันตรง ๆ นายคิดว่าฉันจะเลือกตามที่ครอบครัวบอกเหรอ นายไม่เคยให้ฉันมีสิทธิ์เลือกเลย”
เพชรเสียงสั่น เผยความเจ็บที่เก็บไว้
“เรากลัว…กลัวว่าถ้าบอกความจริง เธอจะต้องเจ็บปวดมากกว่าเดิม เพราะมันหมายถึงการต้องเลือกระหว่างฉันกับครอบครัว เราไม่อยากให้เธอต้องแตกหักกับครอบครัว”
รุ้งหัวเราะทั้งน้ำตา เสียงปนขมขื่น
“แต่นายไม่รู้เลยว่าการที่นายหายไป มันทำให้ฉันเจ็บยิ่งกว่าการต้องเผชิญหน้ากับครอบครัว ฉันรอคำอธิบายจากนายมาตลอด…แต่สิ่งที่ได้คือความเงียบ”
เพชรหลับตา สูดหายใจลึก
“รุ้ง…เราคิดผิดเองว่าการเสียเราไปครั้งเดียวจะดีกว่าต้องเจ็บซ้ำ ๆ แต่ตอนนี้เรารู้แล้วว่ามันทำร้ายเธอมากกว่า และอีกอย่างตอนนั้นพวกเราก็ยังเป็นเด็กกันอยู่เลยนะ”
ทั้งคู่เงียบไป สักพักได้ยินเสียงคนในงานเฮลั่น เหมือนมีการแข่งขันอะไรบางอย่างอยู่ พลอยวิ่งหน้าตาตื่นมาหาเพชรกับรุ้ง ที่ยืนคุยกันอยู่นอกงาน
“พี่เพชรรีบไปดูพี่ลินหน่อย พี่ลินเมามากๆเลยตอนนี้”
เสียงเชียร์ดังสนั่นทั่วงานกาล่า แขกหลายคนล้อมวงรอบโต๊ะยาวที่วางขวดไวน์เรียงรายเหมือนสนามแข่ง
ไพลินยืนอยู่ตรงปลายโต๊ะ ขวดไวน์วางกองอยู่ข้างเก้าอี้หลายขวด เธอหยิบขึ้นมาเปิดฝาเสียงดัง ป๊อก แล้วเริ่มยกซดรวดเดียว เสียงปรบมือและโห่ร้องดังขึ้นทันที
แต่ครั้งนี้ไม่ใช่เพียงเธอคนเดียวที่ดื่ม แขกหนุ่มคนหนึ่งในชุดสูทหรู—“กวิน” ไฮโซหนุ่มเจ้าสำราญ—ก้าวออกมาจากฝูงชน หยิบขวดไวน์ขึ้นมาเช่นกัน เขายกขึ้นสูงแล้วดื่มรวดเดียวจนหมดขวด เสียงเชียร์แตกเป็นสองฝั่งทันที
“ไพลิน! ไพลิน!”
“กวิน! กวิน!”
บรรยากาศเหมือนเวทีแข่งขันจริง ๆ ทุกคนตะโกนเชียร์ชื่อที่ตนเลือก ไพลินไม่พูดอะไร เพียงแค่หยิบขวดใหม่ขึ้นมา ยกซดรวดเดียวโดยไม่หยุดหายใจ แขกฝั่งเธอเฮลั่น กวินก็ไม่ยอมแพ้ หยิบขวดใหม่ขึ้นมาเช่นกัน ดื่มจนหมดในเวลาแทบจะพร้อมกัน เสียงเชียร์ดังระงม แขกบางคนถึงกับเคาะโต๊ะตามจังหวะเหมือนอยู่ในสนามกีฬา
เพชรยืนอยู่ข้าง ๆ มองภาพตรงหน้าโดยไม่พูดสักคำ มือแตะไหล่ไพลินเบา ๆ แต่เธอก็เบี่ยงตัวหยิบขวดใหม่ขึ้นมาอีก รุ้งยืนนิ่งอยู่ด้านหลัง สายตาจับจ้องการแข่งขันที่กำลังดุเดือด ทั้งสองคน—ไพลินและกวิน—ยกขวดขึ้นพร้อมกันอีกครั้ง เสียงเชียร์ดังขึ้นเรื่อย ๆ แขกทั้งงานกาล่าต่างลุ้นว่าใครจะหมดแรงก่อน ใครจะเป็นผู้ชนะในเกมยกซดไวน์ครั้งนี้
เสียงเชียร์ดังสนั่นทั่วงานกาล่า แขกทั้งสองฝั่งตะโกนชื่อ “ไพลิน!” และ “กวิน!” แข่งกันไม่หยุด ขวดไวน์ถูกยกขึ้นพร้อมกันอีกครั้ง ทั้งสองคนดื่มรวดเดียวจนหมด เสียงปรบมือดังลั่น แต่ทันทีที่ไพลินวางขวดลง ร่างกายเธอก็โอนเอนไปด้านข้าง พลอยรีบเข้ามาประคอง แต่ไม่ทัน ไพลินทรุดลงกับพื้นกลางเสียงเชียร์
บรรยากาศที่เคยครึกครื้นเงียบลงทันที แขกหลายคนหยุดตะโกน มองด้วยความตกใจ กวินที่ยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามชะงักไปเช่นกัน ขวดในมือเขาหล่นลงบนโต๊ะเสียงดัง กึก
เพชรรีบพุ่งเข้ามา ก้มลงอุ้มไพลินขึ้นจากพื้นโดยไม่พูดสักคำ พลอยยืนหน้าตื่น รุ้งยืนนิ่งอยู่ด้านหลัง สายตาจับจ้องภาพตรงหน้าเหมือนทุกอย่างหยุดนิ่ง เสียงดนตรีคลาสสิกยังคงบรรเลง บรรยากาศในงานกลับเปลี่ยนไปสนุกสนานกับการเต้นรำต่อ แขกหลายคนหัวเราะสนุกสนาน ขณะที่เพชรอุ้มไพลินออกไปจากวงแข่ง ทิ้งกวินไว้ท่ามกลางเสียงเฮอย่างผู้ชนะดังกึกก้องไปทั้งงาน
เพชรได้อุ้มไพลินนอนหนุนตักพลอยที่เบาะหลัง โดยมีเอมมี่และเพื่อนๆ เดินตามมาส่งที่รถรวมทั้งรุ้งด้วย
“เราไปก่อนนะรุ้ง” เพชรหันหน้าไปทางเอมมี่
“Thank you for having me. I had a great time Ammy.”
“Get home safely. “ เอมมี่ตอบกลับ ส่วนรุ้งทำได้แค่มองตามรถที่เพชรขับออกไปเท่านั้น
“มันเกิดอะไรขึ้นน่ะพลอย ทำไมถึงได้ปล่อยให้คุณลินเมาขนาดนี้”
“ก็อยู่ดีๆพี่ลินไปท้าผู้ชายโต๊ะข้างๆดวลไวน์กันน่ะสิ ทีแรกดื่มทีละแก้ว หลังๆดื่มที่ละขวดเลย” พลอยพูดพลางอมยิ้มไปด้วยความชื่นชมในความใจเด็ดของไพลิน
เมื่อกลับมาถึงบ้านไร่ พ่อเลี้ยงกับแม่เลี้ยงเดินออกมารับ ตกใจกับภาพที่เห็น แม่เลี้ยงจึงเอ่ยถามว่า
“นี่พากันไปไหนมาเนี่ย? ไปตลาดนัดแล้วกลับมาซะดึกขนาดนี้ แล้วทำไมหนูลินถึงได้เมามายขนาดนี่ละเพชร”
“ตอนที่เราเที่ยวตลาดนัดกัน คุณลินได้ไปเจอกับเพื่อนที่เคยเรียนด้วยกันที่อังกฤษชื่อ คุณเอมมี่ วันนี้เธอได้มาร่วมงานของท่านฑูตกับท่านผู้ว่าฯที่โรงแรม คุณเอมมี่จึงได้ชวนพวกเราไปร่วมงานด้วยครับ”
“ส่วนคุณลินไปดวลดื่มไวน์กับคนในงานน่ะครับ สงสัยจะดื่มเกินกำลังไปหน่อย”
“งั้นอุ้มหนูลินขึ้นไปนอนบนห้องด้วยนะเพชร เดี๋ยวให้พลอยเปลี่ยนเสื้อผ้าให้หนูลินเอง”
“ครับ” เพชรพยักหน้าและได้อุ้มไพลินขึ้นไปบนห้อง ขณะที่กำลังเดินขึ้นบันได จู่ๆเพชรรู้สึกสะดุ้งเฮือกเพราะไพลินได้อ้วกรดเสื้อผ้าสูทสุดหรูของเขาเปรอะเปื้อนไปหมดรวมทั้งชุดของไพลินด้วย
“ตายแล้วพี่ลิน ชุดีของพี่เพชรต้องไปคืนเขาด้วยนะเนี่ย ฮ่าๆๆๆ” พลอยหัวเราะชอบใจ
“พลอยเปลี่ยนเสื้อผ้าให้คุณลินแล้วเอามาให้พี่ซักนะรวมทั้งชุดของพลอยด้วย ดูแลคุณลินเถอะที่เหลือพี่จัดการเอง”
“คะพี่เพชร พี่ลินนะพี่ลินบ้าหลุดโลกเหมือนกันนะเนี่ย” พลอยพูดและหัวเราะไปด้วย
................................................................................................
เช้าวันรุ่งขึ้น แสงแดดอ่อน ๆ ส่องลอดหน้าต่างเข้ามาในห้อง ไพลินค่อย ๆ ลืมตาขึ้นด้วยอาการมึนหัว เธอขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อเห็นพลอยนั่งอยู่ข้างเตียงพร้อมแก้วน้ำและยาแก้แฮงค์
พลอยยิ้มบาง ๆ “พี่ลิน ตื่นแล้วเหรอคะ ดื่มน้ำก่อนนะ เดี๋ยวจะดีขึ้น”
ไพลินรับแก้วน้ำมาดื่มช้า ๆ ก่อนถอนหายใจยาว “เมื่อคืน…พี่ทำอะไรลงไปบ้างเนี่ย”
พลอยหัวเราะเบา ๆ “ก็ท้าดวลไวน์กับไฮโซหนุ่มกลางงานกาล่าไงคะ ทั้งงานเชียร์กันสนั่นเลย”
ไพลินหน้าแดงจัดด้วยความอาย “บ้าไปแล้วจริง ๆ…”
ทันใดนั้น เสียงเคาะประตูดังขึ้น แม่เลี้ยงดาเดินเข้ามาพร้อมถาดอาหารเช้าและกาแฟ วางลงบนโต๊ะข้างเตียงแล้วหันมามองไพลินด้วยสายตาอ่อนโยน
“หนูลิน…กินอะไรบ้างเถอะลูก จะได้มีแรง”
ไพลินหลบสายตา รู้สึกทั้งอายและสับสน “เมื่อคืน…พี่ทำให้ทุกคนเดือดร้อนใช่ไหม”
พลอยส่ายหัวเบา ๆ “ไม่ได้เดือดร้อนหรอกคะ แต่หนูเป็นห่วงมากกว่า พี่ลินเกือบชนะแล้วนะเมื่อคืนแต่โดนน็อกไปซะก่อน” พลอยหัวเราะอย่างมีความสุข
“นั่นสิ.. ภาพสุดท้ายที่จำได้คือตอนกระดกขวดไวน์นี่แหละ พี่ไม่ได้ทำอะไรน่าเกลียดใช่ไหมพลอย”
พลอยและแม่เลี้ยงได้แต่มองหน้ากันแล้วหัวเราะด้วยกันสองคนและเดินออกจากห้อง ปล่อยให้ไพลินคิดเองว่าทำอะไรลงไปบ้าง เธอถือแก้วกาแฟเดินไปที่หน้าต่าง เห็นเพชรกำลังตากชุดสูทเมื่อคืน ทำให้เธอเกิดความสงสัย จึงรีบลงไปหาเพชร พร้อมตั้งคำถามว่า
“เมื่อคืนฉันได้ทำอะไรที่ไม่ดีหรือปล่าว? และนี่เป็นชุดที่พวกเราใส่กันเมื่อคืนนี่ ทำไมนายถึงได้เอามาซักล่ะ”
“เมื่อคืนคุณลินเมาหนักมาก ผมอุ้มคุณขึ้นห้องแต่คุณกลับอ้วกรดชุดทั้งของผมและของคุณลินด้วย ผมเลยต้องเอามาซักเพราะผมต้องเอาไปคืนร้านเขาครับ ชุดของผมกับพลอยไปเช่าของเขามา”
ไพลินหน้าแดงเขินอายไม่คิดว่าเธอจะดื่มหนักขนาดนี้
“ฉันให้บัตรไปรูดน่าจะซื้อสิ จะไปเช่าทำไมนะ” ไพลินพึมพำเบาๆ
“เห็นตัวแค่นี้ แต่ตัวหนักใช่เล่นเหมือนกันนะครับ” พูดเสร็จสะบัดผ้าที่กำลังจะตาก น้ำกระเด็นโดนหน้าไพลินเต็มๆ ไพลินโมโหคว้าสายยางเปิดน้ำฉีดใส่เพชร เพชรตอนนี้เปียกไปทั้งตัวแล้วไปแย่งสายยางฉีดน้ำใส่ไพลินคืน ทั้งสองคนเล่นน้ำด้วยกันอย่างสนุกสนาน
พ่อเลี้ยงและแม่เลี้ยงได้ยืนมองดูที่ระเบียงหน้าบ้าน ยิ้มอย่างดีใจที่ไพลินหัวเราะอย่างมีความสุข
“นานแล้วนะที่ไม่ได้เห็นหนูลินมีชีวิตชีวาขนาดนี้ ดูแววตาสดใสกว่าตอนที่มาใหม่ๆเยอะเลยนะคุณ”
พ่อเลี้ยงพยักหน้ายิ้มแก้มปริที่เห็นไพลินเปลี่ยนไป แต่ทั้งสองคนไม่รู้เลยว่าตอนนี้ข้างหลังมีพ่อและแม่ของเพชรยืนมองด้วยสายตาที่เคร่งเครียดอย่างชัดเจน มือที่กำปิ่นโตอาหารสั่นเทาไปด้วยความหนักใจ
พลอยวิ่งลงมาจากชั้นบนของบ้านออกมาเจอพ่อกับแม่ของเธอ เมื่อแม่เห็นหน้าพลอยก็ได้เอื้อมมือไปดึงหูของพลอยลากเข้าไปในห้องครัว โดยมีพ่อของพลอยเดินตามมาด้วย
“แม่สั่งแกไว้ว่ายังไง หา!! ทำไมถึงไม่ทำตามที่แม่สั่งเลยล่ะ จะรอให้ปัญหามันเกิดก่อนหรือไง?”
“แม่บัวใจเย็นๆก่อนเถอะน่า ลูกเราคงรู้ว่าอะไรเป็นอะไรอยู่แล้ว ไม่เกิดเรื่องซ้ำรอยหรอก”พ่อเข้าปรามแม่ที่กำลังโมโหให้กับพลอย
“คุณก็เป็นซะแบบนี้นะสิ เราถึงได้มาอยู่ที่นี่ยังไม่เข็ดหลาบกันอีกเหรอ กว่าเราจะลืมตาอ้าปากได้ต้องลำบากขนาดไหน ถ้าไม่ได้เจอและมาทำงานกับพ่อเลี้ยงชีวิตของพวกเราะเป็นยังไงคิดบ้างไหม”
พลอยทำหน้าสลด ก้มหน้าลงไม่กล้าสบตา “แม่…หนูแค่ไม่อยากให้พี่ลินเสียใจ หนูเห็นพี่ลินหัวเราะมีความสุข หนูเลย…”
“พลอย…แกไม่เข้าใจหรอกว่าความสุขชั่วคราวมันอาจนำไปสู่ความเจ็บปวดใหญ่โตในอนาคต พ่อกับแม่ไม่อยากเห็นครอบครัวเราต้องพังเพราะเรื่องแบบนี้อีก”
แม่เสียงเข้มขึ้น “เพชรกับไพลิน…มันไม่ควรจะใกล้ชิดกันขนาดนี้ แกต้องช่วยกันแยก ไม่ใช่ปล่อยให้หัวเราะเล่นน้ำกันเหมือนคู่รักต่อหน้าต่อตาเรา”
พลอยน้ำตาคลอ “แต่แม่…พี่ลินไม่เคยยิ้มแบบนี้เลยตั้งแต่มาอยู่ที่นี่ หนูไม่อยากพรากสิ่งที่ทำให้พี่มีชีวิตชีวาไป”
แม่ชะงักไปเล็กน้อย แต่ยังคงสายตาเข้ม “ความสุขที่เกิดจากสิ่งผิด มันไม่ใช่ความสุขที่ยั่งยืน พลอย…แกต้องเลือกว่าจะอยู่ข้างครอบครัว หรือจะปล่อยให้เรื่องนี้ทำลายทุกอย่าง”
“แกก็รู้ดีว่ามันไม่มีทางที่จะเป็นไปได้ ครอบครัวของเขาไม่ยอมรับคนระดับเราหรอก พวกเราอยู่คนละชั้นกันกับพวกเขานะพลอย”
บรรยากาศในครัวตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก พลอยยืนตัวสั่น มองพ่อกับแม่ที่ยืนอยู่ตรงหน้า ความกดดันถาโถมเข้ามาในใจ เธอรู้ว่าการตัดสินใจครั้งนี้จะเปลี่ยนเส้นทางของทุกคนไปตลอดกาล
หลังจากที่ทานอาหารเช้าเสร็จแล้ว ครอบครัวของเพชรกำลังช่วยกันทำความสะอาดอยู่ภายในห้องครัว
“เพชร ตอนเย็นวันนี้ไปหาแม่ที่บ้านนะ แม่มีเรื่องที่จะพูดด้วย”
“ครับแม่” เพชรตอบและหันหน้าไปสบตากับพลอยเหมือนจะเข้าใจสถานการณ์
“พลอยเตรียมตัวด้วยนะ วันนี้พี่จะพาคุณลินเข้าออฟฟิศ”
“แม่ไม่ต้องเครียดนะ ผมรู้ดีว่าอะไรคืออะไร จะไม่มีเหตุการณ์เหมือนกับตอนนั้นแน่นอนครับ”
ช่วงบ่ายเพชรขับรถพาไพลินกับพลอยไปที่ออฟฟิศ อาคารสำนักงานตั้งอยู่ติดกับพื้นที่โครงการเกษตรสมัยใหม่ เมื่อเดินเข้าไปด้านใน ไพลินเห็นแผนผังและรูปถ่ายแปลงปลูกพืชติดอยู่เต็มผนัง เพชรหยิบเอกสารขึ้นมาอธิบายทีละขั้นตอน
“คุณลิน…บริษัทของคุณไม่ได้ทำแค่ธุรกิจทั่วไปนะครับ เรามีโครงการเกษตรครบวงจร ตั้งแต่การปลูก การแปรรูป ไปจนถึงการส่งออก”
เขาชี้ไปที่บอร์ดใหญ่ที่แบ่งเป็นหัวข้อ:
การปลูกพืชเศรษฐกิจ: ข้าวโพดหวาน, มันสำปะหลัง, และผักปลอดสารพิษ
ระบบน้ำและดิน: ใช้เทคโนโลยีชลประทานแบบหยด และตรวจวิเคราะห์ดินทุกฤดูกาล
การแปรรูปผลผลิต: มีโรงงานเล็ก ๆ สำหรับทำผลิตภัณฑ์แปรรูป เช่น แป้งมันสำปะหลัง และผักบรรจุสูญญากาศ
การตลาดและส่งออก: ทำสัญญากับห้างใหญ่ในเมือง และมีคู่ค้าต่างประเทศที่สนใจสินค้าเกษตรปลอดสาร
ไพลินฟังอย่างตั้งใจ พลอยเสริมด้วยรอยยิ้ม “พี่ลิน…งานตรงนี้สำคัญมากนะ เพราะมันไม่ใช่แค่ธุรกิจ แต่ยังช่วยให้ชาวบ้านมีรายได้มั่นคงด้วย”
เพชรพยักหน้า “ใช่ครับ เรามีโครงการสอนเกษตรกรให้ใช้วิธีปลูกแบบใหม่ ลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต และยังรักษาสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน”
ไพลินมองแผนผังด้วยสายตาเป็นประกาย “ฉันไม่คิดเลยว่าการทำเกษตรจะมีระบบซับซ้อนขนาดนี้ มันไม่ใช่แค่ปลูกแล้วขาย แต่ต้องคิดถึงทั้งห่วงโซ่ตั้งแต่ต้นจนจบ”
เพชรยิ้มบาง ๆ “และนี่แหละครับคือสิ่งที่พ่อเลี้ยงอยากให้คุณเรียนรู้ เพราะถ้าคุณเข้าใจงานนี้ คุณจะเห็นว่ามันมีผลต่อชีวิตผู้คนมากมาย”
บรรยากาศในห้องประชุมเต็มไปด้วยความจริงจัง แต่ก็มีประกายความตั้งใจในดวงตาของไพลิน เธอเริ่มรู้สึกว่าการอยู่ที่นี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นโอกาสที่จะได้มีส่วนร่วมในสิ่งที่ใหญ่กว่าตัวเอง
เพชรพาไพลินไปยังห้องประชุมที่มีบอร์ดแผนงานด้านเกษตรติดอยู่เต็มผนัง พนักงานหลายคนกำลังจัดเตรียมเอกสารและข้อมูลผลผลิต
เพชรเริ่มอธิบาย “คุณลิน…โครงการหลักของเราตอนนี้คือการพัฒนาระบบเกษตรสมัยใหม่ ช่วงนี้เราเน้นพืชเศรษฐกิจ เช่น ข้าวโพดหวาน มันสำปะหลัง และผักปลอดสารพิษ โดยใช้เทคโนโลยีชลประทานแบบหยดและการวิเคราะห์ดิน”
ไพลินฟังอย่างตั้งใจ ก่อนจะยกมือขึ้นแทรก “จริง ๆ แล้ว ฉันเคยเรียนเรื่อง precision agriculture ที่ต่างประเทศค่ะ มันคือการใช้ข้อมูลจากดาวเทียมและเซนเซอร์ในแปลง เพื่อปรับการให้น้ำและปุ๋ยให้ตรงกับความต้องการของพืชแต่ละพื้นที่ ถ้าเราเอามาใช้ จะช่วยลดต้นทุนและเพิ่มผลผลิตได้มาก”
พนักงานหลายคนหันมามองด้วยความสนใจ เพชรยิ้มบาง ๆ “คุณลิน…นี่แหละคือสิ่งที่ผมอยากให้คุณเข้ามาเสนอ เพราะเรากำลังมองหาวิธีใหม่ ๆ ที่จะทำให้โครงการแตกต่างจากคู่แข่ง”
ไพลินเดินไปที่บอร์ด หยิบปากกาแล้วเขียนโครงร่างสั้น ๆ
ใช้เซนเซอร์ตรวจวัดความชื้นในดิน → ให้น้ำเฉพาะจุดที่ขาด
วิเคราะห์ข้อมูลผลผลิตย้อนหลัง → คาดการณ์รอบการเก็บเกี่ยวที่แม่นยำ
เชื่อมระบบกับแอปพลิเคชันมือถือ → เกษตรกรสามารถดูข้อมูลแบบเรียลไทม์
“ถ้าเราทำแบบนี้ เกษตรกรจะไม่ต้องเดาอีกต่อไปว่าควรให้น้ำหรือใส่ปุ๋ยเมื่อไหร่ ทุกอย่างจะมีข้อมูลรองรับ” ไพลินพูดด้วยน้ำเสียงมั่นใจ
พลอยที่นั่งฟังอยู่ยิ้มภูมิใจ “พี่ลิน…ความรู้ที่พี่เอามาใช้ มันทำให้ทุกคนเห็นภาพชัดขึ้นจริง ๆ”
เพชรพยักหน้า “ผมว่าพ่อเลี้ยงต้องสนใจแน่ ๆ เพราะนี่คือการยกระดับงานเกษตรให้ทันสมัยและแข่งขันได้ในตลาดโลก”
บรรยากาศในห้องประชุมเปลี่ยนไปทันที จากความตึงเครียดกลายเป็นความตื่นตัว พนักงานเริ่มจดบันทึกและถามไพลินเพิ่มเติม เธอจึงได้แสดงบทบาทของ “นักเรียนนอก” อย่างเต็มที่
ทันทีที่ไพลินกำลังอธิบายแนวคิด precision agriculture ให้ทีมงานฟัง ประตูห้องประชุมก็เปิดออก พ่อเลี้ยงเดินเข้ามาพร้อมกับเหล่าผู้จัดการฝ่ายผลิต ทุกคนรีบลุกขึ้นยืนแสดงความเคารพ
“ไม่ต้องเกรงใจหรอก…นั่งต่อได้” พ่อเลี้ยงพูดพลางกวาดตามองบรรยากาศในห้อง ก่อนจะหยุดสายตาที่ไพลิน
เพชรรีบอธิบาย “คุณลินเพิ่งเสนอแนวคิดใหม่ครับ เกี่ยวกับการใช้เซนเซอร์และข้อมูลดาวเทียมมาช่วยจัดการน้ำและปุ๋ยในแปลงปลูก”
พ่อเลี้ยงเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย “อืม…ฟังดูไม่ธรรมดาเลยนะ คุณไพลิน คุณเรียนมาจากต่างประเทศใช่ไหม”
ไพลินพยักหน้า “ค่ะ ดิฉันเคยเรียนและทำโปรเจกต์เกี่ยวกับ smart farming ที่ยุโรปมา เลยคิดว่าถ้าเรานำมาปรับใช้กับโครงการที่นี่ จะช่วยลดต้นทุนและเพิ่มผลผลิตได้จริง”
พ่อเลี้ยงเดินเข้าไปใกล้บอร์ด มองแผนผังที่ไพลินเขียนไว้ “แนวคิดนี้ถ้าใช้ได้จริง จะทำให้โครงการของเราก้าวไปอีกขั้น ไม่ใช่แค่ปลูกขาย แต่เป็นการสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับเกษตรกรทั้งภูมิภาค”
ผู้จัดการฝ่ายผลิตเสริม “ถ้าเรามีระบบข้อมูลแบบนี้ เกษตรกรจะไม่ต้องพึ่งการคาดเดาอีกต่อไปครับ ทุกอย่างจะมีหลักฐานรองรับ”
พ่อเลี้ยงหันกลับมามองไพลินด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป “คุณไพลิน…ผมอยากให้คุณลองทำแผนทดลองนำร่องสักหนึ่งแปลง ถ้าได้ผลจริง เราจะขยายไปทั้งโครงการ คุณพร้อมไหม”
ไพลินยิ้มอย่างมั่นใจ “พร้อมค่ะ ดิฉันอยากพิสูจน์ว่าความรู้ที่เรียนมาสามารถใช้ได้จริงกับที่นี่”
เพชรยิ้มกว้างอย่างภาคภูมิใจ พลอยที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ก็ยิ้มสดใส เพราะเห็นไพลินเริ่มมีบทบาทสำคัญในงานที่ออฟฟิศ แต่ทันทีที่พ่อเลี้ยงพูดจบว่าต้องการให้ไพลินทำโครงการนำร่อง เสียงของผู้จัดการฝ่ายผลิตอีกคนก็ดังขึ้นทันที
“แต่ท่านรองครับ…การลงทุนในระบบเซนเซอร์และดาวเทียมมันไม่ใช่เรื่องเล็กนะครับ ต้นทุนสูงมาก ถ้าเกษตรกรไม่สามารถแบกรับค่าใช้จ่ายได้ เราอาจจะเจอปัญหาขาดทุน”
พนักงานอีกคนเสริม “จริงค่ะ ถึงแม้แนวคิดจะทันสมัย แต่ชาวบ้านบางคนยังไม่คุ้นกับเทคโนโลยีแบบนี้ การฝึกอบรมก็ต้องใช้เวลาและงบประมาณเพิ่มขึ้น”
ไพลินหันไปตอบด้วยน้ำเสียงมั่นใจ “ดิฉันเข้าใจค่ะ แต่ที่ต่างประเทศเขาใช้วิธีเริ่มจากโครงการนำร่องเล็ก ๆ ก่อน แล้วให้เกษตรกรเห็นผลลัพธ์จริง เช่น ลดต้นทุนปุ๋ยลงได้ 20% หรือเพิ่มผลผลิตขึ้น 15% พอมีตัวเลขชัดเจน ทุกคนก็จะเชื่อและพร้อมลงทุนเอง”
ผู้จัดการฝ่ายผลิตส่ายหน้า “แต่ที่นี่ไม่เหมือนต่างประเทศนะครับ คุณไพลิน ที่นั่นเขามีทุนสนับสนุนจากรัฐบาลและสถาบันวิจัย แต่เราต้องพึ่งพาตัวเองทั้งหมด”
เพชรที่นั่งฟังอยู่เริ่มแทรก “ผมคิดว่าถ้าเราเลือกแปลงที่มีศักยภาพสูงและเจ้าของแปลงพร้อมทดลองจริง ๆ เราจะได้ข้อมูลที่ชัดเจนโดยไม่ต้องลงทุนมากเกินไป”
พ่อเลี้ยงยกมือขึ้น “พอแล้ว” เขาหันไปมองไพลิน “คุณไพลิน ถ้าจะทำ คุณต้องมีแผนที่ชัดเจนว่าจะลดความเสี่ยงอย่างไร”
ไพลินสูดหายใจลึก ก่อนจะตอบ “ดิฉันจะทำแผนทดลองนำร่องโดยใช้ทุนบริษัทเพียงบางส่วน และหาพันธมิตรจากมหาวิทยาลัยเกษตรในพื้นที่มาช่วยเรื่องเทคนิค เพื่อให้ต้นทุนไม่สูงเกินไป และจะทำรายงานผลทุกเดือนให้ท่านรองเห็นชัดเจนค่ะ”
บรรยากาศในห้องประชุมยังคงตึงเครียด แต่ทุกคนเริ่มเห็นว่าการถกเถียงครั้งนี้ไม่ใช่การปะทะกันอย่างไร้เหตุผล หากแต่เป็นการเปิดทางให้แนวคิดใหม่ ๆ ได้รับการทดสอบจริง
พ่อเลี้ยงนั่งลงที่หัวโต๊ะ สีหน้าขรึมแต่แฝงด้วยความสนใจ เขามองไพลินที่ยืนอธิบายอย่างมั่นใจ ก่อนจะเคาะโต๊ะเบา ๆ
“ผมฟังข้อถกเถียงแล้ว…ทั้งฝ่ายสนับสนุนและฝ่ายคัดค้านมีเหตุผล แต่สิ่งที่คุณไพลินเสนอ มันมีศักยภาพที่จะยกระดับโครงการของเราไปอีกขั้น”
ผู้จัดการฝ่ายผลิตรีบแย้ง “แต่ท่านรองครับ ความเสี่ยงมันสูงมาก—”
พ่อเลี้ยงยกมือขึ้นห้าม “ผมเข้าใจ แต่ถ้าเราไม่ลองเราก็จะอยู่ที่เดิม ผมอนุมัติให้คุณไพลินทำโครงการนำร่องหนึ่งแปลงทันที โดยมีเพชรคอยดูแลและรายงานผลทุกเดือน”
ห้องประชุมเงียบลงทันที ทุกสายตาหันไปมองไพลิน เธอสูดหายใจลึกแล้วตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
“ขอบคุณค่ะ ดิฉันจะทำให้เห็นว่าความรู้ที่เรียนมาสามารถใช้ได้จริงกับที่นี่”
เพชรยิ้มกว้างอย่างภาคภูมิใจ พลอยที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ก็ยิ้มทั้งน้ำตา เพราะเห็นไพลินได้รับการยอมรับจากพ่อเลี้ยง พ่อเลี้ยงหันไปมองลูกน้องทุกคน
“นี่ไม่ใช่แค่การทดลอง แต่เป็นการเปิดประตูสู่อนาคต ถ้าโครงการนี้สำเร็จ เราจะไม่ใช่แค่บริษัทเกษตรธรรมดา แต่จะเป็นต้นแบบของการทำเกษตรสมัยใหม่ในภูมิภาค”
บรรยากาศในห้องประชุมเปลี่ยนไปทันที จากความตึงเครียดกลายเป็นความหวัง ทุกคนเริ่มเห็นว่าไพลินอาจจะเป็นกุญแจสำคัญที่จะทำให้โครงการก้าวสู่ระดับใหม่
หลังจากที่พ่อเลี้ยงอนุมัติให้ไพลินทำโครงการนำร่อง ทุกคนก็เริ่มขยับตัวเพื่อเตรียมทีมงานทันที
เพชรหยิบแฟ้มเอกสารขึ้นมา “คุณลิน…ก่อนจะลงพื้นที่ เราต้องจัดทีมให้ชัดเจน ผมอยากให้คุณลองดูว่าใครควรรับผิดชอบส่วนไหน”
ไพลินพยักหน้าแล้วเดินไปที่บอร์ด เขียนโครงสร้างทีมออกมาอย่างเป็นระบบ
ทีมวิจัยและเทคนิค: ทำหน้าที่ติดตั้งเซนเซอร์ ตรวจวัดดิน น้ำ และสภาพอากาศ
ทีมภาคสนาม: เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ จะได้รับการฝึกอบรมการใช้งานระบบ
ทีมข้อมูลและวิเคราะห์: เก็บข้อมูลผลผลิตและต้นทุน เพื่อนำมาประเมินผลทุกเดือน
ทีมประชาสัมพันธ์: สื่อสารกับชุมชนและคู่ค้า เพื่อสร้างความเข้าใจและความเชื่อมั่น
“ดิฉันอยากให้ทีมข้อมูลทำงานใกล้ชิดกับมหาวิทยาลัยเกษตรในพื้นที่ค่ะ เพราะพวกเขามีประสบการณ์ด้านการวิเคราะห์และสามารถช่วยยืนยันผลลัพธ์ได้” ไพลินเสนอ
ผู้จัดการฝ่ายผลิตที่เคยคัดค้านยังคงสีหน้าจริงจัง แต่ก็ยอมรับ “ถ้าเรามีมหาวิทยาลัยเข้ามาช่วย มันจะเพิ่มความน่าเชื่อถือขึ้นจริง ๆ”
เพชรเสริม “และผมจะเป็นคนประสานงานหลักระหว่างคุณลินกับทีมภาคสนาม เพื่อให้ข้อมูลไม่ตกหล่น”
พ่อเลี้ยงพยักหน้า “ดีมาก…ผมอยากเห็นแผนงานที่ชัดเจนภายในสัปดาห์นี้ และเมื่อทุกอย่างพร้อม เราจะเริ่มลงพื้นที่ทันที”
ไพลินยิ้มอย่างมั่นใจ เธอรู้ว่าการเตรียมทีมครั้งนี้ไม่ใช่แค่การแบ่งงาน แต่เป็นการพิสูจน์ว่าเธอสามารถใช้ความรู้จากต่างประเทศมาสร้างระบบที่เป็นประโยชน์จริงกับที่นี่
เมื่อถึงตอนเย็นเพชรได้บอกให้พลอยพาไพลินกลับบ้านไร่พร้อมกับพ่อเลี้ยงศรก่อน ส่วนเขาจะกลับไปหาแม่ที่บ้าน
“นั่นนายจะไปไหน ให้ฉันไปด้วยได้ไหม?” ไพลินพยายามจะไปด้วย แต่พลอยมาฉุดแขนของเธอเอาไว้
“ปล่อยพี่เขาไปคนเดียวเถอะคะ เขามีเรื่องที่ต้องคุยกับพ่อแม่ตามลำพังน่ะพี่ลิน”
ไพลินได้แต่มองตามรถของเพชรที่ขับออกไปด้วยความเป็นห่วงเท่านั้น เมื่อเพชรขับรถมาถึงบ้าน ได้เดินเข้าไปในบ้าน พ่อกับแม่ของเขานั่งรออยู่ที่โซฟา
“เพชร กลับมาอยู่ที่บ้านเถอะ แม่ขอร้องนะ”
“ผมเข้าใจความรู้สึกของแม่ดีครับ แม่ไม่ต้องห่วงหรอก เรื่องระหว่างผมกับคุณลินมันไม่มีทางที่จะเป็นไปได้เลย ต่อให้พยายามขนาดไหนก็ตาม แม่อย่าห่วงเลยนะ”
“ใช่แล้วแม่บัว ผมว่าเชื่อใจลูกของเราเถอะ มันไม่มีทางเป็นไปได้อยู่แล้วที่ลูกจ้างกับลูกสาวของท่านประธานจะมารักกัน มันไกลเกินที่จะเอื้อมไปได้”
“ใช่ครับ ถึงบางครั้งผมจะมองคุณลินเป็นผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่งก็ตาม แต่ความเป็นจริงเธอก็คือลูกสาวของท่านประธานบริษัทอยู่ดี”
เพชรพูดแล้วเอื้อมมือไปจับมือแม่ของเขาเอาไว้ เหมือนให้วางใจว่าจะไม่มีเหตุการณ์เลวร้ายเหมือนในอดีตอีก
บทส่งท้าย......
ขณะที่เพชรกำลังขับรถเพื่อพาไพลินเมาสลบนอนอยู่บนตักของพลอยที่เบาะหลัง เธอได้ละเมอออกปากมาว่า “อย่ากลับไปนะเพชร อย่ากลับไปเลย...”
“ตายแล้ว!! พี่เพชร พี่ลินเขา.....”พลอยอุทานออกมาพร้อมกับเอามือปิดปากตัวเองเอาไว้ ส่วนเพชรทำหน้าเคร่งครึมไม่พูดอะไรออกมาสักคำ
เยี่ยมชม
youtube.com
มีแค่เธอ- P.Evidence Ost.รักวุ่นวายของไฮโซตัวร้ายกับนายบ้านนา
#CapCut ฉันสร้างวิดีโอที่สุดยอดนี้ใน CapCut ลองเปิดลิงก์เพื่อลองใช้เลย: capcut.com/tools/desktop-video-editor
แนวคิด
นิยาย
ซีรีส์
บันทึก
1
ดูเพิ่มเติมในซีรีส์
รักวุ่นวายของไฮโซตัวร้ายกับนายบ้านนา EP.1
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย