Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
ณัฐมาคุย
ยืนยันแล้ว
•
ติดตาม
เมื่อวาน เวลา 08:42 • วิทยาศาสตร์ & เทคโนโลยี
Attention is all you need!
ในประวัติศาสตร์เทคโนโลยี ผมคิดว่ามีไม่กี่ครั้งที่บริษัทหนึ่งจะค้นพบ "ไฟ" ที่เปลี่ยนอารยธรรมมนุษย์ แต่กลับเลือกที่จะเก็บมันไว้ในตะเกียงจนไฟเกือบมอดดับ... และแย่กว่านั้น คือปล่อยให้คนอื่นแย่งคบเพลิงนั้นไปจุดไฟเผาบ้านตัวเอง
เรื่องราวนี้เริ่มต้นในปี 2017 เมื่อทีมวิจัย Google Brain ตีพิมพ์เปเปอร์ชื่อก้องโลก "Attention Is All You Need"
เปเปอร์นี้แนะนำโลกให้รู้จักกับสถาปัตยกรรม "Transformer" ซึ่งเป็นบิดาของ AI ยุคใหม่ทั้งหมด (ตัว 'T' ใน GPT ก็มาจากคำนี้) แต่สิ่งที่น่าตลกร้ายที่สุดคือ ชื่อเปเปอร์ที่บอกว่า "Attention คือสิ่งเดียวที่คุณต้องการ" กลับกลายเป็นคำทำนายความล้มเหลวของ Google เอง ในแบบที่พวกเขาเกือบจะต้องจ่ายราคาแพงที่สุดในประวัติศาสตร์ Silicon Valley
1. The 2.7 Billion Dollar Lesson: ราคาของความไม่ใส่ใจ
ถ้าคุณถามว่า "ความไม่ใส่ใจ" (Inattention) มีราคาเท่าไหร่? สำหรับ Google คำตอบคือ 2,700 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 9 หมื่นล้านบาท)
นี่คือจำนวนเงินที่ Google ต้องจ่ายในปี 2024 เพื่อดึงตัว Noam Shazeer อดีตลูกหม้อของตัวเองกลับมาร่วมงาน
Noam คือหนึ่งในผู้เขียนเปเปอร์ตำนานฉบับนั้น และเป็นคนที่สร้าง Chatbot สุดล้ำชื่อ Meena ตั้งแต่ปี 2021 (ก่อน ChatGPT เกิด) แต่ผู้บริหาร Google ปฏิเสธที่จะปล่อยมันออกมา เพราะกลัวเรื่อง "Safety" และกลัวจะไปกระทบรายได้จาก Search Engine
Noam ตัดสินใจลาออกด้วยความคับแค้นใจ ไปก่อตั้ง
Character.AI
และประสบความสำเร็จมหาศาล จนสุดท้าย Google ต้องกลืนน้ำลายตัวเอง ยอมจ่ายเงินเกือบ 3 พันล้านเหรียญในดีลที่ซับซ้อน เพื่อซื้อเทคโนโลยีและดึงตัวเขากลับมาเป็นผู้นำทีม Gemini
นี่คือหลักฐานที่ชัดเจนที่สุดว่า... เมื่อคุณไม่ให้ Attention กับ Talent ของคุณ คู่แข่ง (หรือตัวเขาเองในร่างใหม่) จะกลับมาคิดบัญชีคุณพร้อมดอกเบี้ย
2. The Kodak Moment: นวัตกรผู้กลัวนวัตกรรมตัวเอง
สถานการณ์ของ Google ช่วงปี 2018-2022 คือภาพสะท้อนที่สมบูรณ์แบบของ Kodak
* Kodak (1975): มีกล้องดิจิทัล แต่ไม่ขาย เพราะกลัวฆ่าธุรกิจฟิล์ม
* Google (2020): มี LaMDA/Meena แต่ไม่ปล่อย เพราะกลัวฆ่าธุรกิจ Search Ads ที่ทำเงินปีละแสนล้าน
ตอนนั้น Google ติดอยู่ในกับดัก Innovator's Dilemma พวกเขาเลือกที่จะ "Play Safe" เพื่อรักษา Cash Cow กลัวว่า AI มันจะมีผลกระทบกับธุรกิจ search ของตัวเอง แต่ลืมสัจธรรมข้อสำคัญ: "ถ้าคุณไม่ฆ่าธุรกิจเก่าตัวเอง คนอื่นก็จะมาฆ่าคุณอยู่ดี"
ผลลัพธ์คือ "The Great Exodus" สมองไหลครั้งใหญ่ที่ผู้เขียนทั้ง 8 คนในเปเปอร์ลาออกไปสร้างคู่แข่งใหม่ขึ้นมาเต็มไปหมด
* Aidan Gomez ไปสร้าง Cohere (Valuation $5B+)
* Ashish Vaswani ไปสร้าง Essential AI
* และแน่นอน... ความรู้นี้ไหลไปสู่ OpenAI ที่กล้าพอจะปล่อย ChatGPT ออกมาเขย่าโลก
3. Code Red: เมื่อ "Founder Mode" ถูกเปิดใช้งาน
ปลายปี 2022 ผลกระทบจาก ChatGPT มันสั่นไหวจนกระจกที่ Mountain View สั่นสะเทือน ความเพลี้ยงพล้ำครั้งนี้รุนแรงจน Sundar Pichai ต้องประกาศ "Code Red"
วิกฤตนี้ดึง Larry Page และ Sergey Brin ผู้ก่อตั้งที่วางมือไปแล้ว ให้กลับมาที่สำนักงาน เรื่องที่เป็นตำนานคือ Sergey Brin ไม่ได้กลับมาแค่นั่งประชุม แต่เขาขอกลับมา Review Code และแก้ CL (Changelist) ในโมเดล LaMDA ด้วยตัวเอง!
ภาพของมหาเศรษฐีผู้ก่อตั้งที่ลงมาเปื้อนฝุ่นในสนามรบ เป็นสัญญาณของ "Founder Mode" การบริหารแบบถึงลูกถึงคน เพื่อทุบกำแพงราชการ (Bureaucracy) ที่ตัวเองสร้างขึ้นมากับมือ
และกลับมาให้ attention กับเรื่องนี้อย่างจริงจัฝ
4. The Comeback: Gemini 3.1 Pro
เพื่อกู้ศักดิ์ศรี Google ต้องทำสิ่งที่ยากที่สุด คือการยุบรวม Google Brain และ DeepMind เข้าด้วยกัน และเปลี่ยนวัฒนธรรมจาก "Perfect" เป็น "Ship It"
ผลลัพธ์ในวันนี้ (ปี 2026) คือ Gemini 3.1 Pro ที่พิสูจน์แล้วว่าราชสีห์ตื่น และกลับมาแล้ว
ชื่อบทความ "Attention Is All You Need" นั้นถูกต้องเสมอมา เพียงแต่มันมีความหมายซ้อนที่ Google เพิ่งจะเข้าใจ:
* Algorithm: AI ต้องการ Attention Mechanism เพื่อเรียนรู้ภาษา
* People: คนเก่ง ต้องการ Attention และพื้นที่ในการแสดงฝีมือ
* Business: ผู้บริหาร ต้องมี Attention ต่อสัญญาณเตือนภัย ก่อนที่เรือจะล่ม
Google เกือบเสียอาณาจักรเพราะเข้าใจแค่สมการแรก แต่สอบตกสมการที่สอง... ราคาค่าหน่วยกิตวิชานี้คือ 2.7 พันล้านเหรียญ และเกือบเสียบัลลังก์เทคโนโลยีโลกไปแบบไม่รู้ตัว
แต่ในที่สุด พวกเขาก็พิสูจน์แล้วว่า... มาแล้วยังดีกว่ามาช้า มาช้า (และจ่ายแพง) ก็ยังดีกว่าไม่มา 🎶
2 บันทึก
6
2
6
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย