Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
รักวุ่นวายของไฮโซตัวร้ายกับนายบ้านนา
•
ติดตาม
12 ก.พ. เวลา 13:45 • ภาพยนตร์ & ซีรีส์
รักวุ่นวายของไฮโซตัวร้าย กับนายบ้านนา EP.4
ภาพเลือนลางภาพหนึ่ง เด็กหนุ่มยืนหลบอยู่ตรงมุมมืดข้างรั้วบ้านใหญ่ เขาแอบมองเข้าไปในงานเลี้ยงส่งลูกสาวเจ้าของบ้านไปเรียนต่างประเทศ ภายในงานเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ เพลงดังสนุกสนาน ผู้คนดื่มกินและเต้นรำกันอย่างมีความสุข
แต่สำหรับเด็กหนุ่ม น้ำตากลับไหลอาบแก้ม เมื่อเขาเห็นหญิงสาววัยรุ่นในชุดเดรสลายดอกไม้สีขาวเดินออกมาพร้อมเพื่อนสองสามคน ทั้งหมดหัวเราะคิกคักกันอย่างร่าเริง ภาพนั้นทำให้หัวใจของเขาเจ็บปวดจนแทบทนไม่ไหว เมื่อเขากำลังเดินถอยหลังจะออกไปจากตรงนั้น สายตาของวัยรุ่นสาวเห็นว่าเป็นวัยรุ่นหนุ่มมายืนข้างริมรั้วบ้านของเธอ เธอรีบวิ่งออกไปหาเขาพร้อมกับเรียกชื่อไปด้วย
“เพชร เธอเป็นอะไรไป เราโทรหาก็ไม่รับสาย ไปหาบ้านก็ไม่อยู่คอยหลบหน้าเราอยู่ตลอดเลย สัญญากันแล้วไม่ใช่เหรอว่ามีอะไรเราจะบอกกันทุกเรื่อง เธอไม่รักเราแล้วเหรอ?”
“เราไม่เคยลืมสัญญาหรอก รุ้ง แต่.......ที่จริงเราโดนแม่ห้ามมาหาเธออีก แต่เราอยากมาเห็นหน้าเธอก่อน ที่เราจะย้ายไปอยู่ที่อื่น”
“เธอจะย้ายไปอยู่ที่ไหน? ทำไมต้องย้าย เราไม่เข้าใจ เราจะไปออสเตรเลียด้วยกันไม่ใช่เหรอ? นี่มันเรื่องอะไร เรางงไปหมดแล้ว”
เธอเริ่มน้ำตาคลอแล้ว จังหวะนั้นได้มีเสียงของผู้ชายตะโกนเรียกเธอ
“รุ้ง คุยกับใครน่ะลูก อ้าว เพชรเองเหรอ นึกว่าย้ายไปแล้ว”
“นี่มันเรื่องอะไรกันคะพ่อ หนูยังมีเรื่องอะไรที่ยังไม่รู้ พ่อบอกหนูมานะ” ตอนนี้เธอร้องไห้ฟูมฟายใหญ่แล้ว
“ไม่มีอะไรหรอกลูก เรากลับเข้าไปในงานได้ล่ะ ทุกคนกำลังรอเราอยู่นะ ส่วนเพชรกลับไปได้แล้ว”
พ่อของรุ้งลากแขนเธอกลับเข้าไปในงาน รุ้งก็ร้องไห้ไปด้วย เพชรค่อยๆเดินออกมาแล้ววิ่งร้องไห้กลับไปที่บ้าน
เมื่อมาถึงบ้านพ่อแม่และน้องของเพชรได้อยู่บนรถหกล้อ เตรียมตัวที่จะย้ายออกจากบ้านหลังเก่า เพื่อไปเริ่มต้นชีวิตที่อื่นใหม่ ภาพของเพชรที่เป็นวัยรุ่นค่อยๆกลายเป็นภาพปัจจุบัน เพราะเหตุนี้ชีวิตของเขาถึงได้มาอยู่บ้านนอกคอกนา แทนบ้านที่อยุ่ในตัวเมือง
ตอนนี้เขานั่งอยู่บนเนินเขาไร่ชากับม้าคู่ใจ “เจ้าสีหมอก” มองดูวิวแล้วคิดถึงอดีตและเรื่องเก่าๆของตัวเอง
ที่บ้านพักของเพชร นางเอกได้เดินมาหาเขา เรียกหาแต่ไม่มีเสียงตอบรับ เธอจึงตัดสินใจเปิดประตูเข้าไป ข้างในบ้านพักมีแต่ตู้หนังสือเยอะมาก และเดินเข้าไปอีกหน่อยจะเป็นห้องนอนที่เปิดประตูทิ้งไว้นางเอกเรียกหาเพชร
แต่ไม่มีเสียงตอบรับเธอชะโงกหน้าเข้าไปในห้องนอนที่เป็นระเบียบเรียบร้อย เพชรก็ไม่อยู่ในนั้น เมื่อเธอเหลือบไปเห็นโทรศัพท์ที่วางอยู่ข้างๆโน๊ตบุ๊ค นางเอกหยิบขึ้นมา
“ไหนว่าไม่มีโทรศัพท์ ทำไมต้องโกหกฉันด้วยนะ เอ๊ะ..ไม่ได้ล็อกหน้าจอด้วย”
เมื่อเธอเปิดออกดูก็เห็นว่ามีรูปของวัยรุ่นชายหญิงถ่ายคู่กัน เลื่อนไปเรื่อยๆ เห็นได้ชัดว่าเป็นรูปของคนที่รักกันมาก จู่ๆมีสายเรียกเข้าขึ้นชื่อว่า “รุ้ง” นางเอกตกใจ พลันมีมือมาหยิบโทรศัพท์ออกไปจากมือของนางเอก มือนั้นเป็นของเพชรนั่นเอง เพชรรีบวางสายและปิดเครื่องอย่างรวดเร็ว
“นี่คุณเข้ามาที่นี่ทำไม แถมมาแอบดูโทรศัพท์ของผมอีก ไม่น่าเชื่อว่าคุณจะเป็นคนแบบนี้”
“ใช่!! ฉันก็ไม่คิดว่านายจะเป็นคนโกหกหน้าตายขนาดนี้ ไหนบอกว่าไม่มีโทรศัพท์แล้วที่ถือนั้นคืออะไร? ฉันก็ไม่ได้อยากรู้เรื่องของนายหรอก คุณป้าให้ฉันมาเรียกนายไปหาต่างหาก”
พูดเสร็จนางเอกรีบเดินออกไป และปิดประตูอย่างแรงด้วยอารมณ์โมโหสุดๆ ปล่อยให้พระเอกยืนอารมณ์เสียเหมือนกันที่โดนล้วงความลับไป
ตอนเช้าของวันนี้เมื่อทานอาหารเสร็จ เพชรได้พานางเอกและพลอยมาที่โรงงานผลิตกาแฟก่อนที่จะไปไร่กาแฟ นางเอกยังคงนั่งเบาะหลังที่เดิม เพชรเป็นคนขับ ส่วนพลอยนั่งข้างคนขับ
เมื่อไปถึงโรงงานกาแฟที่เต็มไปด้วยเสียงเครื่องจักรบดเมล็ด เสียงคนงานพูดคุยกันเบา ๆ แต่บรรยากาศรอบตัวนางเอกกลับเงียบสนิท เธอเดินตามเพชรเข้ามาในโรงงานด้วยสีหน้าตึงเครียด ไม่พูดอะไรแม้แต่คำเดียว
เพชร (หันมามองเล็กน้อย):
“คุณลิน…ระวังพื้นลื่นนะครับ”
นางเอก (ไม่ตอบ แค่เหลือบตามอง แล้วเดินต่อไปอย่างเงียบ ๆ)
พลอยที่เดินตามมาเห็นท่าทีจึงพยายามทำให้บรรยากาศเบาลง:
“พี่ลิน ลองดูตรงนี้สิคะ เมล็ดกาแฟที่คั่วใหม่ ๆ กลิ่นหอมมากเลยนะ”
นางเอก (ก้มมอง แต่ไม่พูดอะไร แค่พยักหน้าเบา ๆ)เพชรเริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติ
“พี่ลิน…มีอะไรหรือเปล่า ทำไมถึงไม่พูดอะไรเลย”
พลอยมองหน้าเพชรแล้วหันไปมองนางเอก บรรยากาศรอบตัวเหมือนถูกกดทับด้วยความเงียบ เสียงเครื่องจักรดังกลบ แต่ความเงียบของนางเอกกลับชัดเจนกว่า ทุกคนรอบข้างสัมผัสได้ถึงความตึงเครียดที่ไม่ถูกเอ่ยออกมา
พลอย (เสียงเบาลง พยายามปลอบ):
“พี่ลิน…ถ้าเหนื่อยก็พักก่อนก็ได้นะคะ”
นางเอก (หันไปมองพลอย ยิ้มจาง ๆ แต่ไม่พูดอะไร แล้วเดินแยกออกไปอีกมุมหนึ่งของโรงงาน)
เพชรยืนนิ่ง มองตามด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความกังวล แต่ก็ไม่กล้าเข้าไปกดดันมากกว่านี้ ปล่อยให้ความเงียบและท่าทีแข็งกร้าวของนางเอกเป็นกำแพงที่กั้นระหว่างกัน
คนงานชายวัยกลางคนเดินผ่านมาพร้อมกับหัวเราะเบา ๆ แล้วพูดกับเพื่อนว่า:
“นี่เหรอคุณหนูจากเมืองกรุง ดูเหมือนจะไม่คุ้นกับงานโรงงานเลยนะ แค่เดินยังทำหน้าเหมือนจะร้องไห้”
นางเอก (หยุดกะทันหัน หันขวับไปมองด้วยสายตาแข็งกร้าว):
“พูดอะไรนะ? คิดว่าฉันไม่เห็นหรือไงว่าพวกคุณกำลังหัวเราะเยาะ!”
บรรยากาศรอบตัวเงียบลงทันที คนงานที่เหลือหยุดทำงานชั่วคราว มองมาที่นางเอกด้วยความตกใจเพชร รีบเข้ามาพยายามปลอบ
“คุณูลิน…เขาไม่ได้หมายความแบบนั้นหรอกครับ แค่พูดเล่น—”
นางเอกพูดเสียงสั่นแต่ดังชัด
“พูดเล่น? สำหรับนายทุกอย่างมันก็แค่พูดเล่นสินะ! ทั้งเรื่องโทรศัพท์ ทั้งเรื่องผู้หญิงคนนั้น…นายโกหกฉันทุกอย่าง แล้วตอนนี้ยังปล่อยให้คนงานมาดูถูกฉันอีก!”
พลอยตกใจรีบเข้ามาจับแขนนางเอก
“พี่ลิน ใจเย็นก่อนนะคะ…”
นางเอกสะบัดแขนออกน้ำตาคลอ
“ฉันไม่อยากฟังอะไรทั้งนั้น! ถ้านายคิดว่าฉันเป็นแค่คุณหนูที่ไม่เข้าใจอะไร ก็ไม่ต้องมายุ่งกับฉันอีก!”
เธอพูดจบแล้ววิ่งออกไปจากโรงงาน ทิ้งให้เพชรยืนนิ่งอยู่ท่ามกลางสายตาของคนงานที่เต็มไปด้วยความอึดอัดและสงสัย เพชรเดินตามออกมา แต่หยุดยืนห่าง ๆ น้ำเสียงเรียบๆ
“คุณลิน…ถ้าอยากกลับ ผมจะพาไป แต่ถ้าจะอยู่ที่นี่ คุณต้องทำใจให้แข็งกว่านี้”
นางเอกหันกลับมามองด้วยสายตาแข็งกร้าว แต่ไม่ตอบทันทีแค่ยืนนิ่งน้ำตาคลอเพชรพูดต่อด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
“ที่นี่ไม่มีใครรอให้คุณเข้าใจ ทุกคนทำงานเพราะมันคือชีวิตจริง ไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ”
“ถ้าคุณโกรธ…ก็โกรธผมได้ แต่ไม่ใช่เอาเรื่องคนอื่นมาเป็นข้ออ้าง ทุกคนที่นี่ทำงานหนัก ไม่ได้มีเวลามานั่งหัวเราะเยาะคุณหรอก”
นางเอกเสียงสั่น แต่ยังเสียงแข็ง
“แล้วนายคิดว่าฉันไม่เห็นหรือไง? ฉันเห็นชัดว่าพวกเขามองฉันเหมือนคนแปลกหน้า…เหมือนฉันไม่ควรอยู่ที่นี่”
เพชร (นิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนตอบสั้น ๆ):
“ถ้าคุณอยากพิสูจน์…ก็ต้องอยู่ให้ได้ ไม่ใช่เดินหนีทุกครั้งที่เจอคำพูดแรง ๆ”
นางเอกกำหมัดแน่น มองเขาด้วยสายตาโมโห แต่ไม่พูดอะไร เดินต่อไปช้า ๆเพชรเดินตามไปเรื่อย ๆ โดยไม่พูดอะไร ปล่อยให้ความเงียบและเสียงฝีเท้าเป็นสิ่งเดียวที่เชื่อมระหว่างกัน
“การหนี…ไม่ใช่คำตอบ”
เพชรมองตามด้วยสายตานิ่ง ไม่เดินตามต่อ ปล่อยให้ความเงียบและบรรยากาศรอบตัวเป็นคำตอบแทน สักพักพลอยเดินมาหาเพชรที่ยืนมองตามนางเอกอยู่
“มีเรื่องอะไรกันเหรอพี่เพชร พี่ลินพูดถึงโทรศัพท์อะไร? ผู้หญิงคนนั้นคือใคร? พลอยไม่เห็นจะเข้าใจเลย”
“พลอยไปตามคุณลินกลับมาก่อนเถอะ เดี๋ยวพี่ไปเอารถมารับนะ คุยกับเธอดีๆล่ะ”
พลอยพยักหน้า และรีบเดินตามนางเอกไป
“พี่ลิน เมื่อกี้พลอยได้ยินพี่พูดถึงโทรศัพท์กับเรื่องผู้หญิงคนนั้น มันคือเรื่องอะไรเหรอคะ?”
“เมื่อเช้าที่พลอยอยู่ในห้องน้ำ คุณป้าดาวานให้พี่ไปตามเขามา พี่ไปหาที่บ้านแต่ไม่เจอเลยเข้าไปหาในบ้าน แล้วพี่ไปเจอโทรศัพท์กับรูปผู้หญิงที่อยู่ในโทรศัพท์ จู่ๆคนชื่อ รุ้ง ก็โทรมา แต่พี่ยังไม่ทันรับสายหรอก เพชรมาเอาโทรศัพท์จากมือพี่ไปซะก่อน พี่่ไม่เข้าใจ แค่เรื่องโทรศัพท์ทำไมต้องปิดบังด้วย” นางเอกพูดด้วย น้ำตาคลอไปด้วย แต่พลอยอุทานออกมาว่า
“นี่พวกเขายังติดต่อกันอยู่เหรอเนี่ย“
“พลอยก็รู้จักคนที่ รุ้ง ด้วยเหรอ?”
พลอยพยักหน้า สักครู่เพชรมาจอดรถข้างๆเธอทั้งสองคน พลอยบอกให้นางเอกขึ้นรถไปก่อน เปิดประตูให้เธอนั่งเบาะหลัง ส่วนพลอยขึ้นรถนั่งที่ข้างคนขับ พลอยเริ่มตั้งคำถามกับเพชร
“พี่เพชรยังติดต่อกับพี่รุ้งอยู่เหรอ? แล้วไหนบอกว่าโทรศัพท์ของพี่พังไปแล้ว”
“พี่ไม่เคยติดต่อกับรุ้งนะ พี่แค่เปิดโทรศัพท์ออกมาดูรูปตั้งแต่เมื่อคืนแล้วพี่น่าจะลืมปิดเครื่อง จนคุณลินมาเห็นและประจวบเหมาะรุ้งโทรมาพอดี อีกอย่างเรื่องระหว่างพี่กับรุ้งมันจบไปนานแล้ว ที่พี่เปิดดูรูปเพราะมีเหตุผลบางอย่าง”
“งั้นฉันขอถามหน่อย ที่นายบอกว่าการย้ายบ้านต้นเหตุมาจากการกระทำของนายมันคืออะไร?”
เพชรนึ่งไปครู่หนึ่ง”ผมกับรุ้งเป็นแฟนกันมานาน จนคิดว่าถ้าไปเรียนต่อมหาวิทยาลัย เราจะไปเรียนที่เดียวกัน รุ้งชวนผมไปลองสอบชิงทุนไปออสเตรเลีย เราสองคนก็สอบติดทั้งคู่
แต่อยุ่ๆมาวันหนึ่งพ่อกับแม่ของรุ้งมาหาผมที่บ้าน บอกให้ผมถอนตัวจากการไปออสเตรเลียกับรุ้ง แต่ผมไม่ยอมเพราะผมตั้งใจไว้แล้ว พ่อของรุ้งโกรธผมมาก หลังจากวันนั้นพ่อของผมถูกยกเลิกการจ้างงานทั้งหมด ทำให้พ่อของผมค้างจ่ายค่าแรงคนงาน แถมค้างค่าวัสดุก่อสร้างที่ไปเอาจากร้านมาก่อนอีก ถึงพ่อจะขายค่าอุปกรณ์ก่อสร้างทั้งหมดก็ยังไม่พออยู่ดี
จนร้านวัสดุก่อสร้างขู่ว่าจะฟ้องพ่อของผม พ่อของรุ้งมายื่นเงื่อนไขให้ผมว่าจะล้างหนี้ให้ทั้งหมด พร้อมกับเงินอีกหนึ่งก้อน เพียงแค่ให้ผมไปจากชีวิตของรุ้งซะ ผมจึงเลือกที่จะไปจากรุ้งแทน”
“หนูไม่เคยรู้เลยว่าพี่เพชรต้องมาเจอเรื่องแบบนี้”พลอยร้องไห้ และเอื้อมมือไปจับแขนพี่ชายของเธอ คล้ายจะปลอบใจ
ส่วนนางเอกตอนนี้ความโกรธได้หายไปหมดแล้ว กลับกลายเป็นความสงสารเพชรมากๆกับการเสียสละมองเขาจากเบาะหลังโดยไม่ยอมละสายตาเลย เธอเองก็อยากจะเอื้อมมือไปปลอบประโลมเขาเหมือนกัน แต่เธอทำไม่ได้
เพชรขับรถพามาร้านกาแฟขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นร้านที่จำหน่ายสินค้าเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์จากกาแฟทั้งหมดจากโรงงานกาแฟ ทั้งหมดพากันมานั่งภายในร้านและสั่งเครื่องดื่มมา ระหว่างนั้นพลอยขอไปห้องน้ำปล่อยให้นางเอกกับพระเอกอยู่กันตามลำพัง
“ที่นี่จะเป็นในส่วนที่จำหน่ายสินค้าเกี่ยวกับกาแฟทั้งหมด คุณลินลองชิมกาแฟของเราดูสิครับ ว่าแตกต่างจากที่อื่นไหม?”
“นาย...ฉัน เอ่อ ฉันขอ...”
“ไม่ต้องพูดหรอกครับ ไม่มีอะไรอีกแล้วมันคือเรื่องในอดีตทั้งนั้น” เพชรยิ้ม
เพชรพานางเอกและพลอยเดินไปยังมุมหนึ่งของร้าน ซึ่งมีเครื่องชงกาแฟและถุงเมล็ดกาแฟวางเรียงราย เขาหยิบเมล็ดกาแฟขึ้นมาในมือแล้วพูดด้วยน้ำเสียงนิ่งแต่แฝงความตั้งใจ
“คุณลินรู้ไหมครับ…กาแฟหนึ่งแก้วที่เราดื่ม มันไม่ได้เกิดขึ้นง่าย ๆ เลย กว่าจะได้เมล็ดกาแฟที่สมบูรณ์แบบ เราต้องเริ่มตั้งแต่การปลูก ดูแลต้นกาแฟให้แข็งแรง เพราะต้นกาแฟอ่อนไหวมาก ทั้งดิน น้ำ และอากาศ ล้วนมีผลต่อรสชาติ”
นางเอกมองเมล็ดกาแฟในมือเขาอย่างตั้งใจ เพชรจึงอธิบายต่อ
“หลังจากเก็บเกี่ยว เราต้องเลือกเฉพาะผลที่สุกพอดี ไม่งั้นรสชาติจะเสียไป จากนั้นก็เข้าสู่ขั้นตอนการแปรรูป บางครั้งใช้วิธีล้าง บางครั้งใช้วิธีตากแห้ง แต่ละวิธีก็ให้รสชาติที่ต่างกัน”
พลอยเสริมด้วยรอยยิ้ม
“เหมือนกับการทำอาหารเลยค่ะพี่ลิน แค่เปลี่ยนวิธีปรุง รสชาติก็เปลี่ยนไปแล้ว”
เพชรพยักหน้า
“ใช่ครับ แล้วพอได้เมล็ดแห้ง เราก็ต้องคั่วอย่างระมัดระวัง อุณหภูมิและเวลาเป็นหัวใจสำคัญ ถ้าคั่วอ่อน กาแฟจะออกเปรี้ยวสดชื่น แต่ถ้าคั่วเข้ม จะได้รสเข้มข้นและขมเล็กน้อย ทุกขั้นตอนคือศิลปะและวิทยาศาสตร์ที่ต้องสมดุลกัน”
นางเอกเริ่มคลายสีหน้าตึงเครียดลง เธอถามเบา ๆ
“แล้วกาแฟที่นี่…มีรสชาติแบบไหน?”
เพชรยิ้มเล็กน้อย
“เราพยายามทำให้กาแฟของที่นี่มีรสชาติที่สะท้อนถึงไร่บนภูเขา รสชาติจะนุ่ม ละมุน มีความหวานธรรมชาติจากผลกาแฟเอง และกลิ่นหอมที่ไม่เหมือนใคร เพราะดินและอากาศที่นี่มีเอกลักษณ์”
นางเอกฟังแล้วเหมือนใจเริ่มอ่อนลง เธอหยิบแก้วกาแฟที่พนักงานยกมาเสิร์ฟ ลองจิบเบา ๆ แล้วหลับตา รสชาติที่ซึมซับเข้ามาทำให้เธอรู้สึกอบอุ่นขึ้นอย่างประหลาด
“มัน…ไม่เหมือนกาแฟที่ฉันเคยดื่มเลย” เธอพูดเบา ๆ น้ำเสียงเต็มไปด้วยความประหลาดใจ
เพชรมองเธอด้วยสายตาที่อ่อนโยน
“เพราะนี่ไม่ใช่แค่กาแฟครับ แต่เป็นความตั้งใจของทุกคนที่อยู่เบื้องหลัง คุณลิน…ถ้าอยากเข้าใจจริง ๆ คุณต้องลองลงมือทำเองสักครั้ง”
เพชรพานางเอกไปยังมุมหนึ่งของร้านที่จัดไว้สำหรับสาธิตการชงกาแฟ เขาหยิบเมล็ดกาแฟที่คั่วใหม่ ๆ ใส่ลงในเครื่องบด เสียงเครื่องบดดังเบา ๆ กลิ่นหอมฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณ
“ขั้นแรกคือการบดครับ” เพชรอธิบายด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ถ้าบดหยาบ กาแฟจะออกมาใส รสชาติไม่เข้มมาก แต่ถ้าบดละเอียดเกินไป น้ำจะไหลช้า ทำให้รสชาติขมจัด ทุกอย่างต้องพอดี”
นางเอกยืนมองอย่างสนใจ พลอยยิ้มแล้วพูดขึ้น
“พี่ลินลองจับดูสิคะ เมล็ดที่บดแล้วจะนุ่มมือเหมือนทรายละเอียดเลย”
เพชรหยิบผงกาแฟที่บดเสร็จใส่ลงในเครื่องชงแบบดริป เขาเทน้ำร้อนลงไปช้า ๆ
“นี่เรียกว่า ‘Blooming’ ครับ เป็นการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกจากผงกาแฟ ถ้าเมล็ดสดใหม่จริง ๆ จะเห็นฟองเล็ก ๆ ลอยขึ้นมา”
นางเอกก้มมองใกล้ ๆ เห็นฟองเล็ก ๆ ลอยขึ้นจริง เธอเผลอยิ้มออกมาเล็กน้อย
“มันเหมือนกาแฟกำลังหายใจเลย…”
เพชรหัวเราะเบา ๆ
“ใช่ครับ กาแฟก็มีชีวิตของมันเหมือนกัน หลังจากนั้นเราจะค่อย ๆ เทน้ำร้อนเป็นวงกลม เพื่อให้รสชาติออกมาอย่างสมดุล”
เขายื่นแก้วกาแฟที่ชงเสร็จให้นางเอก
“ลองชิมดูครับ คุณลิน”
นางเอกยกแก้วขึ้นจิบเบา ๆ รสชาติละมุน หวานนิด ๆ และมีกลิ่นหอมที่เธอไม่เคยสัมผัสมาก่อน เธอหลับตาแล้วพูดเบา ๆ
“มัน…อบอุ่นมาก เหมือนกำลังถูกปลอบใจ”
เพชรมองเธอด้วยสายตาที่อ่อนโยน
“เพราะกาแฟที่ดี…ไม่ใช่แค่รสชาติ แต่คือความตั้งใจของคนที่ทำให้มันเกิดขึ้น”
พลอยยิ้มกว้างเมื่อเห็นนางเอกเริ่มเปิดใจ
“พี่ลิน ถ้าอยากลองจริง ๆ พวกเราลองคั่วเมล็ดกาแฟไหมคะ จะได้รู้ว่ากว่าจะได้แก้วหนึ่งมันยากแค่ไหน”
นางเอกหันไปมองเพชร เขายิ้มเล็กน้อยเหมือนรอคำตอบ เธอพยักหน้าเบา ๆ ราวกับยอมรับคำเชิญนั้น เพชรพานางเอกและพลอยไปยังโรงคั่วกาแฟเล็ก ๆ ที่อยู่ด้านหลังร้าน เขาเตรียมถังเมล็ดกาแฟสดใหม่และเครื่องคั่วขนาดกลางไว้ให้ลองทำจริง
เพชรพูดด้วยน้ำเสียงนิ่งแต่แฝงความตั้งใจ
“การคั่วคือหัวใจสำคัญที่สุดของกาแฟครับ คุณลิน…ถ้าอยากเข้าใจจริง ๆ ต้องลองด้วยตัวเอง”
เขาตักเมล็ดกาแฟสีเขียวใส่ลงไปในเครื่องคั่ว เสียงเครื่องเริ่มดังเบา ๆ กลิ่นหอมค่อย ๆ ลอยออกมา นางเอกยืนมองด้วยความสนใจ เพชรจึงอธิบายต่อ
“ตอนแรกเมล็ดจะเปลี่ยนจากสีเขียวเป็นเหลือง แล้วจะเริ่มส่งกลิ่นหอมคล้ายข้าวโพดคั่ว จากนั้นจะเข้าสู่ช่วงที่เรียกว่า ‘First Crack’ เสียงแตกเบา ๆ จะดังขึ้น นั่นคือสัญญาณว่าเมล็ดเริ่มสุก”
พลอยยิ้มแล้วหันไปบอกนางเอก
“พี่ลินลองฟังสิคะ เสียงแตกเหมือนเมล็ดกำลังบอกว่า ‘ฉันพร้อมแล้ว’ เลย”
นางเอกก้มลงฟังใกล้ ๆ และเมื่อเสียงแตกดังขึ้นจริง เธอเผลอยิ้มออกมาอย่างตื่นเต้น
“มัน…เหมือนมีชีวิตจริง ๆ”
เพชรพยักหน้า
“ใช่ครับ ถ้าเราหยุดคั่วตรงนี้ จะได้กาแฟคั่วอ่อน รสชาติจะเปรี้ยวสดชื่น แต่ถ้าคั่วต่อไปจนถึง ‘Second Crack’ จะได้รสเข้มและขมเล็กน้อย ทุกอย่างขึ้นอยู่กับการควบคุมเวลาและอุณหภูมิ”
เขายื่นที่จับเครื่องคั่วให้นางเอก
“ลองหมุนดูครับ คุณลิน…ให้มือคุณเป็นคนควบคุม”
นางเอกลังเลเล็กน้อย แต่สุดท้ายก็ยื่นมือไปจับและหมุนเครื่องคั่ว เสียงแตกดังขึ้นอีกครั้ง กลิ่นหอมเข้มข้นฟุ้งไปทั่ว เธอหันไปมองเพชรด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้นและความภูมิใจ
“ฉัน…ทำได้จริง ๆ” เธอพูดเบา ๆ น้ำเสียงสั่นเล็กน้อยแต่เต็มไปด้วยความสุข
เพชรมองเธอด้วยสายตาอ่อนโยน
“นี่แหละครับ ความหมายของกาแฟ ทุกแก้วคือความตั้งใจและความพยายาม ไม่ใช่แค่รสชาติ แต่คือเรื่องราวของคนที่ลงมือทำ”
บรรยากาศในโรงคั่วกาแฟขนาดใหญ่เต็มไปด้วยเสียงเครื่องจักร เสียงคนงานที่กำลังทำงานอย่างขยันขันแข็ง และกลิ่นหอมของเมล็ดกาแฟที่ค่อย ๆ แผ่กระจายไปทั่ว เพชรพานางเอกกับพลอยเดินเข้าไปท่ามกลางบรรยากาศจริงจังของการทำงาน
เพชรอธิบายพลางชี้ไปที่เครื่องคั่วขนาดใหญ่ที่คนงานกำลังควบคุม
“คุณลิน…การคั่วในโรงคั่วใหญ่แบบนี้ต่างจากเครื่องเล็กที่เราใช้สาธิตเมื่อกี้มาก เพราะที่นี่ต้องคั่วทีละหลายร้อยกิโลกรัม ทุกขั้นตอนต้องแม่นยำมาก ไม่งั้นรสชาติจะเสียไปทั้งล็อต”
นางเอกมองคนงานที่กำลังจับตาเครื่องคั่วอย่างตั้งใจ เห็นพวกเขาจดบันทึกเวลาและอุณหภูมิทุกนาที เธอพูดเบา ๆ
“ทุกคนดูจริงจังมาก…เหมือนกำลังทำงานศิลปะมากกว่างานโรงงาน”
เพชรยิ้มเล็กน้อย
“ใช่ครับ เพราะกาแฟไม่ใช่แค่สินค้า แต่คือชีวิตของพวกเขา คนงานที่นี่บางคนทำงานกับกาแฟมาตั้งแต่รุ่นพ่อรุ่นแม่ ทุกคนรู้ว่าถ้าเราทำพลาด ลูกค้าจะรับรู้ทันที”
พลอยเสริมด้วยน้ำเสียงสดใส
“พี่ลินลองดูสิคะ ตอนเมล็ดแตก ‘First Crack’ เสียงดังเหมือนฝนตกเบา ๆ เลย คนงานทุกคนต้องฟังให้ชัด เพราะมันคือสัญญาณสำคัญ”
ทันใดนั้นเสียงแตกดังขึ้นทั่วโรงคั่ว คนงานบางคนหันมายิ้มให้พลอยและนางเอกเหมือนจะบอกว่า “ได้ยินแล้วใช่ไหม” นางเอกหัวเราะเบา ๆ รู้สึกเหมือนตัวเองได้เป็นส่วนหนึ่งของบรรยากาศ
เพชรหันไปบอกนางเอกด้วยน้ำเสียงจริงจังแต่แฝงความอ่อนโยน
“คุณลิน…ถ้าอยากเข้าใจจริง ๆ คุณต้องลองทำเอง ไม่ใช่แค่ดูจากภายนอก”
เขายื่นที่จับเครื่องคั่วให้เธอ คนงานที่อยู่ใกล้ ๆ ก็พยักหน้าเหมือนให้กำลังใจ นางเอกลังเลเล็กน้อย แต่สุดท้ายก็ยื่นมือไปจับและหมุนเครื่องคั่ว เสียงแตกดังขึ้นอีกครั้ง กลิ่นหอมเข้มข้นฟุ้งไปทั่วโรงคั่ว คนงานหลายคนหันมามองด้วยสายตาชื่นชม
นางเอกหันไปมองเพชรด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้นและภูมิใจ เพชรพยักหน้า
“นี่แหละครับ ความหมายของกาแฟ ทุกแก้วคือความตั้งใจของทุกคนที่อยู่เบื้องหลัง ไม่ใช่แค่รสชาติ แต่คือเรื่องราวของชีวิตจริง”
พลอยยิ้มกว้าง
“พี่ลิน ต่อไปต้องลองชงเองด้วยนะคะ จะได้รู้ว่ากาแฟที่พี่ทำมีรสชาติยังไง”
นางเอกหันไปมองทั้งสองคน แล้วพยักหน้าเบา ๆ ราวกับยอมรับความท้าทายครั้งใหม่ ท่ามกลางสายตาของคนงานที่มองเธอด้วยความเคารพและยอมรับมากขึ้น
เพชรพานางเอกไปยังมุมหนึ่งที่จัดไว้สำหรับการสาธิตการชงกาแฟ คนงานหลายคนหยุดพักจากงานและเข้ามามุงดูด้วยความสนใจ บรรยากาศเต็มไปด้วยความคาดหวัง
เพชรยื่นผงกาแฟที่เพิ่งคั่วเสร็จให้กับนางเอก
“คุณลิน…นี่คือเมล็ดที่คุณช่วยคั่วเมื่อครู่ ลองชงแก้วแรกด้วยตัวเองดูครับ”
นางเอกสูดหายใจลึก ก่อนจะค่อย ๆ ตักผงกาแฟใส่ลงในเครื่องดริป เธอเทน้ำร้อนลงไปอย่างระมัดระวัง เสียงน้ำไหลผ่านผงกาแฟดังเบา ๆ กลิ่นหอมค่อย ๆ ลอยออกมา คนงานที่ยืนดูต่างพยักหน้าด้วยรอยยิ้ม
พลอยกระซิบเบา ๆ
“พี่ลินทำได้ดีมากเลยค่ะ…เหมือนมืออาชีพเลย”
เมื่อกาแฟหยดลงเต็มแก้ว นางเอกยกมันขึ้นมาอย่างระมัดระวัง เธอหันไปมองเพชรและคนงานที่ยืนรอ ก่อนจะยื่นแก้วให้เพชรชิมเป็นคนแรก
เพชรรับแก้วขึ้นมาจิบเบา ๆ เขาหลับตาแล้วพูดด้วยน้ำเสียงจริงใจ
“รสชาติ…นุ่มละมุน หวานธรรมชาติ ไม่เลวเลยครับ คุณลิน”
เสียงปรบมือเบา ๆ ดังขึ้นจากคนงานที่ยืนดู บางคนพูดขึ้นด้วยรอยยิ้ม
“คุณหนู…ไม่ธรรมดาเลยนะครับ”
นางเอกยิ้มทั้งน้ำตา รู้สึกถึงการยอมรับที่เธอไม่เคยได้รับมาก่อน เธอยื่นแก้วอีกใบให้พลอย พลอยจิบแล้วหัวเราะออกมา
“อร่อยจริง ๆ ค่ะพี่ลิน ไม่คิดเลยว่าพี่จะทำได้ตั้งแต่ครั้งแรก”
บรรยากาศในโรงคั่วเต็มไปด้วยความอบอุ่นและเสียงหัวเราะ เพชรมองนางเอกด้วยสายตาที่อ่อนโยนและพูดเบา ๆ
“นี่คือกาแฟแก้วแรกที่คุณทำเอง…และมันไม่ใช่แค่กาแฟ แต่มันคือสัญญาณว่าคุณเริ่มเข้าใจโลกของพวกเราแล้ว”
นางเอกกำหมัดแน่นเล็กน้อย ราวกับให้คำมั่นในใจว่าเธอจะไม่ถอยหนีอีกต่อไป
ตอนเย็นนั้น บรรยากาศในบ้านใหญ่ดูอบอุ่นเป็นพิเศษ พ่อเลี้ยงหันไปหานางเอกด้วยน้ำเสียงสุภาพและจริงใจ
“ลิน…วันนี้อยากให้ครอบครัวของเพชรมานั่งทานอาหารด้วยกัน จะได้รู้จักกันมากขึ้น หนูว่าได้ไหมลูก?”
นางเอกนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้าเบา ๆ แม้ในใจยังมีความลังเล แต่ก็ไม่อยากขัดน้ำใจพ่อเลี้ยง โต๊ะอาหารถูกจัดไว้อย่างเรียบร้อย ครอบครัวของเพชรถูกเชิญให้นั่งอีกฝั่งหนึ่งของโต๊ะ ห่างออกไปเล็กน้อยเพื่อให้ทุกคนรู้สึกสบายใจ
บรรยากาศเต็มไปด้วยความเกรงใจและความเงียบในช่วงแรก แม่ของเพชรนั่งมองนางเอกอยู่เงียบ ๆ สายตาเต็มไปด้วยความระมัดระวัง เธอไม่พูดอะไร
แม่เลี้ยงยิ้มพลางพูดขึ้นเพื่อทำลายความเงียบ
“อาหารวันนี้น่าอร่อยทั้งนั้นเลย ฝีมือแม่บัวนี่น่าจะเปิดร้านอาหารมากกว่านะ”
พ่อของเพชรตอบด้วยน้ำเสียงติดตลก
“ถ้าแม่บัวไปเปิดร้านอาหาร พ่อเลี้ยงคงต้องทนชิมฝีมือแม่เลี้ยงไม่ไหวแน่เลยครับ”
เสียงหัวเราะเริ่มดังขึ้นรอบโต๊ะ ความเกรงใจค่อย ๆ คลายลง แต่สายตาของแม่เพชรยังคงจับจ้องไปที่นางเอกเป็นระยะ
นางเอกเองก็รู้สึกถึงแรงกดดันนั้น เธอจึงพยายามนั่งนิ่งและสุภาพที่สุด ไม่อยากให้แม่ของเพชรเข้าใจผิด ในที่สุดแม่ของเพชรก็เปิดบทสนทนาด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ แต่แฝงความเข้มแข็ง
“คุณหนูลิน…อยู่ในเมืองกรุงมาตลอดใช่ไหมคะ การมาอยู่บ้านนอกแบบนี้ คงไม่ง่ายนักสินะ”
นางเอกชะงักไปเล็กน้อย เธอรู้สึกถึงแรงกดดันในคำถาม แต่ก็พยายามตอบด้วยความสุภาพ
“ค่ะ…มันต่างจากที่ฉันเคยชินมาก แต่ฉันก็อยากลองเรียนรู้ อยากเข้าใจชีวิตที่นี่ให้มากขึ้น”
แม่ของเพชรยังคงมองเธอด้วยสายตาจับจ้อง ก่อนจะพูดต่อ
“ชีวิตที่นี่ไม่เหมือนในเมือง ทุกอย่างต้องลงมือทำเอง ไม่มีใครคอยอำนวยความสะดวกให้ ถ้าไม่อดทน…ก็อยู่ไม่ได้ค่ะ”
บรรยากาศรอบโต๊ะเงียบลงทันที ทุกคนหยุดช้อนฟังอย่างตั้งใจ นางเอกกำหมัดแน่นเล็กน้อย แต่เธอก็เงยหน้าขึ้นตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
“ฉันเข้าใจค่ะ…และฉันก็อยากพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่าฉันไม่ใช่คนที่หนีปัญหาอีกต่อไป”
แม่เพชรนิ่งไปครู่หนึ่ง สายตาที่เคยแข็งกร้าวเริ่มอ่อนลงเล็กน้อย เธอพยักหน้าเบา ๆ ราวกับยอมรับคำตอบนั้น แม้ยังไม่เปิดใจเต็มที่ แต่ก็ไม่ปฏิเสธอีก
เพชรที่นั่งข้าง ๆ เหลือบตามองนางเอกด้วยความภูมิใจเล็กน้อย เขาไม่พูดอะไร แต่รอยยิ้มบาง ๆ บนใบหน้าก็เป็นสัญญาณว่าเขารับรู้ถึงความกล้าของเธอ
เมื่อการทานอาหารด้วยกันผ่านไปด้วยดี พ่อและแม่ของเพชรกลับบ้านไป เพชรและพลอยกำลังล้างจานและทำความสะอาดอยุ่ในห้องครัว พลอยดูลาดเลาแน่ใจว่าไม่มีใครแล้ว เริ่มคุยกับเพชรว่า
“พี่เพชร แม่สั่งให้พลอยคอยจับตาดูพี่กับพี่ลิน ให้คอยห้ามอยุ่กันตามลำพังเด็ดขาด”
“บ้าไปแล้ว พี่กับคุณลินนี่นะ มันเป็นไปไม่ได้หรอก แม่คิดอะไรของเขาเนี่ย? เธอยังมีแฟนอยู่นะ แค่ทะเลาะกันเท่านั้น สักวันเธอต้องกลับไปคืนดีกัน ระหว่างคุณลินกับพี่ เป็นได้แค่เจ้านายกับลูกน้องแค่นั้น”
“แม่คงกลัวน่ะพี่ จากที่พี่เล่าให้พลอยฟังตอนนี้เข้าใจแม่เลยล่ะ เฮ้อ แม่คงเสียใจมากๆที่ต้องจากบ้านหลังเก่ามาที่นี่”
สองพี่น้องยังคุยกันต่อ โดยไม่รู้ว่านางเอกได้ยืนแอบฟังอยู่ เธอทำหน้าครุ่นคิดอย่างหนักก่อนจะเดินกลับขึ้นห้องนอนไป .....
แนวคิด
นิยาย
ซีรีส์
บันทึก
1
1
ดูเพิ่มเติมในซีรีส์
รักวุ่นวายของไฮโซตัวร้ายกับนายบ้านนา EP.1
1
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย