1 มี.ค. เวลา 04:01 • ความคิดเห็น
บุคคลที่ ทิ้ง..เกิดมาทิ้ง .เรื่องราวทางโลก เรื่องราวของลาภยศ เรื่องราวของความยึดถือต่างๆ ไปอยู่ป่าคนเดียว เสื้อผ้าชุดเดียว มีพ่อกับแม่ไปเป็นเพื่อน คือ กายที่อาศัย ขันน้ำสักใบก็ไม่มี หิวก็อาศัยมือทั้งสองของพ่อแม่ตักน้ำกิน ไปนั่งนิ่ง เราได้ฟังจากพระ ที่ท่านปฏิบัติธรรม ท่านก็บอกว่า จิตฉันไม่มีภาระอะไร ไม่อารมณ์ กายก็นั่งนิ่งเฉย เหมือนตอไม้
.ยุงในป่า มันก็หิว มาขอดูดเลือดกิน นิดหน่อย เค้าก็อิ่มแล้ว ฉันเมตตา ก็นั่งนิ่งๆเฉย ยุงเค้า ก็มาดูดเลือด เอาน้ำเลือดน้ำหนอง ไปหล่อเลี้ยง สังขารของเค้า ก็แบ่งปันให้เค้าไป ด้วยอานิสงส์ ของความเมตตา.ก็เป็นเกราะ ช่วยป้องกัน ปกป้องเชื้อโรคต่างๆ ไม่ให้เข้ามาสู่ร่างกาย บางที่ยุ่งก็มาดูดกินจนเต็มหน้า .
คราวนี้ ก็ท่านก็เล่าเรื่องป่าหิมพานต์ ให้ฟัง ว่า เป็นสถานที่ฝึกหัด ผู้ที่จะยุติการเกิด ในป่าหิมพานต์ ก็มีแก้วแหวน เพชรนิลดา มีของสวยๆงามๆ มีพวกที่อยากได้ฤทธิ์ ก็ไปท่องคาถาอาคม ฤาษี .ต่างๆ อยกได้ฤทธิ์ ก็ไปอยู่ชายป่า มีเสียงน่ากลัวหวีดร้อง . ส่วนผู้ที่ที่ประพฤติปฏิบัติธรรม ที่ต้องทิ้งทุกอย่าง ก็ไปอยู่ตามถ้ำ สัตว์ก็ดุร้าย ..ตัวใหญ่
. เสือก็เหมือนคน มีความกลัว การไปอยู่ในคนเดียว มีความน่ากลัว ที่จิตมนุษย์นั้นอ่อนแอ มีความกลัวกันทุกคน กลัวความตาย . นั่งสมาธิ .เสือก็มา อยู่ตรงหน้า แยกเขี้ยว แสดงความดุร้าย หิว .อยากจะกิน .ท่านก็บอกว่า เมื่อหิว .ข้าพเจ้าก็พร้อมสละกายนี้ให้เป็น อาหาร .ดับความทุกข์หิวโหย ก็นั่งนิ่งอยู่เฉย .จิตก็อยู่กับลมหายใจ เสือมันก็ถอยออกไป อาศัยนอนในถ้ำ มันก็กลัวเจ็บกลัวตาย เหมือนกับคน
..อยู่ถ้ำ .ในป่า กายมันหิว .ก็นั่งนิ่งๆ อดทนเอา นั่งไปนั่งมา นั่งนิ่ง อยู่อย่างนั้น ลืมตามาอีกที เอ้า..ผ่านไปสามวันแล้ว .ก็ทำไปทำมา กายฉัน .ก็ไม่ต้องไปเอา น้ำเลือดน้ำหนอง ของผู้อืน หรือ อาหารอะไรใส่ลงไป กายเป็นแก้วไปแล้ว ก็อยู่ต่อ..ไม่มีภาระอะไร .ก็อยู่ในถ้ำ .ไม่ได้ออกไปไหน .นี่ก็อยู่มาสิบกว่าวัน ก็อยู่ต่อไปอีกสิบกว่าวัน กายนี้ก็เป็นฝุ่นไป จิตฉัน ก็ไม่ต้องมาเกิด เข้าพระนิพพาน .
หมายเหตุที่ท่านพูดถึง หนึ่งวัน หนึ่่งวันของโลกวิญญาณ เท่ากับร้อยปี โลกมนุษย์
ส่วนพวกที่ ไปหลงไหล ท่องคาถาอาคม อิทธิฤทธิ์อิทธิเดช หลงใหลเพชรนิลจินดา . พญายม.ท่านก็มาช่วยเหลือ เก็บจิต..ไปอยู่ในสถานที่ทุกข์ทรมานสมควรแก่เหตุที่สะสมมา . ไปทุกข์เกิดตายอีกยาวนาน . พวกทีท่องคาถาอาคม .นอนท่องนั่งท่อง .มันก็เป็นกระแส ส่งไปตามสายของดินฟ้าอากาศ
พอคนอยากได้ฤทธิ์อยากมีฤทธิ์ .พอนั่งสมาธิ อยากได้อย่างนั่นอยากนี้ง กเลยไปรับ เอาเสียง คาถาอาคมนั่นมา .โอ้ว .ดีจัง .ท่องแล้ว จะร่ำรวย มีอิทธิฤทธิ์อืทธิเดข ผู้คนยกย่อง ช่วยให้คนเค้ามีกรรมมากขึ้น ร่ำรอย เงินทองยศศักดิ์ . พอหมดลม วัตถุคาถาอาคมเงินทอง ของๆโลกก็ทิ้งไว้ในโลก พอจิตออกจากายก็เรียกร้อง .ช่วยส่งบุญกุศลให้ฉันที อดอยากหิวโหย .ไม่บุญกุศลไปเก็บจิตเลย นี่ก็มีเพิ่งมีพระ.อยู่ๆก็หมดลม .เปลี่ยนสังขารไปเป็นเปรต .เพราะห่มผ้ากาสาวพัสตร์ หลงใหลเงินทอง ที่คนเค้า ถวายพระพุทธเจ้า .อุตส่าห์อาสามาเป็นนักบวช
นี่.ก็เก็บมาเล่า ยิ่งเรื่องราว ของเทพดา อินทร์พรหม เค้ามีหูทิพย์ตาทิพย์ มองเห็นไปที่จิต .มีแสงสีเป็นอย่างไร เค้ารู้จักเรื่องแสงสีที่ปรากฏขึ้น .แสงสีของกรรม หรือ ของบุญกุศลบารมี แล้วเค้าก็เรื่องราวกฏระเบียบ หากไปส่งเสริมคนให้หลงใหล สร้างกรรม เค้าจะถูกลงโทษเค้าก็มีกฎระเบียบ ส่วนพวกที่ว่า อยากกินเครื่องเซ่น หิวโหย มีคนท่องคาถาอาคม ไปเรียกร้องผีมา .เค้าก็มาตาม .มาช่วยดูดกินน้ำเลือดน้ำหนองในกาย เพราะเป็นผีไม่มีบุญกุศลอะไร .หิวโหย เป็นเปรตอสุรกาย .
.คนเรามัน .พอมีอารมณ์กลัวเกิดขึ้น .กลัวอดอยาก กลัวไม่จะกิน.กลัวไม่ใครเป็นเพื่อน กลัวคนนั้นคนนี้ ว่าเรา .กลัวเค้าไม่รักเรา กลัวเค้าเห็นเราไม่สำคัญ กลัวไม่มีใครเค้ารู้จัก กลัวหวาดระแวง มันกลัวไปเสียทั้งหมด . เมื่อกลัว .จิตก็หวั่นไหว เรีนกร้อง ..ช่วยด้วย ๆ ยิ่งกาย.ไม่มีบุญมาหนุนนำ มีแต่กรรม อวิชชาก็ปกปิด ไปเสียทั้งหมด กายที่อาศัยเป็นตัวกรรม ก็มองไม่เห็น ยึดถือกาย จนวันตาย
.ความกลัวอีกแบบหนึ่ง กลัวจิตจะมีกรรม มีอารมณ์กรรม กลัวหลงใหลอารมณ์นึกคิดในตัวเอง .ก็เพียรมีสติสัมปชัญญะ ปลดอารมณ์นึกคิดนั้นทิ้งไป
โฆษณา