Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
Benika
•
ติดตาม
28 ก.พ. เวลา 09:27 • ไลฟ์สไตล์
ของขวัญที่ชื่อว่า "ลูก": บทเรียนบทใหม่ในต่างแดน และความเข้มแข็งที่มาพร้อมน้ำตา
ก่อนเสียงร้องแรกจะดังขึ้น
ในช่วงใกล้คลอด รุ่นพี่ที่มีประสบการณ์แนะนำให้เราขยันเดินเพื่อจะได้คลอดง่าย เราจึงเดินไป-กลับที่ทำงานทุกวัน จนกระทั่งถึงวันตรวจครรภ์ตามกำหนดก่อนวันคลอดจริงกว่า 2 สัปดาห์ คุณหมอบอกว่าปากมดลูกเปิดแล้ว และสั่งให้เราไปเก็บข้าวของมานอนโรงพยาบาลทันที
เราแอดมิทรอดูอาการอยู่อีก 3 วัน แต่ก็ยังไม่มีวี่แววจะปวดท้อง จนวันที่ 4 คุณหมอจึงตัดสินใจให้คลอดเลย เนื่องจากการคลอดครั้งแรกเราไม่มีประสบการณ์ หมอว่าอย่างไรเราก็ว่าตามนั้น แต่หากเป็นตอนนี้เราคงจะขอคุยกับหมอเพื่อรอให้ลูกพร้อมและปวดท้องเองตามธรรมชาติ หากไม่มีภาวะแทรกซ้อนใดๆ
วันที่ลูกสาวเราคลอด เนื่องจากหมอตัดสินใจในเช้าวันนั้นเลย เราจึงไม่ได้บอกให้สามีทราบล่วงหน้า ซึ่งเขาก็ออกไปทำงานแล้ว เราแค่โทรบอกเขาว่า “หมอจะให้คลอดวันนี้นะ ไม่ต้องห่วง เลิกงานแล้วค่อยมา” เราจึงเข้าห้องคลอดเพียงลำพังตอนประมาณ 9 โมงเช้า ทั้งที่ยังไม่เจ็บท้องเลย
ในขณะที่นอนรออยู่นั้น เราได้ยินเสียงเตียงข้างๆ ร้องด้วยความเจ็บปวด สักพักเราเริ่มมีอาการปวดเตือนและเริ่มปวดหนักขึ้น หลังจากนั้นไม่นานก็คลอด ใช้เวลาไปประมาณ 2 ชั่วโมง มาทราบภายหลังว่าคุณแม่เตียงข้างๆ คลอดตอน 4 โมงเย็นของวันนั้น ขนาดเราแค่ 2 ชั่วโมงยังแทบแย่ คนเป็นแม่นี่สุดยอดจริงๆ
ในที่สุดลูกสาวของเราก็ออกมาลืมตาดูโลกอย่างแข็งแรงพร้อมผมที่ดกดำ เราเคยได้ยินคนพูดกันว่าจะตกหลุมรักลูกตั้งแต่แรกเห็น แต่ความรู้สึกแรกของเราเมื่อเห็นหน้าลูกคือ “ทำไมหน้าเหมือนลิงเลย ไม่เห็นน่ารักเหมือนในทีวีเลย” เราแอบคิดในใจว่าก็ช่วยไม่ได้ ในเมื่อพ่อแม่ก็ไม่ได้หน้าตาดีอะไร แต่ทันทีที่เห็นเขา ความรู้สึกสำนึกที่ต้องปกป้องชีวิตเล็กๆ นี้ก็เกิดขึ้นมาทันที
บททดสอบของแม่มือใหม่ในต่างแดน
หน้าตาของลูกค่อยๆ เปลี่ยนไปทุกวัน ผิวที่เคยเหี่ยวย่นเริ่มตึงและน่ารักขึ้น ความผูกพันจากการอุ้ม การให้นม และการดูแล ทำให้เราเริ่มหวงเขามากขึ้นเรื่อยๆ แต่ในขณะเดียวกันเราก็เริ่มเครียด เพราะกังวลว่าหลังจากออกจากโรงพยาบาลแล้วต้องเลี้ยงเขาเพียงลำพัง ความพะวงทำให้เราไม่ยอมวางลูกเลย พอเขาร้องเราก็อุ้มตลอด จนพยาบาลต้องเตือนว่า “คุณแม่ต้องพักผ่อนบ้าง ไม่อย่างนั้นจะไม่มีแรงเลี้ยงลูกต่อ”
เมื่อกลับมาถึงบ้าน โชคดีที่น้ำนมเรามีมากพอจนไม่ต้องพึ่งนมผงนานนัก ช่วยลดความลำบากไปได้เปลาะหนึ่ง แต่การใช้ชีวิตในต่างแดนที่ไม่มีคนช่วยเลี้ยงหรือให้คำปรึกษา ทำให้เราพะวง กังวล เหนื่อย และท้อ เพราะต้องทำทุกอย่างด้วยตัวเองทั้งหมด สามีต้องออกไปทำงาน เราต้องเลี้ยงลูกพร้อมกับทำอาหาร ซักผ้า และทำความสะอาดบ้านไปพร้อมๆ กัน
น้ำตาใต้เสียงเพลงกล่อมลูก
ช่วง 3 เดือนแรกถือว่าหนักหนาสาหัสที่สุดในชีวิต เราแทบไม่ได้นอนเพราะต้องตื่นมาให้นมตลอดเวลา ประกอบกับมีอาการซึมเศร้าหลังคลอด (Postpartum Depression) บางครั้งแค่ร้องเพลงกล่อมลูก แต่น้ำตากลับไหลออกมาไม่หยุด การต้องอดทนต่อเสียงร้องไห้ที่เราไม่เข้าใจเหตุผล ความสุขที่ควรจะมีกลับกลายเป็นความกังวลและความเปล่าเปลี่ยว
ความที่ไม่มีประสบการณ์ ได้แต่ศึกษาจากตำราและฟังเพื่อนร่วมงาน เราต้องเรียนรู้ใหม่หมด ตั้งแต่การเลือกเสื้อผ้าให้เหมาะกับฤดู ตัวไหนคือเสื้อชั้นใน ต้องคอยเช็คหลังลูกตลอดว่ามีเหงื่อไหม ตอนแรกกลัวลูกหนาวจนใส่ให้หนาเกินไปจนลูกเหงื่อท่วม ทำให้รู้ว่าเด็กมีอุณหภูมิกายสูงกว่าผู้ใหญ่ ต้องเรียนรู้การเช็คผ้าอ้อม ถ้าไม่บ่อยพอก้นลูกจะแฉะและเป็นแผล ทุกอย่างเป็นไปอย่างทุลักทุเลแต่ก็ผ่านมาได้
เวลาพาลูกไปตรวจตามกำหนด การพาลูกเล็กออกจากบ้านทีหนึ่งต้องมีอุปกรณ์ครบเหมือนย้ายบ้าน ส่วนใหญ่เราต้องพาไปเองเพราะสามีทำงาน ทั้งอุ้มลูกและแบกกระเป๋าใบใหญ่จนคิดในใจว่า “ทำไมมันลำบากขนาดนี้วะ” แต่พอมองไปเห็นแม่คนข้างๆ ที่มาตรวจเหมือนกัน เขาก็สภาพไม่ต่างจากเรา มันทำให้รู้ว่าเราไม่ได้ลำบากอยู่คนเดียว
แม้จะลำบากอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนในชีวิต แต่หลังจากผ่านพ้น 3 เดือนแรก ทุกอย่างก็เริ่มผ่อนคลายลงทั้งร่างกายและจิตใจ เราเริ่มชินและมั่นใจในการเลี้ยงลูกมากขึ้น หลังจากนั้นลูกคือความสุข คือรอยยิ้ม และกลายเป็นของขวัญที่ล้ำค่าที่สุด เขาคือความสุขที่เราไม่เคยสัมผัสมาก่อน
“สามีแม้จะรักกันมาก แต่หากเลิกกันเขาก็จะกลายเป็นคนอื่น แต่ลูกคือสายเลือดที่จะผูกพันกับเราตลอดไป และเป็นที่พึ่งทางใจที่แท้จริงในต่างประเทศที่ไร้ญาติเช่นนี้”
ผู้หญิงเราเมื่อได้เป็นแม่แล้ว มันทำให้เราเข้มแข็งและแกร่งขึ้นได้อย่างไม่น่าเชื่อเลย
#ชีวิตในญี่ปุ่น #ชีวิตต่างแดน #คุณแม่มือใหม่ #ประสบการณ์คลอดลูก #ซึมเศร้าหลังคลอด #สู้ชีวิต #เลี้ยงลูกในต่างแดน
เรื่องเล่า
blockdit
ไลฟ์สไตล์
บันทึก
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย