26 ก.พ. เวลา 12:05 • การเมือง

รถถังเลพเพิร์ด 105 คันประชิดดินแดนบอลติก

สวัสดีครับท่านผู้อ่านทุกท่าน สำหรับเนื้อหาใดในบทความนี้ หากคำใดในบทความนี้แปลผิดพลาดไปจากต้นฉบับก็ต้องขออภัยเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากผู้เขียนนำมาจากเว็บไซต์ตะวันตกอย่าง The National Interest บทความนี้ทำให้ท่านผู้อ่านเข้าใจได้ไม่มากก็น้อย แต่ผู้เขียนจะพยายามนำเสนอข้อเท็จจริง ให้เห็นว่าในอีกซีกโลกหนึ่ง ก็มีการเตรียมการรับไว้แล้วหากเกิดสงครามขึ้นในอนาคต
ช่วงนี้สถานการณ์ความขัดแย้งทั่วโลกเริ่มเป็นที่น่าจับตามองกันมาก หนึ่งในนั้นคือที่บอลติก มีข่าวใหญ่ว่ากองทัพบกเยอรมันส่งทหารประมาณ 5,000 นาย พร้อมกับรถถังหลัก Leopard 2A8 จำนวน 105 คัน ไปประจำการถาวรตามแนวชายแดนทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศลิทัวเนียซึ่งมีพรมแดนติดต่อกับเบลารุส ประเทศพันธมิตรของรัสเซีย
แล้วทำไมจึงน่ากังวลอย่างยิ่ง ทั้งๆที่ในขณะนี้ความขัดแย้งโดยภาพรวมในทวีปยุโรปจะเน้นไปที่สงครามยูเครนเป็นหลักพร้อมด้วยประเด็นเกาะกรีนด์แลนด์ เอาเป็นว่าเราจะมากล่าวถึงการเคลื่อนย้ายกำลังพลของกองทัพเยอรมันกันดีกว่า พร้อมทั้งเรื่องราวเกี่ยวกับสมรรถนะและประสิทธิภาพของรถถังหลัก Leopard 2 ว่ามีความเป็นมาอย่างไร
ปัจจุบันลิทัวเนียกำลังจะนำรถถัง Leopard 2A8 รุ่นเดียวกับกับที่เยอรมนีจะนำมาวางกำลังเข้าประจำการในประเทศตนเอง
กองทัพเยอรมัน (Bundeswehr : บุนดิชแวร์) ยังคงเสริมกำลังทหารในแถบทะเลบอลติกอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นการวางกำลังทหารอย่างถาวรนอกประเทศบ้านเกิดครั้งแรกของ Bundeswehr นับตั้งแต่สิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่สอง การเคลื่อนย้ายกำลังพลครั้งล่าสุดนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนลับ 1,200 หน้าที่ชื่อว่า “OPLAN Deu” ซึ่งจัดทำขึ้นเพื่อรับมือกับการรุกรานใหญ่จากกองทัพรัสเซียที่คาดว่าจะเกิดขึ้นก่อนสิ้นทศวรรษนี้
เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมาที่แล้ว หน่วยทหารระดับกองพันทั้งสองกองพันของ Bundeswehr ได้เดินทางมาถึงลิทัวเนีย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการประจำการทหารที่คาดว่าจะทำให้มีทหารมากกว่า 5,000 นายประจำการอยู่ในประเทศบอลติกที่ใหญ่ที่สุดแห่งนี้ภายในปีค.ศ.2027 ส่วนทหารจากกองทัพเยอรมัน 250 นายแรกจากกองพลยานเกราะที่ 45 ได้เดินทางมาถึงกรุงวิลนีอุส เมืองหลวงของลิทัวเนียในฤดูใบไม้ร่วงปีค.ศ.2024 ซึ่งถือเป็นการเริ่มต้นอย่างเป็นทางการของการดำเนินยุทธการทางทหารของเยอรมนีในประเทศลิทัวเนีย
กองทัพเยอรมันจะประจำการอยู่ใกล้เมืองรูดนินไก (Rūdninkai) ซึ่งอยู่ห่างจากชายแดนทางตะวันออกเฉียงใต้ของลิทัวเนียติดกับเบลารุสประมาณ 30 กิโลเมตร (18.6 ไมล์) ก่อนหน้านี้เบอร์ลินเคยหมุนเวียนกำลังทหารไปประจำการที่ลิทัวเนีย ซึ่งมีพรมแดนติดกับดินแดนคาลินินกราดของรัสเซียทางทิศตะวันตก อย่างไรก็ตาม การประจำการด้วยกำลังทางทหารในครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่กองพลน้อยของกองทัพเยอรมันได้ประจำการอย่างเป็นทางการนอกประเทศนับตั้งแต่ปีค.ศ.1945
Sigapore Leopard 2SG
สำหรับลิทัวเนียเดิมทีเป็นอดีตประเทศที่ขึ้นตรงกับสหพันธรัฐโซเวียตและต่อมาเป็นประเทศสมาชิกเนโต (NATO) ซึ่งเป็นข้อเท็จจริงที่สร้างความกังวลให้กับมอสโก ประธานาธิบดีรัสเซีย อย่างนายวลาดิเมียร์ ปูติน เขาได้กล่าวว่า "สงครามที่ไปรุกรานยูเครนและการเสริมกำลังทหารของเรา (รัสเซีย) เป็นการตอบโต้การขยายอิทธิพลเข้าสู่ทางตะวันออกของเนโต"
อาจเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ว่า วิลนีอุส (Vilnius) จึงมีมุมมองที่แตกต่างออกไป เช่นเดียวกับเอสโตเนียและลัตเวีย วิลนีอุสตกอยู่ภายใต้การปกครองของรัสเซียตั้งแต่ปลายคริสต์ศตวรรษที่ 18 ถึงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 19 และได้รับเอกราชหลังจากจักรวรรดิรัสเซียล่มสลายในช่วงท้ายของสงครามโลกครั้งที่ 1
ในปีค.ศ.1940 ทั้งสามประเทศถูกผนวกเข้ากับอิทธิพลของเครมลินอีกครั้ง คราวนี้ภายใต้บารมีของสหภาพโซเวียต ผู้นำประเทศใช้คำกล่าวอ้างว่าเป็นการคุ้มครองของมอสโก จนกระทั่งหลังสิ้นสุดสงครามเย็นและการล่มสลายของสหภาพโซเวียตในปีค.ศ.1991 ทั้งสามประเทศจึงได้รับเอกราชคืนมา
ในอาเซียนมี 2 ประเทศที่ใช้งานรถถังหลัก Leopard 2 คือสิงคโปร์และอินโดนีเซีย
ชายแดนด้านตะวันออกที่ติดต่อกับรัสเซียซึ่งมีความสำคัญอยู่เสมอในทางภูมิรัฐศาสตร์และการที่รัสเซียเคยใส่ร้ายป้ายสีลัทธิชาตินิยมของกลุ่มประเทศบอลติกในอดีต ได้กระตุ้นให้ประเทศบอลติกทั้งสามใช้จ่ายงบกลาโหมของตนมากกว่าค่าเฉลี่ยของเนโต้เป็นอย่างมาก
ประเทศทั้งสามแห่งนี้ได้ใช้จ่ายเกินกว่างบการทหารของเนโต้ที่ 2 เปอร์เซ็นต์ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (Gross Domestic Product : GDP) มาโดยตลอด และมีแผนที่จะเพิ่มงบประมาณด้านกลาโหมเป็น 5 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งรวมถึงการนำอาวุธสัประยุทธ์ที่ทันสมัยมาใช้ป้องกันประเทศ เช่น ระบบยิงขีปนาวุธเคลื่อนที่ M104 HIMARS ขีปนาวุธต่อต้านรถถัง Javelin และโดรน
ขณะนี้ทั้งสามประเทศกำลังร่วมกันก่อสร้างสิ่งที่เรียกว่าแนวป้องกันบอลติกซึ่งประกอบด้วยการบูรณาการทั้งสามเหล่าทัพให้ความคุ้มครองตามแนวชายแดนติดกับรัสเซียและเบลารุสในเดือนธันวาคม ทั้งสามประเทศนี้พร้อมด้วยฟินแลนด์และโปแลนด์ ได้ถอนตัวอย่างเป็นทางการจากสนธิสัญญาออตตาวาที่ห้ามใช้ทุ่นระเบิดสังหารบุคคล และคาดว่าจะเริ่มดำเนินการป้องกันตนเองด้วยทุ่นระเบิด อีกครั้งตามแนวชายแดนรัสเซีย
รถถัง Leopard 2 ปัจจุบันเป็นรถถังที่ทันสมัยที่สุดแบบหนึ่งของโลก
ถึงแม้ว่าประเทศเหล่านี้จะปรับปรุงกองทัพของตนให้ทันสมัยขึ้น แต่ทั้งสามประเทศยังคงพึ่งพาการสนับสนุนจากเนโต รวมถึงการที่กองทัพอากาศประเทศสมาชิกส่งเครื่องบินรบขึ้นบินปฏิบัติภารกิจลาดตระเวนทางอากาศในทะเลบอลติกเพื่อรักษาความสงบสุขของอธิปไตยตามแนวชายแดนด้านตะวันออกของชาติพันธมิตรอย่างสม่ำเสมอ
กว่าจะเข้าสู่เรื่องราวของรถถังหลัก Leopard 2 ก็กินเวลาไปพอสมควร นับตั้งแต่เริ่มใช้งานในกองทัพเยอรมนีตะวันตกในปี 1979 รถถังหลัก Leopard 2 (เลพเพิร์ดทู) ได้รับการยกย่องอย่างมากว่าเป็นหนึ่งในรถถังที่ดีที่สุดในโลก ในฐานะรุ่นสืบทอดจาก Leopard 1 สำหรับรถถังที่ผลิตโดยอุตสาหกรรมป้องกันประเทศในเยอรมนีนี้ได้มีการนำไปประจำการโดยประเทศพันธมิตรเนโต้และประเทศพันธมิตรนอกเนโต้ (Non NATO Allied)
ม้าเหล็กเยอรมันชนิดนี้ได้รับการอัปเกรดภายนอกและพัฒนาระบบอย่างต่อเนื่องจนกระทั่งรุ่นล่าสุดได้รับการออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับบทบาทต่างๆ ตัวอย่างเช่น Leopard 2A7 ซึ่งเป็นรุ่นปรับปรุงให้ทันสมัยของรถถังหลัก Leopard 2A6 มีการเสริมเกราะใหม่ ระบบพลังงาน ระบบระบายทำความเย็นภายในรถถัง และระบบการจัดการอาวุธ/การเข้าปะทะ/การปฏิบัติตามยุทธวิธีสมัยใหม่
Leopard 2A8 จะไม่มีการติดตั้งปืนกลเหมือน Leopard 2A7 ตามที่เห็นในภาพ
ยุทธยานยนต์สมัยใหม่อย่าง Leopard 2A7 มีระบบป้องกันทุ่นระเบิดที่ตัวถัง หน่วยจ่ายไฟสำรองขนาด 17 กิโลวัตต์ หน่วยถ่ายภาพความร้อน Attica รุ่นที่สามสำหรับทั้งกล้องตรวจการณ์ของพลสั่งการและกล้องมองของพลยิง และอุปกรณ์มองเห็นแบบหลายสเปกตรัม Spectus สำหรับพลขับ นอกจากนี้ระบบอาวุธของรถถังหลักแบบดังกล่าวยังได้รับการปรับปรุงให้สามารถยิงกระสุนปืนใหญ่ที่มีอานุภาพทำลายล้างสูงได้อีกด้วย
อาวุธหลักของรถถังหลัก Leopard 2A7 คลับคล้ายคลับคลากับรถถังหลัก Leopard 2A6 เช่นปืนใหญ่ลำกล้องเรียบ L/55 ขนาด 120 มม. Rh 120 หนึ่งกระบอก ปืนกลร่วมแกน MG3A1 ขนาด 7.62x51 มม. หนึ่งกระบอก และปืนกล MG3 ขนาด 7.62 มม. อีกหนึ่งกระบอก ติดตั้งอยู่บนช่องบรรจุกระสุนทางด้านซ้ายของป้อมปืนที่ส่วนบนของตัวรถ
นอกจากนี้ยังมีเครื่องยิงกระสุนควันขนาด 76 มม. จำนวน 8 กระบอก ติดตั้งอยู่แต่ละด้านของป้อมปืน ระบบอาวุธยังได้รับการปรับปรุงเพิ่มเติมสำหรับการยิงกระสุนระเบิดทำลายล้างสูง (high-explosive : HE) DM11 ที่มีฟิวส์ปรับได้
รถถังหลัก Leopard 2A7 ติดตั้งระบบยิงจรวดรวม NRBC, ระบบอุ่นเครื่องก่อนใช้งาน , เครื่องปรับอุณหภูมิในห้องควบคุม, ระบบดับเพลิง, ปั๊มน้ำไฟฟ้าสำหรับห้องเครื่อง และช่องทางออกฉุกเฉินที่พื้นตัวถังด้านหลังคนขับ เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายให้กับกำลังพลในพื้นที่ที่มีอากาศร้อนและชื้น Leopard 2A7 จึงติดตั้งระบบพลังงานและระบบระบายความร้อนในห้องโดยสารที่ด้านหลังของป้อมปืน
รถถังหลัก Leopard 2A7HU ของกองทัพบกฮังการี
ต่อมาเป็นรุ่น 2A7+ รุ่นนี้ได้รับการพัฒนาขึ้นมาโดยเฉพาะเพื่อใช้งานทั้งในสมรภูมิที่การใช้กำลังทหารมีทั้งหนักและเบา เกราะของรถถังหลักแบบนี้ได้รับการเสริมความแข็งแกร่งด้วยเกราะแบบโมดูลาร์ ในขณะที่การป้องกันด้านหน้าได้รับการเสริมประสิทธิภาพด้วยชุดเกราะคู่ที่ป้อมปืนและด้านหน้าตัวถัง ทำให้มีการป้องกัน 360 องศาจากขีปนาวุธต่อต้านรถถังและทุ่นระเบิด เพื่อเพิ่มความอยู่รอดของรถถังและกำลังพลในการปฏิบัติการในเขตเมือง
ส่วนประกอบระบบของเกราะแบบโมดูลาร์ถูกนำมาใช้ครั้งแรกโดยกองทัพบกแคนาดาในอัฟกานิสถานเช่นเดียวกับรุ่น 2A7 รุ่น 2A7+ สามารถยิงกระสุนระเบิดแรงสูงแบบตั้งโปรแกรมได้ ในขณะที่ปืนกล MG3 ที่ติดตั้งบนป้อมปืนถูกแทนที่ด้วยระบบควบคุมการยิงพิสัยไกล FLW 200 ที่มีระบบรักษาเสถียรภาพ
ความคล่องตัว ความทนทาน และการตระหนักถึงสถานการณ์ได้รับการปรับปรุงให้ดีขึ้นเช่นกัน ม้าเหล็กแบบนี้ติดตั้งโทรศัพท์ภายนอกสำหรับสำหรับกำลังพลที่ลงจากรถถังแบบนี้เพื่อช่วยในการสื่อสารกับกองกำลังฝ่ายสัมพันธมิตร
ที่นี้ก็มาถึงรถถังหลัก Leopard 2A8 กันแล้วนะฮะ รถถังแบบนี้มีคุณสมบัติที่เหมาะกับสงครามสมัยใหม่หลายประการ เช่น รวมถึงระบบป้องกันภัยรอบด้าน (active protection system : APS) ซึ่งเป็นระบบป้องกันการถูกโจมตีที่นำเข้าจากอิสราเอล ซึ่งสามารถตรวจจับและป้องกันขีปนาวุธต่อต้านรถถังและโดรนพลีชีพที่บินเข้ามา
ไม่เพียงเท่านี้รถถังแบบนี้ยังเป็นการก้าวเข้าสู่ยุคดิจิทัลของ Leopard หลังจากที่ได้รับการอัพเกรดด้วยการติดตั้งระบบสมัยใหม่เพิ่มเข้าไป และมีชุดเซ็นเซอร์ฟิวชั่นที่ยอดเยี่ยมซึ่งช่วยให้การออกศึกในสงครามกับเหล่าทัพอื่นเป็นไปในทิศทางเดียวกัน
ในขณะนี้กองทัพบกยูเครนได้ใช้รถถัง Leopard 2 รบกับรัสเซียในยามสงคราม
รถถังเลพเพิร์ดแบบใหม่ยังคงใช้ปืนใหญ่ลำกล้องเรียบ Rheinmetall L/55A1ขนาด 120 มม. เป็นหนึ่งในอาวุธสำคัญของรถถังตระกูลนี้ แต่ปืนใหญ่แบบดังกล่าวถูกติดตั้งอยู่ร่วมกับป้อมปืนรถถังที่ทันสมัยขึ้นและโครงสร้างรถถังที่ถูกออกแบบใหม่ทั้งหมด
รถถังเลพเพิร์ด 105 คัน ที่เดินทางมาถึงลิทัวเนียเป็นไปตามแผนปฏิบัติการในเดือนธันวาคมค.ศ.2023 ที่เบอร์ลินและวิลนีอุสเห็นชอบร่วมกัน การประจำการของกองกำลังเยอรมันในลิทัวเนียมีจุดประสงค์เพื่อยับยั้งความกระเหี้ยนกระหือรือของมอสโกและเพื่อให้เบอร์ลินมีเวลาตอบโต้ด้วยกำลังทางทหารหากรัสเซียทำสงครามขยายอาณาเขตจากยูเครนเข้าสู่ยุโรป
ในการปราศรัยต่อกองทัพเยอรมันที่ประเทศลิทัวเนียเมื่อเดือนพฤษภาคมปีค.ศ.2025 นายฟรีดริช เเมร์ซ (Friedrich Merz) นายกรัฐมนตรีเยอรมนี กล่าวว่า “อธิปไตยของลิทัวเนียคือความมั่นคงของเรา การปกป้องวิลนีอุสคือการปกป้องเบอร์ลิน”
เเมร์ซยังกล่าวเพิ่มเติมเมื่อเดือนที่แล้วว่า “กองพลรถถังนี้ไม่ได้มีนัยทางการเมือง แต่เป็นการสนับสนุนทางทหารเพื่อการป้องปรามและการพิทักษ์ยุโรป"
รถถังหลัก Leopard 2 จะยังปรากฎในศตวรรษนี้ได้อีกกี่ปี ขึ้นอยู่กับการสั่งซื้อเพิ่มเติมจากกองทัพบกชาติที่สนใจรถถังแบบนี้
กองพลน้อยเยอรมันที่รุดนินไกจะได้รับการสนับสนุนจากกองกำลังต่างชาติจากแปดประเทศพันธมิตร ซึ่งจะหมุนเวียนเข้ามาประจำการในภูมิภาคนี้และปฏิบัติการจากเมืองรุคลาในภาคกลางของลิทัวเนีย
ข้อมูลจำเพาะ  Leopard 2 A8
บทบาท : รถถังหลัก
สัญชาติ : เยอรมนี
ผู้ออกแบบ: เคราส์-มัฟไฟ (KraussMaffei)
บริษัทผู้ผลิต: เคราส์-มัฟไฟ
มาคีเนนเบา คีล
น้ำหนัก : 62.3 ตัน
ความยาว : รวมปืนที่ยื่นออกไปข้างหน้า 9.97 เมตร
ความกว้าง : 3.75 เมตร
ความสูง : 3.0 เมตร
กำลังพล: 4 นาย (ผู้บัญชาการรถถัง พลปืน พลบรรจุ และพลขับ)
เกราะ : เกราะเหล็กกล้าชนิดแข็งที่สุด (high-hardness steel) ทังสเตนและบรรจุพลาสติกเซรามิก
อาวุธหลัก : ปืนใหญ่ลำกล้องเรียบ Rheinmetall L/55A1ขนาด 120 มม. จำนวน 1 กระบอก
 
เครื่องยนต์ : เอ็มทียู เอ็มบี 873 เคเอ-501 ระบบทำความเย็นโดยใช้น้ำเครื่องยนต์ดีเซล ชนิด V-12
กำลัง/น้ำหนัก : 24.1 แรงม้า/ตัน
ระบบส่งกำลัง : เรงค์ เอชเอสดับบลิวแอล 354
ระบบช่วงล่าง : ทอร์ชั่นบาร์
ความจุเชื้อเพลิง : 1,200 ลิตร (317 แกลลอน)
พิสัย : 550 กิโลเมตร
ความเร็ว : 72 กิโลเมตรต่อชั่วโมง (45 ไมล์ต่อชั่วโมง)
รถถัง Leopard 2 A8 รุ่นใหม่ล่าสุดในสายการผลิต
รถถังหลัก Leopard 2 A8 จำนวน 105 คันที่ถูกส่งไปประจำการในลิทัวเนีย ตามที่ The National Interest ได้นำเสนอไปเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ไม่ใช่เพียงสร้างความกังวลให้แก่ปูติน แต่ยังเป็นการเสริมกำแพงให้ชายแดนยุโรปฝั่งตะวันออกปลอดภัยจากการรุกรานที่อาจนำไปสู่สงครามในเร็ววัน สำหรับวันนี้ขอลาไปก่อน สวัสดีครับ
Credit บทความและภาพประกอบ
Rafael Advanced Defense Systems
The National Interest
วิกิพีเดีย
NPR
Defence News
Overclockers
IMOD
KNDS
AAG_TH บันทึกประจำวัน
Swedish Armed Forces
เรียบเรียงโดย : เจฟฟ์ ยุโรป
โฆษณา