Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
คุณนายพิม เมียแม่ทัพ
•
ติดตาม
28 ก.พ. เวลา 01:28 • การเมือง
กรุงเทพ Bangkok
💥"สีหศักดิ์" จัดหนักเขมร
"สิ้นสภาพ" บนเวทีโลก🇹🇭
"เมื่อ ‘มวยคนละชั้น’ มาเจอกันบนเวทีโลก... เปิดเบื้องหลังสปีชสุดคมของ 'สีหศักดิ์' ที่เปลี่ยนโหมดจากนักการทูตเป็นนักรบ ตอกกลับคำลวงกัมพูชาแบบดอกต่อดอก พร้อมยื่นคำขาด
"จะเลือกหนทางสู่สันติภาพ หรือรุกรบขั้นแตกหัก?" เดี๋ยวคุณนายพิมจะสรุปให้ฟัง
หลังจาก นาย ปรัก สุคน รัฐมนตรีต่างประเทศของเขมร ใช้เวทีคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ กล่าวหาไทยว่า รุกรานเขมรไม่หยุด
แม้จะมีข้อตกลงหยุดยิง ทั้งยังตั้งฐานทหารลึกเข้ามาในดินแดนเขมร ทำให้คนเขมรกว่า 650,000 คน ต้องกลายเป็นผู้อพยพ และไม่สามารถกลับเข้าสู่บ้านเรือนของตนเองได้
ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเขมรยังคงใช้มุกเดิม คือ เล่นบท "เหยื่อ" เพื่อหวังเรียกคะแนนสงสารจากชาวโลกอีกตามเคย
จากนั้นก็โยนบท "ผู้ร้าย" ให้ไทยเล่น ..อย่างไม่เต็มใจ
แต่เขมรก็ยังเป็นเขมร เน้นออกหมัดมากๆ มั่วๆ เข้าไว้
แต่ส่วนใหญ่จะ "จั่วลม" เสียมากกว่า เพราะเล่นแต่มุกเดิมๆ ซ้ำๆ หาสาระอะไรไม่ได้
แล้วท่านสีหศักดิ์ รัฐมนตรีต่างประเทศของไทย ก็ใช้เวทีเดียวกัน ตอกกลับเขมร "เข้าเป้า" แบบจุกๆ ทุกดอก
โดยท่านสีหศักดิ์ เปิดประเด็นก่อนว่า เดิมทีตนตั้งใจที่จะพูดถึงความท้าทายของสิทธิมนุษยชนและการทำงานที่สำคัญของคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนมากกว่านี้ แต่ก็เป็นอีกครั้งที่จำเป็นต้องตอบโต้คำกล่าวของรัฐมนตรีต่างประเทศกัมพูชา
เพราะแทนที่กัมพูชาจะมุ่งเดินหน้าไปสู่สันติภาพตามที่เคยบอก แต่เป็นเรื่องน่าเสียดายอย่างยิ่งที่กัมพูชาเลือกที่จะใส่ร้ายประเทศไทย ด้วยข้อกล่าวหาที่ไม่เป็นความจริง และด้วยคำพูดที่บิดเบือนอีกครั้ง
ท่านสีหศักดิ์ ขยี้ต่อว่า หากให้พูดอย่างจริงใจ ไทยต้องถามว่าความขัดแย้งนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร ในความเป็นจริงคือ ความตึงเครียดระหว่างสองประเทศเกิดขึ้นจากการที่กัมพูชารุกล้ำพื้นที่ของไทยมาตลอดหลายปี และมีการยั่วยุอย่างต่อเนื่อง ราวกับเพื่อทดสอบความอดกลั้นของไทย รวมถึงความพยายามในการแทรกแซงการเมืองภายในของไทย
นั่นจึงเป็นสาเหตุว่าทำไมความตึงเครียดจึงยกระดับขึ้น นำไปสู่การโจมตีอย่างไม่เลือกเป้าหมาย จนทำให้พลเรือนเสียชีวิต ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่น่าเศร้าในความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ
จากนั้น ท่านสีหศักดิ์ ยังเล่นบท "ผู้ใหญ่สอนเด็ก" เพื่อเตือนสติคนเขมรว่า "ไทยมีเจตนาที่ดีให้กับประเทศเพื่อนบ้านมาตลอด ประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาไทยมอบที่พักพิงให้กับผู้อพยพหนีการสู้รบ ไทยให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม และการฟื้นฟูกัมพูชาในช่วงหลังสงครามกลางเมือง
ไทยไม่เคยต้องการความขัดแย้ง เพราะเข้าใจดีว่าสันติภาพของไทยไม่สามารถแยกออกจากสันติภาพของกัมพูชาได้
ในวันนี้ ไทยและกัมพูชามีการหยุดยิง นี่ควรเป็นจุดเปลี่ยนไปสู่การฟื้นฟูความเชื่อมั่นและการเดินหน้าต่อไปในฐานะประเทศเพื่อนบ้านที่ดี
ซึ่งแทนที่กัมพูชาจะมุ่งให้ความสำคัญไปกับการฟื้นฟูความสัมพันธ์ แต่กัมพูชายังคงผลักดันปัญหาทวิภาคีในเวทีระหว่างประเทศ ซึ่งทำลายหนทางไปสู่สันติภาพ
กัมพูชายังกล่าวหาว่าไทยยึดครองดินแดนของกัมพูชา แต่ความจริงแล้ว ทั้งสองฝ่ายได้มีการเจรจาหยุดยิงและตกลงร่วมกันให้ทหารประจำอยู่ในตำแหน่งเดิม
ท่านสีหศักดิ์ ย้ำด้วยว่า สิ่งที่ไทยต้องการในเวลานี้คือการคลี่คลายความตึงเครียด ไม่ใช่การปลุกปั่นความรู้สึกของสาธารณชน
พร้อมเน้นย้ำว่า ไทยเปิดกว้างที่จะมีการพูดคุย แต่ขอย้ำอีกครั้งว่าเรามีหน้าที่ต้องปกป้องอธิปไตย บูรณภาพแห่งดินแดน และความปลอดภัยของประชาชนคนไทยอย่างสุดความสามารถ
ส่วนท่อนนี้ ท่านสีหศักดิ์ เปลี่ยนจากนักการทูต ปรับเข้าสู่โหมด "นักรบ" ขู่เขมรกลับไปว่า "ขอถามกลับไปยังฝ่ายกัมพูชา ว่าต้องการเลือกหนทางไปสู่สันติภาพหรือหนทางไปสู่ความตึงเครียด และความขัดแย้ง ที่จะนำไปสู่ความสูญเสียและความเจ็บปวดมากขึ้น
ที่ผ่านมาไทยชัดเจนมาตั้งแต่แรกว่าเลือกเส้นทางใด จึงขึ้นอยู่กับกัมพูชาว่าจะเดินหน้าต่อกับไทยในเส้นทางใด"
ก่อนที่จะแซะ ฝากไปถึงผู้นำเขมรว่า
"สันติภาพไม่ได้หมายถึงไม่มีความขัดแย้งระหว่างประเทศ แต่สันติภาพที่แท้จริงต้องเริ่มจากภายในประเทศก่อน
สิทธิมนุษยชนจะผลิบานได้ก็ต่อเมื่อมีการเคารพหลักนิติธรรมและผู้นำมีความรับผิดชอบ"
นอกจากนี้ ท่านสีหศักดิ์ ยังทิ่มหมัดตรง กล่าวถึงขบวนการสแกมเมอร์ในเขมร ซึ่งเป็นทั้งอาชญากรรมระดับโลก และถือเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรงว่า
"ความท้าทายของสิทธิมนุษยชนในวันนี้อาจมาจากหลายรูปแบบ หนึ่งในภัยคุกคามร้ายแรงที่สุดต่อสิทธิมนุษยชนในเวลานี้คือ การขยายตัวของอาญชากรรมออนไลน์ข้ามชาติ
คนหลายล้านคนทั่วโลกตกเป็นเหยื่อจากอาชญากรรมนี้
คนที่ตกเป็นเหยื่อของการค้ามนุษย์ถูกกักขังอยู่ในฐานปฏิบัติการ ถูกบังคับอย่างทารุณให้ก่ออาชญากรรม
เรากำลังเห็นเครือข่ายอาชญากรรมขยายตัวในระดับอุตสาหกรรม ไปสู่วิกฤตด้านสิทธิมนุษยชน
จากนั้น ท่านสีหศักดิ์ ปล่อยหมัดฮุกเข้ากรามเขมรจนทรุด แล้วเดินเข้ามุมทันทีว่า
"ปฏิบัติการเหล่านี้เติบโตขึ้นได้ เนื่องจากการบังคับใช้กฎหมายที่หละหลวม และขาดหลักนิติธรรม ในประเทศที่เครือข่ายอาชญากรรมเหล่านี้ใช้เป็นฐานปฏิบัติการ"
เจอหมัดนี้เข้าไป สองพ่อลูกตระกูลฮุนคงหน้าชาไปเลย!
คุณนายพิม อ่านสปีชฉบับเต็มของท่านสีหศักดิ์แล้ว
แทบไม่อยากตัดทอนท่อนใดออกไปเลย
เพราะท่านเรียบเรียงถ้อยคำได้อย่างสละสลวย กินใจ และเก็บประเด็นตอบโต้เขมรได้อย่างชัดเจนตรงจุดมาก
แถมยังมีลูกล่อลูกชนแพรวพราว
มีทั้งฟาด มีเชือดมีเฉือน มีบทปลอบโยนเพื่อเตือนสติ
เรียกได้ว่าเป็นนักการทูตชั้นเซียนที่หาตัวจับได้ยากจริงๆ
ถ้าเปรียบ นายหัวชวน เป็น "มีดโกนอาบน้ำผึ้ง" ด้วยวาทะที่คมกริบ และเชือดเฉือน
ท่านสีหศักดิ์ ก็เปรียบเหมือน "มีดโกนแช่น้ำกรด" ที่ทั้งคมกริบ บาดลึก เชือดเฉือน และเปี่ยมด้วยพลังทำลายล้าง จนเลือดสาดกระเซ็น
การตวัดวาทะอันคมกริบของท่านสีหศักดิ์ จึงทำให้เขมร สิ้นสภาพบนเวทีโลกอีกครั้ง
เพราะเขมรเล่นเกมการทูตด้วยคำลวง ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ขณะที่ท่านสีหศักดิ์หนักแน่นด้วยคมคำ และเนื้อหา รวมถึงพยานหลักฐานชัดเจน เป็นที่ประจักษ์
เป็นการทูตแบบ "คนละชั้น" เหมือนเด็กอนุบาล กับศาสตราจารย์ด้านต่างประเทศ
ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงคุณค่าของท่านสีหศักดิ์ ที่นำ "ศักดิ์ศรี" บนเวทีโลก กลับคืนมาสู่ประเทศไทยอีกครั้ง
📌คุณนายพิม เมียแม่ทัพ รายงาน
#การทูตชั้นครู #สีหศักดิ์ #ภูมิใจไทย #รมวต่างประเทศ
#กอบกู้ศักดิ์ศรีไทย
#ThailandDiplomacy
#ความจริงจากไทย
#UNHRC #คุณนายพิม #เมียแม่ทัพ
ประวัติศาสตร์
ข่าววันนี้
ประวัติศาสตร์การเมืองไทย
บันทึก
2
1
2
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย