เมื่อวาน เวลา 07:46 • ปรัชญา
พอดี เราก็เคยได้ฟัง เรื่องราวของผู้ที่ สะสมบุญกุศลบารมี มามากมายก่ายกอง ที่ว่า บุญกุศลบารมี สะสมมากับ บันทึก ไว้อยู่กับพะระแม่พระธรณี แม่พระคงคา แม่พระเพลิง แม่พระพาย กเกิดมาได้กายเป็นมนุษย์ ก็อาศัยธาตุทั้งสองของคุณบิดามารดา สร้างบุญกุศล บันทึกเก็บสะสมไปที่ธาตุทั้งสองของคุณบิดามารดา มีการกระจายบุญกุศลไปสู่ ธาตุุทั้งสองของคุณบิดามารดา ธาตุุทั้งสี่ ของผู้ที่ที่มาช่วยมาร่วม ในการทำมาหากิน .ได้ปัจจัย ที่เกิดขึ้นเนื่องด้วยอารมณ์โลภโกรธหลง เอารัดเอาเปรียบ แก่งแย่ง เกิดมีกรรม..
.วัตถุปัจจุบันนั้นก็มีกรรมแฝงอยู่ เสมือนว่า ปัจจัยวัตถุที่หามาเป็นกรรม หามายึด มาเก็บสะสม ว่าร่ำรวย .เหมือนสุขสบาย เหมือนเราเป็น เถ้าแก่ ไม่ต้องออกแรง ไปตากแดดตากฝนอะไร นั่งเซ็น.อย่างนั้นอย่าง จ่ายนั้นจ่ายนี่ ให้กับผู้ที่อาศัยแรงกาย มาแลกเงินทองปัจจัย .. เถ้าแก่ก็นั่งนับเงินทอง ที่อาศัยแรงกายของผู้อื่น มาแลกเปลี่ยนเป็นค่าตอบแทน ไปหล่อสังขารกรรม ครอบครัว พ่อแม่ . สิ่งต่างๆเหล่านี้ ไม่ได้สูญหายไปไหน มันเกิดเป็นเนื้อนากรรม ติดอยู่กับธาตุุทั้งสี่ .
.เรื่องทำนองนี้ เรื่องการชดเชยเวรกรรม กงกรรมกงเกวียนกำเกวียน ชาตินี่ร่ำรวยเงินทองยศฐานบรรดาศักดิ์ ชาติหน้ากลับกายเป็นยาจกอยากจนข้นแค้น มันสลับสับเปลี่ยนไป เมื่อมีการเปลี่ยนขันธ์หา เปลี่ยนรูปที่อาศัย
คราวนี้ เมือเรารู้จักวัตถุปัจจัย ที่หามาหามายึดมีเงินมีทอง..ก็ทำตัว เหมือนคนขี้เกียจ จะยกอย่างกินเอง ทำกินเอง ล้างจาน เก็บโต๊ะ ทำความสะอาดเองไม่ได้ ก็ต้องไปอาศัยคนที่มอาศัยธาตุพ่อแม่ แม่ทั้งสี่ ที่มีบุญสัสมมาน้อย ก็มาทำงานแลกเปลี่ยน.หวังเงินทอง บางที่เค้าไม่ถูกใจ ก็ว่าเค้าเสียๆหายๆ .นั่น วาจากรรม ออกจากปากใคร ที่แม่ทั้งสี่ของผู้นั้นบันทึกเป็นสักขีพยาน ว่าใช้กายบิดามารดาเป็นมนุษย์ .กระทำสมที่มีกายเป็นมนุษย์มั้ย มีกายเป็นบุญมั้ย เมื่อกายไม่มีบุญหนุนนำ กายนั้นก็มีแต่อารมณ์กรรม นำพาจิต สร้างเวรกรรม
คราวนี้้ เมื่อเรารู้ว่า สิ่งที่หามา มันเกินเลยความจำเป็น ประทังสังขารกรรม เราก็สละปัจจัยนั้น มา แปรสภาพให้เป็นบุค เราทำบุญกับผู้ที่ครองเคร่ืีองหมายธรรม ครองผ้ากาสาวพัสตร์ .เราทำบุญผ่าน เครื่องหมายธรรม มองไปถึงองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่ท่านพ้นทุกข์ไปแล้ว จิตท่านไม่มีทุกข์ สะอาดสะอ้านบริสุทธิ์ เราก็นำปัจจัยที่เป็นกรรม ที่เรายึดถือ มาสละแบ่งปัน อาศัยธาตุทั้งสองของคุณบิดามารดา มานอบน้อมถวาย ต่อท่าน .เพื่อทำนุบำรุงศาสนาจอ
งท่าน ที่ชี้ช่องทางการหลุดพ้น การพ้นทุกข์
เรานำปัจจัยนั้นมา สละออกบำรุงศาสนา ให้ธาตุทั้งสี่ อนุโมทนา . เมื่อธาตทั้งสี่อนุโมทนา มีบุญกุศลเกิดขึ้น เราก็นำธาตุนะโมมากระจายบุญกุศล บุญกุศลที่เกิดขึ้น ก็เป็นแสงสีเหลืองรัตนะ แผ่กระจายไป จิตของเทพยดาอินทร์พรหม มีหูทิพย์ตาทิพย์ ก็อนุโมทนา
..เอ้า..มีจิตมนุษย์ ที่สามารถ สร้างบุญกุศลแต่ละครั้ง ก็มีแสงสีของบุญกุศล แสงสีของรัตนะเกิดขึ้น หูทิพย์ตาทิพย์มองเห็น ก็มาร่วมอนุโมทนา .แล้วก็ยังมาเรียนรู้ว่า มนุษย์ผู้นั่งทำอย่างไร จึงเกิดแสงรัตนะ หูทิพย์ตาทิพย์ก็รู้ข่างว่ามีการสร้างบุญกุศล ก็มารอคอย .ร่วมอนุโมทนา เพื่อที่จะเรียนรู้ .เพราะหูทิพย์ตาทิพย์ เทพยดาอินทร์พรหมก็ต้องลงมาเกิดเมื่อหมดบุญหนุนนำ .กายบุญ
พอจิตนั้นสะสมบุญกุศลมากขึ้น เกิดมาชาติสุดท้าย ก็เข้าป่า ไปกับพ่อแม่ เข้าป่ากันสามคนพ่อแม่ลูก ไปนั่งกลางป่า อดอยากไม่มีอาหารการกิน ก็ขันติอดทนเอา . นั่งนิ่งเฉย มันหิวกระหาย ก็นั่งดูบมหายใจ ภาวนาไป นั่งนิ่งๆ เฉย ไม่ขยับเขยื้อนไปไหน .นั่งนิ่งเฉย ลืมตาขึ้นมาอีกที ผ่านไปสามวันแล้ว นั่นก็คือ เรื่องราวของกายบุญที่หล่อเลี้ยงจิต .กายเป็นบุญมีบุญหนุนนำ .มันก็อิ่มเอิบไม่หวิ ไม่มีอารมณ์หิวกระหาย
ท่านไปนั่งตามถ้ำ ที่นั่นที่นี่ .อยู่นานสถานที่ก็กลัว อารมณ์ตำพาให้ยึดถือ ต้องมาเกิดอีก ท่านก็ทำไป เอากายนี้มันมีกรรม มันเกิดตายได้ ท่านก็ทำกายบุญนั้น ให้เป็นแก้ว พอกายเป็นแก้ว ก็ไม่ต้องหาอะไร หาธาตุที่มีกรรม มาเสริมปรุงแต่งกายอีก .เมื่อกายเป็นแก้ว .ก็ปฏิบัติ .ไม่มีภาระอะไร ก็นั่งอยู่เฉย ขัดสี กายนั้นให้บรรลุ เป็นแก้วเจียระไน ก่อนเข้าพระนิพพาน ไม่ต้องมาเวียนเทียนเกิดตายๆ อีกแล้ว
เรื่องราวที่พระท่าน บอกเราว่า ให้สร้างกัลยาณมิตรไว้ คือ พูดบอกไปให้สร้างบุญกุศลบารมีใครไม่ทำก็เรื่องของเค้า แต่เราพูดให้ ธาตุทั้งสี่ของเราฟัง ให้บันทึก.เรื่องราวสร้างบุญ จะได้เตือนสติของเรา หากเร่ไปเจอะเจอ เพื่อนญาติ ขวนไปทำ เรื่องราวของ .ที่ว่าเวรกรรม ธาตุทั้งสี่ที่บันทึก เรื่องราวการสร้างบุญก จะได้ช่วยเตือนสติ ให้ถอยห่าง จากเรื่องราวการสร้างกรรม เหมือนเพื่อนมาชวน ว่า เฮ้ย .ข้าโดนตีหัวมา . ไปช่วยตีหัวเอาคืนหนีอยซิ .หากเรารู้จักกรรม เราก็ถอยห่างจากเพื่อนคนนั้นมา แหม. ชวนสร้างแต่กรรมนั่นแหละ .
แล้วการที่เราบอก เราพูดบอกให้สร้างบุญกุศลบารมี หากใครเข้ามีนิสัยสะสมมา เค้าได้ยินเสียงที่เราพูด เรื่องราวสร้างบุญกุศลบารมี แล้วเค้าไปพิจารณา ไตร่ตรอง ทบทวนขึ้น มีเหตุผล ..เค้่าใช้ธาตุทั้งสองของพ่อแม่ ไปสร้างบุญกุศล ..นั่นเราก็ได้สิ่งที่เรียกว่า กัลยาณมิตร เหมือนเรื่องราว ของพระอัสสชิ กับ พระสารีบุตร พูดกันไม่กี่คำ พระสารีบุตร ก็สามาารถ ไปต่อของเรื่องราวบุญกุศลบารมี จนบรรลุธรรม สำเร็จเป็นพระอรหันต์ .นี่ก็มาจากเรื่องราว กัลยาณมิตร .
คำว่า เวียนว่ายตายเกิด นั้น มันเป็นเรื่องราวที่ ไปอาศัยในสถานที่ ต่างๆ ในสิ่งที่เรียกว่า ดินฟ้าอากาศ .ดินฟ้าอากาศก็มีธาตุทั้งสี่ ตัวเราก็มีธาตุทั้งสี่ .จิตจะไปสถานที่ใด..ดินฟ้าอากาศก็นำพาไป ในสิ่งที่ เรียกว่า มีกายเป็นมนุษย์ เอาไปสร้างอะไร ติดตามไปกับจิตของตน. ที่อาศัยกายนี้ สร้างมันขึ้นเอง.
มาต่ออีกหน่อย ..เทวดา หรือ ผู้ที่เป็นนามธรรม หูทิพย์ตาทิพย์ เค้าเห็นมนุษย์อย่างไร เค้าเห็นที่จิต ดวงไหน สว่างไสว มีแสงของบุญกุศล เค้าเห็นที่จิต .ที่อาศัยกายมนุษย์ มีแสงสีอย่างไร สีดำ่ มันแสบร้อน เค้าก็ไม่มายุ่งอนุโมทนาด้วย จิตดวงไหนมีแสงสีของบุญ เค้าก็มาอนุโมทนา .
โฆษณา