Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
รักวุ่นวายของไฮโซตัวร้ายกับนายบ้านนา
•
ติดตาม
18 ก.พ. เวลา 13:37 • ภาพยนตร์ & ซีรีส์
รักวุ่นวายของไฮโซตัวร้าย กับนายบ้านนา Ep.5
เยี่ยมชม
youtube.com
แพ้ในเงาใจ - P.EvidenceOST.รักวุ่นวายของไฮโซตัวร้าย กับนายบ้านนา
#CapCut ฉันสร้างวิดีโอที่สุดยอดนี้ใน CapCut ลองเปิดลิงก์เพื่อลองใช้เลย: capcut.com/tools/desktop-video-editor
เช้าวันใหม่ที่ห้องนอนของนางเอก เสียงนกร้องแว่วมาเบา ๆ พร้อมกับแสงแดดอุ่นที่ส่องผ่านยอดเขา นางเอกตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกที่ยังค้างคาใจจากเหตุการณ์เมื่อวาน เดินมองดูพลอยที่ยังคงหลับ ส่วนเธอเดินออกมาที่ระเบียงบ้านพัก มองไปยังทิวเขาและไร่ชาที่ทอดยาวสุดสายตา ความเงียบสงบทำให้เธอเริ่มทบทวนสิ่งที่เพชรพูดไว้
“การหนี…ไม่ใช่คำตอบ”
คำพูดนั้นยังดังก้องอยู่ในหัวของเธอ แต่จู่ๆเธอได้เห็น”เพชร”รีบร้อนวิ่งไปสตาร์ทรถ ATV ที่จอดอยู่ในโรงรถ ขับออกไปอย่างรวดเร็ว เธอตะโกนเรียกชื่อเขา เขาทำได้แค่หันมามองเธอเท่านั้น นางเอกรีบวิ่งลงมาชั้นล่างพร้อมพลอย ได้เห็นพ่อเลี้ยงกำลังวิทยุสื่อสารกับคนงานที่ไร่องุ่น เหมือนจะมีเหตุร้ายบางอย่างเกิดขึ้น
“คุณลุงคะ มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นเหรอ เห็นเพชรรีบร้อนขับรถออกไป ลินเรียกก็ไม่ยอมตอบ”
“เพชรเขารีบไปดูคนงานน่ะ เห็นว่ารถบรรทุกสินค้าพลิกคว่ำทับคนงาน ตอนนี้ลุงรอพ่อของเพชรมารับสักแปปน่าจะมาถึงล่ะ”
ยังไม่ทันสิ้นเสียงพ่อเลี้ยง เสียงเรียกของพ่อของเพชรดังเข้ามาในบ้าน พ่อเลี้ยงรีบวิ่งไปขึ้นรถแล้วออกจากบ้านไป ตอนนี้ทุกคนในบ้านได้แต่ภาวนาขออย่าให้ใครเป็นอะไรมาก เสียงของวิทยุสื่อสารยังคุยกันอย่างเคร่งเคลียด
“หนูอยากไปดูด้วยจังคะ หนูขอไปดูได้ไหม?”
“อย่าไปเลยลิน จะไปเกะกะพวกเขาเปล่าๆ เรารอฟังข่าวอยู่ที่นี่ดีกว่า”แม่เลี้ยงดาพยายามปราม
ไพลินยืนลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ใจหนึ่งอยากจะออกไปดูด้วยตาตัวเอง อีกใจหนึ่งก็รู้ว่าการไปอาจจะสร้างความวุ่นวายให้กับคนงาน เธอจึงได้แต่เดินกลับไปที่ระเบียงบ้านพัก มองออกไปยังทิวเขาและไร่ชาที่ทอดยาวสุดสายตา ความรู้สึกกังวลค่อย ๆ กัดกินหัวใจ
ไม่นานนัก เสียงวิทยุสื่อสารก็ดังขึ้นอีกครั้ง เพชรพูดกลับมาพร้อมกับเสียงที่เคร่งเครียด เขารีบรายงานสถานการณ์ที่เกิดเหตุให้ทุกคนที่ได้ยินฟัง แม่เลี้ยงรีบสอบถามทันที
“เพชร! คนงานเป็นยังไงบ้าง?”
เพชรรีบตอบกลับ “คนงานปลอดภัยแล้ว แต่ต้องรีบส่งไปโรงพยาบาลที่ตัวเมือง หมอจะดูแลต่อไปครับ”
ทุกคนถอนหายใจโล่งอก แม่เลี้ยงดาถามต่อ “แล้วพ่อเลี้ยงกับพ่อของเพชรล่ะ ไปกับคนงานใช่ไหม?”
เพชรตอบกลับเบา ๆ “ครับ พ่อไปกับรถพยาบาลแล้ว ส่วนพ่อเลี้ยงกับผมกำลังพยายามเคลียร์สินค้าหลังรถบรรทุกครับ หลังจากที่รถพยาบาลพาคนงานออกไป ทุกคนในไร่ยังคงวุ่นวายกับการจัดการพื้นที่เกิดเหตุ เส้นทางขนส่งสินค้าถูกปิดชั่วคราว ทำให้การเคลื่อนย้ายผลผลิตติดขัด คนงานหลายคนเริ่มกังวลว่าจะส่งสินค้าไม่ทันตามกำหนด”
เพชรพูดต่อว่า” ผมเพิ่งไปสั่งให้คนงานนำรถบรรทุกเล็กมาลำเลียงผลผลิต เราจะใช้เส้นทางลัดผ่านไร่แอปเปิ้ลแทน ถึงจะขรุขระหน่อย แต่ถ้าเอารถบรรทุกเล็กหลายๆคันช่วยขน ก็ยังทันเวลาครับ”
ที่เกิดเหตุ...ถึงคนงานบางคนลังเล แต่เพชรไม่เพียงแค่สั่ง เขาลงมือขับรถนำทางเอง ใช้ความรู้เรื่องพื้นที่และประสบการณ์ในไร่จัดการเส้นทางใหม่อย่างรวดเร็ว เขายังแบ่งทีมงานออกเป็นสองชุด—ชุดหนึ่งเคลียร์เส้นทาง อีกชุดช่วยขนสินค้าขึ้นรถเล็ก
ไพลินที่ยืนฟังทางวิทยุสื่อสารอยู่ได้เห็นความเด็ดขาดและการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าของเขาอย่างชัดเจน จากสถานการณ์ที่ดูเหมือนจะเป็นวิกฤต กลับถูกพลิกให้กลายเป็นโอกาส ทุกคนทำงานกันอย่างมีระบบภายใต้การนำของเพชร
เมื่อรถคันสุดท้ายเคลื่อนออกไปได้สำเร็จ เสียงปรบมือและเสียงขอบคุณจากคนงานดังขึ้นทั่วไร่ ไพลินหันไปมองแม่เลี้ยงด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความชื่นชม
“เพชรนี่…ไม่ใช่แค่เก่งนะคะ แต่ยังกล้าและเด็ดขาดมากด้วย” เธอพูดด้วยรอยยิ้มจริงใจ
แม่เลี้ยงยิ้มตอบอย่างภาคภูมิใจ รวมทั้งพลอยด้วยอีกคนที่ยิ้มแก้มแทบปริ
บรรยากาศอบอุ่นและความเคารพที่ทุกคนมีต่อเพชร ทำให้ลินเริ่มเห็นเขาในมุมใหม่—ไม่ใช่แค่ชายหนุ่มหัวแข็ง แต่คือผู้นำที่ทุกคนไว้ใจได้
หลังจากเพชรแก้ปัญหาทุกอย่างจนเรียบร้อย ไพลินก็ยังคงนึกถึงเสียงที่เขาสั่งการอย่างมั่นใจ เสียงของเขาที่ชัดเจนและเด็ดขาดยังดังก้องอยู่ในหัว เธอไม่เคยเห็นใครที่ทั้งเข้มแข็งและจริงใจแบบนี้มาก่อน
เมื่อเหตุการณ์ทุกอย่างกลับสู่ปกติ ไพลินนั่งอยู่ที่ระเบียงบ้านพัก มองออกไปยังไร่ชาที่เงียบสงบ แต่ในใจกลับไม่สงบเลย เธอเผลอยิ้มออกมาเมื่อคิดถึงเพชร ทั้งที่ก่อนหน้านี้เธอมักจะมองว่าเขาเป็นคนดื้อรั้นและแข็งกระด้าง แต่วันนี้เธอเริ่มเห็นอีกด้านหนึ่งที่ต่างออกไป ไม่นานเพชรเดินออกมาที่ระเบียงเช่นกัน เขาถือแก้วกาแฟมาให้เธอ
“อากาศเย็น ดื่มกาแฟอุ่นๆหน่อยก็ดีนะครับ”
ไพลินรับแก้วกาแฟและมองหน้าเขาด้วย แต่หัวใจกลับเต้นแรงขึ้น เธอพูดเบา ๆ
“ขอบคุณนะคะ…คุณดูแลทุกคนเก่งจริง ๆ” เพชรยิ้มเล็กน้อย ไม่พูดอะไรต่อ แต่สายตาที่เขามองเธอ ทำให้ไพลินรู้สึกอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูก ความรู้สึกที่เคยสับสนค่อย ๆ แปรเปลี่ยนเป็นความชื่นชม
“วันนี้ถ้าผมจัดการอะไรเสร็จแล้วผมจะพาคุณลินไปยอดดอยนู้นนะ ที่มีต้นไม้ใหญ่ๆน่ะ” พลางชี้นิ้วไปที่ยอดดอยไกลลิบๆ
“ไปทำไม? ออกจะไกลขนาดนั้น ตรงนั้นมีอะไรเหรอ?”
“ไม่ไกลเท่าไหร่หรอกครับ ขี่ม้าไปแปปเดียวเอง”
“รถที่นายขับมันคือรถอะไรเหรอ? เหมือนมอเตอร์ไซด์แต่มีสี่ล้อ ขับยากไหม?”
“อยากลองขับดูไหมครับ”
ไพลินพยักหน้า
“งั้นช่วงบ่ายผมมาหานะ ไปรอผมที่คอกม้า จะให้คุณลินลองขับดู ผมว่าไม่น่ายากสำหรับคุณเกินไปแน่นอน”
เขายิ้มให้เธอ และลุกขึ้นไปทำงานต่อ ส่วนไพลินหัวใจของเธอเต้นไม่เป็นจังหวะเลย ได้แต่มองตามแผ่นหลังของเพชรไปเท่านั้น
เมื่อถึงช่วงบ่ายไพลินไปรอเพชรที่คอกม้า เขาได้สอนให้เธอลองขับรถ ATV เริ่มจากค่อยขับอย่างช้าๆ ไพลินตั้งใจฝึกขับอย่างขมักเขม่น ตอนนี้เป็นภาพที่ไพลินมีความสุขมากๆกับการลองสิ่งใหม่ๆ เพชรมองตามรถที่ค่อยๆเคลื่อนตัวไป ด้วยสายตาที่ดีใจในการพัฒนาของไพลิน
“เราน่าจะไปที่ยอดดอยได้ละนะครับ เดี๋ยวผมไปเอาม้าแปปนะ”
“เราเอารถคันนี้ไปไม่ได้เหรอ? วันนี้ฉันอยากลองซ้อนท้ายนายดูบ้าง”
“ก็ได้ครับ ผมก็อยากชวนคุณลินลองนั่งดูสักครั้ง”
“พร้อมหรือยังครับ?” เขาถามพลางยื่นหมวกกันน็อกให้เธอ
ไพลินรับมาใส่ด้วยมือที่สั่นเล็กน้อย “พร้อมค่ะ…แต่ตื่นเต้นมากเลย”
เพชรหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะสตาร์ทรถ ATV เสียงเครื่องยนต์ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบสงบของไร่
“จับไว้แน่น ๆ นะครับ เดี๋ยวผมจะค่อย ๆ พาไป”
รถ ATV เคลื่อนตัวออกจากคอกม้า ผ่านทางดินที่ขรุขระ เสียงล้อบดกับกรวดดังเป็นจังหวะ ไพลินจับราวเหล็กด้านหลังแน่นขึ้นทุกครั้งที่รถกระเด้งตามหลุมบ่อ เพชรหันมามองแวบหนึ่งแล้วพูดเสียงอ่อนโยน
“ไม่ต้องกลัวนะครับ ผมจะค่อยๆขับไป”
เส้นทางค่อย ๆ สูงขึ้นเรื่อย ๆ ผ่านไร่ชาและสวนแอปเปิ้ลที่ทอดยาวสุดสายตา ลมเย็นพัดแรงขึ้น แต่กลับทำให้บรรยากาศสดชื่น ไพลินเริ่มหัวเราะออกมาเมื่อรถกระเด้งแรง ๆ “สนุกกว่าที่คิดนะคะ!”
เพชรยิ้มกว้าง ไม่นานนัก รถ ATV ก็หยุดตรงเชิงดอยที่มีต้นไม้ใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่บนยอด เพชรดับเครื่องยนต์แล้วหันมาบอก “ขึ้นไปอีกนิดเดียว เดินต่อไปก็ถึงแล้วครับ”
ทั้งคู่เดินเคียงกันขึ้นไปจนถึงต้นไม้ใหญ่ที่ยืนเด่นกลางลานหญ้า เขาเงยหน้ามองกิ่งไม้ที่แผ่กว้างราวกับร่มเงาแห่งความสงบ “นี่แหละครับ ที่ผมอยากให้คุณเห็น”
ไพลินยืนมองวิวเบื้องหน้า—ทิวเขาซ้อนกันเป็นชั้น ๆ แสงแดดเย็นยามบ่ายส่องลงมาจนเกิดประกายระยิบระยับ เธอหันไปมองเพชรด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความชื่นชม “สวยมากจริง ๆ …ขอบคุณนะคะที่พามา”
เพชรยิ้มเล็กน้อย ไม่พูดอะไร แต่สายตาที่เขามองเธอเต็มไปด้วยความอบอุ่นและจริงใจ ไพลินรู้สึกหัวใจเต้นแรงขึ้นอีกครั้ง ราวกับว่าการเดินทางครั้งนี้ไม่ได้พาเธอมาถึงแค่ยอดดอย แต่ยังพาเธอเข้าใกล้หัวใจของเขามากขึ้นด้วย
"ต้นไม้ต้นนี้เป็นต้นไม้ที่ชาวบ้านสักการะ เชื่อว่าหากเราขอพรด้วยใจที่บริสุทธิ์จะทำให้เราสมปราถนา อยากลองขอพรดูไหมครับ”
“ไม่หรอก ฉันไม่ค่อยเชื่อเรื่องแบบนี้ มันดูงมงายน่ะ มาดูแค่วิวสวยๆก็คุ้มค่าที่มาแล้วล่ะ”
เพชรพูดเสียงนุ่ม “บางทีการขอพรไม่ใช่เรื่องงมงายหรอกครับ มันก็เหมือนการให้กำลังใจตัวเอง อย่างน้อยเราก็ได้บอกหัวใจว่าเราต้องการอะไรจริง ๆ”
ไพลินนิ่งไปครู่หนึ่ง เธอหันไปมองเขา สายตาที่จริงใจทำให้เธอเริ่มลังเล
“ถ้าอย่างนั้น…นายเคยขอพรอะไรบ้างเหรอ?”
เพชรหัวเราะเบา ๆ “ผมเคยขอให้ครอบครัวปลอดภัย แล้วก็ให้ไร่ผ่านทุกวิกฤตไปได้…แต่วันนี้ ผมอยากลองขอพรอีกอย่าง”
เขาหลับตาลงชั่วครู่ ก่อนจะเปิดขึ้นมาพร้อมรอยยิ้มที่อบอุ่น “ผมขอให้คุณลิน…ได้เจอสิ่งที่ทำให้หัวใจมีความสุขจริง ๆ”
คำพูดนั้นทำให้ไพลินใจเต้นแรง เธอเบือนหน้าหนีเล็กน้อยเพื่อซ่อนรอยยิ้ม แต่ในใจกลับอบอุ่นจนแทบล้นออกมาบรรยากาศรอบตัวเงียบสงบ มีเพียงเสียงลมพัดผ่านกิ่งไม้ใหญ่และเสียงนกร้องแผ่วเบา ทั้งคู่ยืนเคียงกันโดยไม่พูดอะไรต่อ แต่ความเงียบกลับเต็มไปด้วยความหมาย ไม่นานนัก เพชรเอ่ยขึ้น
“เราอยู่ตรงนี้นานแล้ว กลับกันเถอะครับ เดี๋ยวฟ้าเริ่มมืด”
ระหว่างทางกลับ ไพลินนั่งซ้อนท้ายรถ ATV อีกครั้ง คราวนี้เธอไม่ได้จับราวเหล็กแน่นเหมือนตอนแรก แต่เลือกที่จะจับเอวแล้วมองแผ่นหลังของเขาแทน ความใกล้ชิดทำให้หัวใจเธอเต้นแรงยิ่งกว่าเดิม
เมื่อถึงคอกม้า แสงแดดยามเย็นเริ่มอ่อนลง กลายเป็นสีทองอบอุ่นที่คลุมทั่วไร่ชา เพชรยื่นมือไปช่วยไพลินลงจากรถ ATV เธอรับมือเขาไว้ ความสัมผัสนั้นทำให้หัวใจเธอเต้นแรงขึ้นอีกครั้ง
“เหนื่อยไหมครับ?” เขาถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
“ไม่เลยค่ะ…กลับรู้สึกสดชื่นมากกว่า” ไพลินตอบพร้อมรอยยิ้มที่จริงใจ
เพชรหัวเราะเบา ๆ “ดีแล้วครับ ผมอยากให้คุณลินได้เห็นว่าที่นี่ไม่ได้มีแค่ความวุ่นวาย แต่ยังมีมุมที่สงบและสวยงามด้วย”
ไพลินมองหน้าเขา สายตาที่เต็มไปด้วยความจริงใจทำให้เธอรู้สึกอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูก
“ขอบคุณนะคะ…ที่ทำให้วันนี้เป็นวันที่พิเศษ”
เพชรพยักหน้า “ถ้ามีโอกาส ผมจะพาไปอีกหลายที่เลยครับ ที่นี่มีมุมสวย ๆ อีกเยอะ”
ไพลินมองหน้าเขาแล้วเผลอยิ้มออกมา ความรู้สึกที่เคยสับสนเริ่มชัดเจนขึ้นทีละน้อย—เธอไม่ได้แค่ชื่นชมเขา แต่หัวใจเธอกำลังเริ่มเปิดรับเขาอย่างจริงจัง
ทั้งคู่เดินเคียงกันกลับไปยังบ้านพัก เสียงจิ้งหรีดเริ่มดังขึ้นท่ามกลางความเงียบสงบของค่ำคืน เมื่อถึงระเบียงบ้าน เพชรหยุดยืนมองวิวที่ค่อย ๆ มืดลง เขาหันไปพูดเบา ๆ
“บางที…ความสุขก็ไม่ได้อยู่ที่เราจะไปถึงยอดดอยไหน แต่อยู่ที่เราได้เดินไปพร้อมกับใครสักคน”
ไพลินนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะยิ้มออกมาอย่างอบอุ่นเธอไม่ตอบ แต่สายตาที่เธอมองเขาแทนคำพูดทั้งหมด
บรรยากาศอบอุ่นนั้นทำให้ค่ำคืนนี้ไม่เหมือนคืนไหน—มันเต็มไปด้วยความหมายที่ทั้งสองต่างรับรู้โดยไม่ต้องเอ่ยคำใด
ค่ำคืนที่ไร่ชาอบอวลไปด้วยความสงบ เพชรหายไปครู่หนึ่ง ก่อนจะกลับมาพร้อมตะกร้าเล็ก ๆ ที่มีขนมพื้นบ้านและผลไม้สด เขาวางลงบนโต๊ะไม้ที่ระเบียงบ้านพัก แล้วพูดด้วยรอยยิ้มอบอุ่น
“ผมคิดว่าคุณลินคงหิวแล้ว เลยเอาอาหารว่างมาให้ครับ ลองชิมดูนะ”
ไพลินหยิบขนมขึ้นมาชิม รสหวานละมุนเข้ากับบรรยากาศเย็น ๆ ของค่ำคืน เธอเผลอยิ้มออกมา “อร่อยมากเลยค่ะ…ขอบคุณนะคะ”
เพชรนั่งลงข้าง ๆ เงยหน้ามองท้องฟ้าที่เริ่มมืดสนิท “คืนนี้ฟ้าเปิดนะครับ…น่าจะเห็นทางช้างเผือกชัดเลย”
ทั้งคู่เงยหน้ามองไปบนฟ้า เส้นแสงดาวทอดยาวเป็นสายระยิบระยับกลางท้องฟ้า ไพลินตาเป็นประกาย “สวยมากจริง ๆ…เหมือนภาพวาดเลย”
เพชรหันไปมองเธอแทนที่จะมองดาว สายตาเต็มไปด้วยความอบอุ่น
“ผมว่ามันสวยก็จริง แต่สิ่งที่ทำให้คืนนี้พิเศษ…คือการได้เห็นคุณลินยิ้มแบบนี้”
ไพลินหน้าแดงเล็กน้อย เธอเบือนสายตากลับไปยังท้องฟ้า แต่หัวใจกลับเต้นแรงไม่เป็นจังหวะ ความเงียบที่ตามมานั้นไม่อึดอัดเลย กลับเต็มไปด้วยความหมายที่ทั้งสองต่างรับรู้
เสียงลมพัดผ่านไร่ชา เสียงจิ้งหรีดดังคลอเป็นดนตรีธรรมชาติ ทั้งคู่ยังคงนั่งเคียงกัน มองทางช้างเผือกที่ส่องประกายเหนือศีรษะ ราวกับค่ำคืนนี้กำลังบันทึกความทรงจำที่อบอุ่นที่สุดลงในหัวใจของพวกเขา
ค่ำคืนยังคงดำเนินไปอย่างเงียบสงบ ทั้งคู่ยังคงนั่งลงเคียงกัน เสียงลมพัดผ่านไร่ชาเป็นจังหวะเบา ๆ เหมือนดนตรีประกอบธรรมชาติ ไพลินหยิบผลไม้ขึ้นมาชิม พลางมองไปบนท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดาว
“ฉันไม่เคยเห็นทางช้างเผือกชัดขนาดนี้มาก่อนเลยค่ะ…มันสวยจนเหมือนฝัน”
เพชรยิ้ม “ผมชอบมองดาวตั้งแต่เด็กครับ เวลามีเรื่องหนักใจ แค่เงยหน้ามองฟ้า ก็เหมือนโลกกว้างคอยบอกเราว่า…ปัญหาของเรามันเล็กนิดเดียว”
ไพลินหันไปมองเขาอย่างสนใจ “แล้วนายมีความฝันอะไรบ้างเหรอ?”
เพชรนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนตอบด้วยน้ำเสียงจริงใจ “ผมอยากให้ไร่เติบโตต่อไปได้ อยากให้คนงานทุกคนมีชีวิตที่ดีขึ้น…แล้วก็อยากให้คนที่อยู่ข้าง ๆ ผมมีความสุข ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม”
คำพูดนั้นทำให้ไพลินใจเต้นแรง เธอเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดเบา ๆ “ฟังดูเป็นฝันที่อบอุ่นมากเลยค่ะ…ฉันเองก็อยากหาสิ่งที่ทำให้หัวใจรู้สึกมีค่า อยากทำอะไรที่ไม่ใช่แค่เพื่อครอบครัว แต่เพื่อความสุขของตัวเองด้วย”
เพชรหันมามองเธอด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเข้าใจ “บางที…ความฝันของเราก็อาจจะเดินไปในเส้นทางเดียวกันก็ได้นะครับ”
ไพลินยิ้มออกมาอย่างเขินอาย เธอไม่ตอบ แต่สายตาที่เธอมองเขาแทนคำพูดทั้งหมด ดาวบนท้องฟ้าเปล่งประกายระยิบระยับเหมือนกำลังเป็นพยานให้กับความรู้สึกที่ค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นระหว่างทั้งสอง
เพชรหยิบผลไม้ชิ้นหนึ่งขึ้นมา พลางพูดเบา ๆ “ตอนมาอยู่ที่นี่ใหม่ๆ ผมเคยชอบมานั่งตรงนี้กับพ่อเลี้ยงครับ…พ่อเลี้ยงชอบเล่าเรื่องสมัยที่ไร่ยังไม่ใหญ่แบบทุกวันนี้ ตอนนั้นมีแค่แปลงเล็ก ๆ แต่พ่อเลี้ยงก็เชื่อว่าถ้าเราขยัน มันจะเติบโตได้”
ไพลินฟังด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสนใจ “ฟังดูอบอุ่นมากเลยค่ะ…ฉันเองก็มีความทรงจำกับแม่คล้าย ๆ กัน เวลาที่ฉันรู้สึกท้อ แม่จะบอกว่าไม่ต้องรีบโต แต่ให้เรียนรู้ไปทีละก้าว”
เพชรยิ้มบาง ๆ “บางทีความทรงจำพวกนี้แหละครับ ที่ทำให้เรามีแรงสู้ต่อไป”
ไพลินพยักหน้า เธอหันไปมองท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดาวอีกครั้ง “ฉันว่าคืนนี้คงเป็นอีกหนึ่งความทรงจำที่ฉันจะไม่มีวันลืม…เพราะมันทำให้ฉันรู้สึกเหมือนหัวใจได้พักจริง ๆ”
เพชรหันไปมองเธอด้วยสายตาที่อบอุ่นและจริงใจ “ผมก็ดีใจครับที่คุณลินอยู่ตรงนี้…บางทีการมีใครสักคนมานั่งดูดาวด้วยกัน มันก็ทำให้โลกทั้งใบดูไม่เหงาเลย”
ทั้งคู่ต่างเงียบไป มีแต่รอยยิ้มที่แลกเปลี่ยนกันนั้นเต็มไปด้วยความหมาย ดาวบนท้องฟ้าเหมือนจะส่องประกายแรงขึ้น ราวกับกำลังบันทึกความทรงจำใหม่ที่อบอุ่นที่สุดลงในหัวใจของพวกเขา
“พรุ่งนี้วันหยุด ตอนบ่ายเราไปเที่ยวตลาดนัดในตัวเมืองไหมครับ ชวนพลอยไปด้วยมีของอร่อยเยอะมากเลย”
“น่าไปเนอะ ฉันยังไม่เคยไปตลาดนัดเลย อยากจะเห็นวิถีชีวิตคนทั่วไปเหมือนกัน”เธอยิ้ม
“งั้นเราไปอาบน้ำ และนอนกันเถอะครับ วันนี้เหนื่อยมาทั้งวันแล้ว”
“พรุ่งนี้เจอกันนะ”
“ฝันดีนะครับ”
ไพลินยิ้มและเดินกลับเข้าบ้านไป เพชรมองตามแล้วยิ้มอย่างชื่นชม....
ตอนบ่ายบรรยากาศตลาดนัดเชียงรายคึกคักไปด้วยผู้คนและเสียงหัวเราะ เพชรกับไพลินเดินเคียงกันอย่างมีความสุข แต่ไม่นาน “พลอย” ก็วิ่งเข้ามาหาทั้งคู่ด้วยรอยยิ้มสดใส
“พี่ลิน! พี่เพชร! หนูตามหาตั้งนานเลยค่ะ” พลอยพูดพลางยื่นถุงผ้าหลากสีที่เธอเพิ่งซื้อมา “ดูสิคะ สวยไหม หนูเลือกเองเลยนะ”
ไพลินหัวเราะเบา ๆ “สวยมากเลยพลอย หนูมีรสนิยมดีจริง ๆ”
เพชรยิ้มอย่างเอ็นดู “พลอยนี่ชอบตลาดนัดทุกครั้งเลยน่ะครับ”
ทั้งสามคนเดินไปด้วยกัน แวะชิมอาหารพื้นบ้านและดูสินค้าหัตถกรรมจากชาวเขา พลอยคอยเล่าเรื่องตลกเล็ก ๆ น้อย ๆ ทำให้บรรยากาศเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ ไพลินรู้สึกอบอุ่นที่ได้เห็นความสัมพันธ์ของครอบครัวที่แน่นแฟ้น
เมื่อถึงร้านขายขนมพื้นบ้าน พลอยรีบซื้อขนมหลายห่อแล้วแบ่งให้เพชรกับไพลิน
“หนูอยากให้พี่ลินลองชิมค่ะ อร่อยมาก ๆ”
ไพลินรับมาแล้วชิมด้วยรอยยิ้ม “จริงด้วยค่ะ อร่อยมากเลย”
หลังจากเดินตลาดจนพระอาทิตย์เริ่มตกดิน ทั้งสามคนก็ซื้อของฝากกลับไร่—ผ้าทอ เครื่องประดับ และขนมพื้นบ้าน ระหว่างทางเดินพลอยเล่าเรื่องสนุก ๆ ส่วนไพลินก็เดินฟังไปด้วยหัวใจที่อบอุ่น
เพชรหันไปมองเธอแวบหนึ่ง “ดีใจนะครับที่วันนี้คุณลินได้มาเห็นบรรยากาศแบบนี้”
ไพลินยิ้มตอบ “ฉันก็มีความสุขมากค่ะ…เพราะได้อยู่กับทุกคน”
พลอยรีบพูดแทรกด้วยเสียงสดใส “แล้วครั้งหน้าเราไปด้วยกันอีกนะคะ หนูจะพาพี่ลินไปดูร้านที่หนูชอบที่สุด!”
เสียงหัวเราะดังขึ้นบรรยากาศเต็มไปด้วยความอบอุ่นและความผูกพันที่ค่อย ๆ แน่นแฟ้นขึ้นเรื่อย ๆ
ทันใดนั้นมีมือของใครบางคนเอื้อมมาแตะไหล่ไพลิน เมื่อเธอหันไปก็เจอกับผู้หญิงฝรั่งกลุ่มใหญ่ประมาณ 4-5 คน และมีผู้หญิงหนึ่งในนั้นเข้ากอดเธออย่างสนิทสนม เมื่อไพลินจ้องมองดีๆก็คือเพื่อนของเธอ “เอมมี่”ที่เคยเรียนอังกฤษด้วยกัน ไพลินทั้งดีใจและแปลกใจที่ได้เจอกัน ไม่เคยคิดว่าจะได้มาเจอเอมมี่ในที่แบบนี้
ไพลินแนะนำให้เอมมี่ได้รู้จักกับเพชรและพลอย ซึ่งเพชรและพลอยสามารถโต้ตอบด้วยภาษาอังกฤษอย่างชำนาญจนไพลินทึ่งกับความสามารถของสองพี่น้องที่มีเยอะมาก คนทั้งกลุ่มพากันเดินตลาดมีเพชรและพลอยกลายเป็นไกด์ไปโดยปริยาย เมื่อเดินตลาดกันไปสักพักใหญ่ ไพลินได้พูดขึ้นว่า
“วันนี้เอมมี่ได้มีงานกาล่าดินเนอร์ (Gala Dinner) ที่โรงแรมใหญ่ในตัวเมือง เพราะเอมมี่ที่เป็นทายาทบริษัทอุตสาหกรรมใหญ่ได้มาพร้อมกับท่านฑูตเพื่อมาประชุมกับท่านผู้ว่าฯเกี่ยวกับสินค้าเกษตรต่างๆ และเอมมี่ได้ชวนพวกเราไปด้วย ฉันว่าเป็นโอกาสที่ดีนะที่จะได้พบปะกับบุคคลสำคัญเผื่อเป็นประโยชน์ต่อบริษัทของเรา”
“แล้วเราจะไปชุดแบบนี้หรือคะพี่ลิน”
“พี่จะไปกับเอมมี่นะ เพราะเอมมี่มีหลายชุด แต่พวกเธอสองคนลองไปหาร้านเสื้อผ้าดูนะ ถ้าเตรียมตัวเสร็จแล้วเราไปเจอกันที่โรงแรม โทรหาพี่ด้วยนะพลอย”
เธอพูดพร้อมกับยื่นบัตรสีดำให้พลอยและดึงตัวพลอยมากระซิบข้างหู พูดเสร็จไพลินก็ได้หายตัวไปพร้อมกับพรรคพวกของเอมมี่ ปล่อยให้เพชรและพลอยเดินไปอีกทางตามหาร้านเสื้อผ้าเพื่อไปงานคืนนี้
เมื่อถึงเวลางานไพลินสวมชุดราตรีสีดำประกายเงินเปิดไหล่สวยงามมาก ยืนข้างกันกับเอมมี่ที่มาในชุดราตรีเกาะอกสีขาว ส่วนเพื่อนคนอื่นๆก็สวมชุดราตรีสวยงามไม่ต่างกัน ยืนคุยกันดื่มเครื่องดื่มด้วยอย่างสนุกสนาน เอมมี่ได้ถามไพลินว่าเมื่อไหร่สองพี่น้องนั้นจะมา ไพลินบอกเอมมี่ว่าพลอยโทรมาบอกใกล้จะถึงแล้ว
สักครู่พลอยได้ทักไพลิน “พี่ลิน หนูมาแล้วค่ะ”
เธอหันไปดูพลอยที่ใส่ชุดเดรสสายเดี่ยวสีชมพูน่ารักๆ เธอออกปากชมว่า
“ว้าวววว น่ารักมากๆเลย แต่งตัวเก่งเหมือนกันนะเนี่ย แล้วเพชรล่ะอยู่ไหน”
“กำลังเดินมาทางนี้คะ” พร้อมกับชี้ไปประตูทางเข้า เมื่อเธอได้เห็นภาพที่เพชรกำลังเดินมาหาเธอ เธอต้องตกตะลึงกับภาพที่เห็น เพชรที่มาในชุดสูททักซิโด้สีดำ ทรงผมที่สะอาดสะอ้าน หน้าตาสดใส ดวงตาแวววาว ตอนนี้สำหรับไพลินเหมือนเวลาค่อยๆเดินอย่างเชื่องช้า จนเขาเข้ามาใกล้ชิดเธอ เพื่อนๆของไพลินเมื่อเห็นเพชรถึงกับอุทานออกมาว่า
“Goodness me, he's stunning!. Is this the man you saw this evening?
ส่วนไพลินยังคงมองเพชรตาไม่กระพริบ ใบหน้าแดงกล่ำเสียงเต้นของหัวใจแทบจะระเบิดออกมา เมื่อเพชรมายืนใกล้ๆได้พูดว่า
“ขอโทษมาช้าไปหน่อยครับ พอดีหาร้านเจอช้าด้วย พลอยพาไปตัดผมด้วย รู้งี้ผมไม่มาหรอกไม่เคยแต่งตัวแบบนี้มาก่อนเลยครับ มันแปลกๆดีไม่ชินเลย” เพชรหัวเราะเบาๆ
ไพลินยังคงยืนมองเพชรด้วยหัวใจที่เต้นแรงไม่หยุด ราวกับโลกทั้งใบเงียบลงเหลือเพียงเขาและเธอในงานกาล่าที่หรูหรา เสียงดนตรีคลาสสิกบรรเลงเบา ๆ ประกอบบรรยากาศที่เต็มไปด้วยผู้คนในชุดราตรีและสูทหรู
เอมมี่หัวเราะเบา ๆ พลางกระซิบกับไพลิน “เพื่อนคุณนี่ดูดีมากเลยนะคะ เหมือนพระเอกหนังฮอลลีวูดเลย”
ไพลินหน้าแดงจัด เธอรีบเบือนสายตาไปทางอื่น แต่ก็ยังอดเหลือบมองเพชรไม่ได้ เพชรเองเมื่อเห็นสายตาของไพลินก็ยิ้มอย่างเขิน ๆ “เราไปนั่งตรงที่โต๊ะกันไหม”
พลอยรีบพูดเสริมด้วยความตื่นเต้น “ใช่ค่ะพี่ลิน ไปด้วยกันเถอะ หนูอยากลองชิมอาหารในงานแบบนี้มากเลย”
ทั้งสามคนจึงเดินไปนั่งโต๊ะที่จัดไว้สำหรับแขกพิเศษ ข้าง ๆ มีนักธุรกิจและนักการทูตนั่งพูดคุยกันอย่างจริงจัง เพชรรู้สึกได้ว่าบรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนไปจากความสนุกสนานในตลาดนัด กลายเป็นความสง่างามและเต็มไปด้วยโอกาสใหม่ ๆ
เมื่ออาหารจานแรกถูกเสิร์ฟ เพชรยังคงดูเก้ ๆ กัง ๆ กับการใช้ช้อนส้อม แต่พลอยก็ช่วยกระซิบสอนอย่างขี้เล่น ทำให้เพชรหัวเราะออกมาและบรรยากาศที่โต๊ะผ่อนคลายลงทันที ไพลินมองภาพนั้นด้วยความรู้สึกอบอุ่นและประทับใจ
ระหว่างนั้น เอมมี่ได้แนะนำไพลินกับบุคคลสำคัญหลายคน เพชรและพลอยก็ได้รับการทักทายด้วยเช่นกัน ทุกคนต่างชื่นชมความสามารถด้านภาษาและบุคลิกที่น่าประทับใจของทั้งคู่
เสียงประกาศจากพิธีกรดังขึ้น เชิญแขกทุกคนร่วมชมการแสดงดนตรีสดที่กำลังจะเริ่ม เพชรหันไปมองเวทีแล้วพูดกับไพลินเบา ๆ
“ผมไม่เคยอยู่ในงานแบบนี้เลยครับ ผมรู้สึกแปลกกับที่นี่มากๆ”
“คิดซะว่าถึงตานายเข้ามาโลกของฉันบ้างสิ ฉันเข้าไปในโลกของนายจะเป็นเดือนแล้ว”
ทั้งสามคนหัวเราะแก้เขิน คำพูดนั้นทำให้ไพลินยิ้มออกมาอย่างจริงใจ เธอรู้สึกว่าความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับเพชรกำลังเปลี่ยนไปทีละน้อย จากความเป็นเพื่อนร่วมทาง กลายเป็นความรู้สึกที่ลึกซึ้งและอบอุ่นมากขึ้น
ผู้ว่าฯ จังหวัดเชียงรายเดินเข้ามาพร้อมกับคณะทูต เอมมี่รีบพาไพลิน เพชร และพลอยไปแนะนำตัวอย่างเป็นทางการ ทุกสายตาหันมามองพวกเขา โดยเฉพาะเพชรที่ในชุดทักซิโด้ดูสง่างามไม่แพ้ใคร ไพลินยิ่งรู้สึกภาคภูมิใจและตื่นเต้นที่ได้เห็นเขาในบทบาทใหม่ที่ไม่เคยคาดคิดมาก่อน…
เพชรหัวเราะเบา ๆ พลางพูดอย่างเก้ ๆ กัง ๆ แต่แววตาที่มองไพลินกลับเต็มไปด้วยความจริงใจ ไพลินเองก็รู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหยุดหมุนไปชั่วขณะ เธอพยายามเก็บอาการ แต่หัวใจกลับเต้นแรงจนแทบจะควบคุมไม่ได้
พิธีกรประกาศเชิญแขกทุกคนร่วมฟังคำกล่าวเปิดงานจากท่านผู้ว่าฯ บรรยากาศในห้องโถงใหญ่เงียบลงทันที ทุกสายตาจับจ้องไปที่เวที ไพลินกับเอมมี่ถูกเชิญให้ยืนใกล้ ๆ บุคคลสำคัญบนเวที
ส่วนเพชรและพลอยก็ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากคณะทูตที่สนใจพูดคุยเรื่องวิถีชีวิตและสินค้าเกษตรของท้องถิ่น เพชรแม้จะไม่คุ้นเคยกับงานหรูหรา แต่เขากลับตอบคำถามอย่างสุภาพและจริงใจ ทำให้หลายคนประทับใจ พลอยเองก็ช่วยเสริมด้วยรอยยิ้มและความสดใส ทำให้บรรยากาศรอบโต๊ะสนทนาเต็มไปด้วยความเป็นกันเอง
หลังจากการกล่าวเปิดงาน เสียงดนตรีบรรเลงขึ้นอีกครั้ง แขกหลายคนเริ่มออกไปเต้นรำกลางห้อง เพชรหันมามองไพลินด้วยสายตาลังเล ก่อนไพลินจะพูดเบา ๆ
“คุณไม่เคยเต้นรำเลยนี่…แต่ถ้าคุณอยากลอง ฉันจะไปกับคุณ”
เพชรยิ้มบาง ๆ พลางยื่นมือให้เธอ “งั้นเราไปลองด้วยกันครับ”
เพชรจับมือเธออย่างระมัดระวัง ทั้งสองก้าวออกไปกลางห้องท่ามกลางแสงไฟระยิบระยับ เสียงดนตรีพาให้หัวใจของทั้งคู่เต้นไปพร้อมกัน ทุกการเคลื่อนไหวเต็มไปด้วยความเขินอายและความรู้สึกที่ค่อย ๆ เผยออกมาอย่างชัดเจน…
เสียงดนตรีวอลซ์ยังคงบรรเลงอย่างอ่อนหวาน เพชรและไพลินก้าวเท้าไปพร้อมกัน แม้จะไม่คล่องนัก แต่ความเก้ ๆ กัง ๆ ของเพชรกลับทำให้ไพลินหัวเราะเบา ๆ ความเขินอายค่อย ๆ แปรเปลี่ยนเป็นความอบอุ่นที่แผ่ซ่านไปทั่วหัวใจ พลอยที่ยืนดูอยู่ข้าง ๆ ยกมือปรบเบา ๆ
“พี่เพชรกับพี่ลินเต้นเข้ากันมากเลยค่ะ!” เสียงสดใสของเธอทำให้หลายคนหันมามองด้วยรอยยิ้ม เอมมี่เองก็ยิ้มพลางพูดกับแขกต่างชาติ
“ดูสิคะ เพื่อนฉันกับคนพิเศษของเธอ…เหมือนฉากในหนังโรแมนติกเลย”
เพชรหันมามองไพลินด้วยสายตาที่จริงจังขึ้นเล็กน้อย เขาพูดเบา ๆ ราวกับกลัวใครจะได้ยิน
“ผมไม่เคยคิดเลยว่าจะได้มาที่แบบนี้…และวันนี้คุณสวยมากเลยครับ”
ไพลินหน้าแดงจัด เธอพยายามตอบกลับด้วยเสียงสั่น ๆ “ฉัน…ฉันก็รู้สึกว่าคุณดูดีมากค่ะ”
เพชรหัวเราะเบา ๆ แต่แววตาที่มองเธอเต็มไปด้วยความอ่อนโยนและความหมายที่ลึกซึ้งกว่าคำพูดใด ๆ
เสียงปรบมือดังขึ้นเมื่อพิธีกรประกาศเชิญแขกทุกคนร่วมชมการแสดงพิเศษจากศิลปินชื่อดัง บรรยากาศในห้องโถงเต็มไปด้วยความตื่นเต้น แต่สำหรับไพลินและเพชร โลกทั้งใบยังคงหมุนช้า ๆ อยู่รอบตัวพวกเขา ราวกับทุกสิ่งถูกกลบด้วยเสียงหัวใจที่เต้นแรงไม่หยุดเสียงดนตรีพาให้บรรยากาศรอบตัวทั้งคู่เหมือนถูกห่อหุ้มด้วยความนุ่มนวล
เพชรพยายามก้าวเท้าให้เข้ากับจังหวะ แม้จะไม่สมบูรณ์แบบ แต่ทุกการเคลื่อนไหวกลับทำให้ไพลินรู้สึกใกล้ชิดเขามากขึ้นเรื่อย ๆ
หัวใจของไพลินเต้นแรงจนเธอแทบจะได้ยินเสียงของมันเอง ความรู้สึกที่เคยซ่อนอยู่ลึก ๆ เริ่มชัดเจนขึ้นทุกวินาทีที่เธออยู่ในอ้อมแขนของเพชร ดวงตาของเขาที่มองมาเต็มไปด้วยความอ่อนโยนและจริงใจ ราวกับกำลังบอกเล่าเรื่องราวที่ไม่ต้องใช้คำพูดใด ๆ
ไพลินเผลอคิดขึ้นมาในใจว่า “นี่หรือเปล่าที่ฉันรอคอยมาตลอด…ความรู้สึกที่ไม่อาจปฏิเสธได้” เธอพยายามห้ามตัวเองไม่ให้พูดออกมา แต่ริมฝีปากกลับสั่นไหวเหมือนพร้อมจะสารภาพทุกอย่าง
เพชรยิ้มบาง ๆ พลางกระซิบเบา ๆ “คุณลิน…ผมดีใจที่ได้มาอยู่ตรงนี้กับคุณ”
คำพูดนั้นเหมือนเป็นประกายไฟที่จุดให้ความรู้สึกในใจไพลินลุกโชนขึ้น เธอหลับตาเพียงชั่วครู่เพื่อซ่อนความเขินอาย แต่เมื่อเปิดตาขึ้นมาอีกครั้ง เธอพบว่าตัวเองกำลังมองเพชรด้วยสายตาที่ไม่อาจปฏิเสธความจริงในหัวใจได้อีกต่อไป
ไพลินพยายามเก็บความรู้สึกที่กำลังพลุ่งพล่านอยู่ในใจ เธอรู้ดีว่าหากปล่อยให้หลุดปากออกไปตอนนี้ ทุกอย่างอาจเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วเกินกว่าที่เธอพร้อมจะรับมือได้ เธอจึงเลือกที่จะยิ้มบาง ๆ ตอบกลับเพชรแทน แม้ในใจจะเต็มไปด้วยคำพูดที่อยากเอ่ยออกมา
เพชรยังคงมองเธอด้วยสายตาอบอุ่นและจริงใจ ราวกับเขาเองก็มีบางสิ่งที่อยากพูด แต่เลือกที่จะเก็บไว้เช่นกัน ความเงียบระหว่างทั้งคู่ไม่ได้ทำให้บรรยากาศอึดอัด กลับกลายเป็นความเงียบที่เต็มไปด้วยความหมายและความใกล้ชิดที่ไม่ต้องใช้คำพูดใด ๆ
พลอยที่ยืนดูอยู่ไม่ไกล ยิ้มกว้างอย่างมีความสุข เธอรู้สึกได้ว่าพี่ชายและพี่ลินมีบางสิ่งที่เชื่อมโยงกันอย่างลึกซึ้ง แม้จะยังไม่เอ่ยออกมา แต่ก็ชัดเจนในสายตาของคนรอบข้าง
เสียงดนตรีดำเนินต่อไป แขกหลายคนเริ่มจับตามองคู่เต้นรำที่ดูเข้ากันอย่างประหลาด เพชรและไพลินก้าวไปพร้อมกันอย่างช้า ๆ ราวกับโลกทั้งใบเหลือเพียงพวกเขาสองคน ความรู้สึกที่ถูกเก็บไว้ในใจเริ่มก่อตัวเป็นแรงดึงดูดที่ยิ่งใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ…
เสียงดนตรีค่อย ๆ เบาลงเมื่อการเต้นรำสิ้นสุดลง เพชรยิ้มบาง ๆ พลางพยักหน้าให้ไพลิน
“ไปหาที่นั่งดื่มอะไรเย็น ๆ กันไหมครับ”
ไพลินพยักหน้าตอบด้วยรอยยิ้มที่ยังไม่หายจากความเขิน ทั้งคู่จึงเดินเคียงกันไปยังบาร์เครื่องดื่มหรูหราที่ตั้งอยู่ด้านข้างของห้องโถง พลอยรีบตามไปด้วยความตื่นเต้น
บาร์ตกแต่งด้วยแสงไฟสีทองอุ่น ๆ ขวดไวน์และแก้วคริสตัลเรียงรายอย่างสวยงาม บาร์เทนเดอร์ในชุดสูทยิ้มต้อนรับอย่างสุภาพ “รับอะไรดีครับ”
พลอยรีบพูดขึ้นก่อน “หนูอยากลองน้ำผลไม้ค็อกเทลค่ะ ดูสดชื่นดี”
เพชรหัวเราะเบา ๆ “ผมเอาเหมือนกันครับ”
ไพลินยิ้มพลางสั่งไวน์แดงหนึ่งแก้ว เธอถือแก้วไวน์ขึ้นมาชิมเบา ๆ รสชาติละมุนเข้ากับบรรยากาศหรูหราในค่ำคืนนี้
ทั้งสามคนยืนดื่มเครื่องดื่มด้วยกัน พลอยเล่าเรื่องตลกเล็ก ๆ ทำให้เพชรหัวเราะออกมาอย่างเป็นธรรมชาติ ไพลินมองภาพนั้นด้วยหัวใจที่อบอุ่น ความรู้สึกที่เก็บไว้ในใจยังคงชัดเจน แต่เธอเลือกที่จะเก็บมันไว้ ไม่ให้หลุดออกมาในคืนนี้
เอมมี่เดินเข้ามาสมทบพร้อมแก้วแชมเปญในมือ เธอยิ้มพลางพูดกับไพลิน “คืนนี้ดูเหมือนคุณจะมีความสุขมากเลยนะคะ”
ไพลินยิ้มตอบเบา ๆ “ใช่ค่ะ…มากกว่าที่คิดไว้เลย”
บรรยากาศรอบโต๊ะเครื่องดื่มเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและความอบอุ่นที่ค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นอย่างเงียบ ๆ แต่มั่นคงเอมมี่หันไปมองเพชรกับพลอยด้วยสายตาชื่นชม
“คุณสองคนดูน่าสนใจมากเลยนะคะ ภาษาอังกฤษก็เก่ง บุคลิกก็ดี ฉันว่าคืนนี้คุณจะได้รู้จักคนสำคัญอีกเยอะเลย”
พลอยยิ้มกว้าง “หนูตื่นเต้นมากค่ะ ไม่เคยอยู่ในงานแบบนี้เลย”
เพชรยกแก้วขึ้นเล็กน้อย พลางพูดอย่างสุภาพ “ขอบคุณที่ให้โอกาสครับ ผมกับพลอยจะพยายามทำให้ดีที่สุด”
เอมมี่หัวเราะเบา ๆ “ไม่ต้องพยายามหรอกค่ะ แค่เป็นตัวเองก็ทำให้ทุกคนประทับใจแล้ว”
บรรยากาศรอบโต๊ะเครื่องดื่มเต็มไปด้วยความอบอุ่นและความเป็นกันเอง เสียงหัวเราะและการสนทนาไหลลื่นไปอย่างธรรมชาติ ไพลินมองเพชรกับเอมมี่ที่พูดคุยกันอย่างเข้ากันได้ดี เธอรู้สึกทั้งภูมิใจและอบอุ่นในใจ แต่ก็ยังคงเก็บความรู้สึกลึก ๆ ไว้ไม่ให้หลุดออกมา
“เพชร” เสียงเรียกที่คุ้นหูมาเนิ่นนาน เพชรหันไปตามเสียงเรียก เป็นผู้หญิงหน้าตาในชุดราตรียาวเกาะอกสีดำ ผิวขาว ผมยาวสลวย เธอกระโดดกอดเพชร และพูดว่า
“ใช่เพชรจริงๆด้วย” เธอร้องไห้ เพชรจับไหล่เธอแล้วมองใบหน้านั้น พร้อมกับพูดว่า
“รุ้ง” คำสั้นๆ แต่ไพลินที่ยืนอยู่ข้าง ๆ รู้สึกเหมือนถูกผลักออกจากโลกที่เธอเพิ่งเริ่มสร้างร่วมกับเพชร ใบหน้าของเธอแดงจัด แต่ครั้งนี้ไม่ใช่เพราะความเขินอาย หากเป็นความสับสนและเจ็บปวด พร้อมกับความรู้สึกในใจ "นี่สินะ ที่เรียกว่า แพ้หมดรูป"
ซีรีส์
นิยาย
แนวคิด
บันทึก
1
ดูเพิ่มเติมในซีรีส์
รักวุ่นวายของไฮโซตัวร้ายกับนายบ้านนา EP.1
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย