2 มี.ค. เวลา 03:00 • ธุรกิจ

บทที่ 17 : รอยรั่วในสมุดบัญชีสต็อก — ของใหม่ 4 กระสอบ ถูกนับเป็น 3 เพียงเพราะความเคยชินของสายตา...

กำไรที่แสดงในกระดาษอาจเป็นเพียงภาพลวงตา การตัดสินใจบนพื้นฐานข้อมูลที่ผิดเพี้ยน มีราคาแพงกว่าที่ Ethan จินตนาการไว้หลายเท่า
เสียงปากกาที่ Leon ขีดฆ่าลงบนสมุดบัญชี ดังสะท้อนในหัวของ Ethan เหมือนเสียงเตือนภัยของเรือที่กำลังรั่ว...
เช้าต้นเดือนพฤษภาคม แสงแดดอ่อนลอดผ่านกระจกหน้าร้านกระทบลงบนสมุดบัญชีที่ Ethan กำลังตั้งใจบันทึกตัวเลขรายวัน เขามั่นใจในตัวเลขตรงหน้าจนไม่เฉลียวใจว่ากำลังพลาดจุดสำคัญในการบันทึกจำนวนแป้งที่ Clara เพิ่งรับเข้าคลัง
ความผิดพลาดนี้ไม่ได้เกิดจากความอ่อนหัดด้านตัวเลข แต่เกิดจาก...
"กับดักทางสายตา — ภาพที่ดูเหมือนสมเหตุสมผลจนไม่ทำให้เขาต้องตั้งคำถาม" เมื่อช่วงสายที่ผ่านมา Clara ตะโกนบอกเขาว่าแป้งที่สั่งไว้มาส่งแล้ว เป็นจังหวะเดียวกับที่ Ethan ต้องออกไปช่วยรับลูกค้าที่หน้าร้านพอดี Ethan ชะโงกหน้ามองไปที่มุมห้องเก็บของ เห็นกระสอบแป้งวางเรียงกันอยู่ 4 ใบพอดี
เขาจำได้แม่นยำว่าช่วงเช้าตอนตรวจคลังก่อนเปิดร้าน เขายังเห็นแป้งในสต็อกที่ยกมาเหลืออยู่ 1 กระสอบ ดังนั้นในใจของเขาจึงประมวลผลทันทีว่า "ของเดิม 1 + ของใหม่มาเติม 3 = 4" เขาจึงลงบันทึกรับของเข้าเพียง 3 กระสอบ เพื่อให้ยอดรวมในสมุดตรงกับที่ตาเห็น โดยไม่ได้เดินไปหยิบใบส่งของจาก Clara มาตรวจสอบ
เย็นวันนั้น Leon เดินเข้ามาตรวจยอดสต็อกประจำวัน เขาหยิบใบส่งของไม่กี่ใบที่วางรวมกันอยู่หน้าเตาขึ้นมาไล่ดูตามปกติ ทว่าเพียงแค่กวาดสายตาเทียบกับบรรทัดการรับของที่ Ethan เพิ่งบันทึกเสร็จ คิ้วของเขาก็ขมวดเข้าหากันทันที
"Ethan... นายลงบันทึกรับแป้งวันนี้ 3 กระสอบงั้นเหรอ?"
Ethan ตอบด้วยความมั่นใจ "ใช่ครับคุณ Leon เมื่อเช้าเราเหลืออยู่ 1 กระสอบ พอของใหม่มาส่งผมเห็นมันวางอยู่ 4 กระสอบพอดี ผมเลยจดรับเพิ่มไป 3 กระสอบ เพื่อให้ยอดมันตรงกับความเป็นจริงครับ"
Leon นิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหยิบใบส่งของที่ Clara วางทิ้งไว้หน้าเตาขึ้นมา "นายพลาดแล้ว Ethan ใบส่งของระบุชัดเจนว่าวันนี้เขามาส่ง 4 กระสอบ ไม่ใช่ 3 กระสอบ"
Ethan ชะงัก "แต่... ถ้ามาส่ง 4 กระสอบ ยอดรวมมันต้องเป็น 5 กระสอบสิครับ ในเมื่อของเก่าเหลือ 1 กระสอบ"
"นั่นแหละคือปัญหา!" Leon ชี้ไปที่ถังพักแป้ง "แป้งเก่าหนึ่งกระสอบที่นายเห็นเมื่อเช้า พนักงานเบิกไปทำขนมปังรอบบ่ายจนเกลี้ยงตอนที่นายวุ่นอยู่หน้าร้านนานแล้ว! ส่วนแป้งสี่กระสอบนั่น คือของใหม่ที่เพิ่งมาส่งทั้งหมด
Leon ถอนหายใจยาวพลางเน้นย้ำ "การบันทึกของขาดไปเพียงหนึ่งหน่วย คือการทำบัญชีที่หลอกตัวเองและทำให้กำไรดูสูงกว่าความเป็นจริง เพราะต้นทุนที่ถูกใช้ไปไม่ถูกนับรวมในสมุด"
เมื่อจุดเริ่มต้นของวันบิดเบือน Leon จึงไม่วางใจ เริ่มตรวจสอบรายการอื่นอย่างเข้มงวดทันที เขาเดินตรงไปที่คลังเก็บเนยซึ่งเป็นวัตถุดิบราคาแพงที่สุดในร้าน "นอกจากเรื่องแป้ง ฉันเห็น 'ยอดเนย' ในสมุดบันทึกว่าเหลือ 10 หน่วย... หน่วยที่นายว่าคือกิโลกรัมหรือเป็นลัง?"
Ethan ชะงัก "เอ่อ... ผมนับตามจำนวนก้อนที่เห็นบนชั้นครับ"
"นั่นแหละคือหน่วยนับที่ไม่สอดคล้องกัน" Leon เคาะนิ้วลงบนสมุด "ในระบบเราซื้อเป็นลัง ลังละ 5 กิโลกรัม แต่นายบันทึกเป็นก้อนกิโลฯ บ้าง เป็นลังบ้าง พอตัวเลขมันปนกัน นายจะไม่มีทางรู้เลยว่าจริงๆ แล้ว เงินของเรากำลังละลายทิ้งไปพร้อมกับน้ำแข็งในตู้เก็บ (Icebox) เท่าไหร่"
Leon เดินไปที่มุมห้องเก็บของ รื้อลังไม้ที่วางซ้อนอยู่ลึกสุดจนเผยให้เห็นกระสอบแป้งที่ขอบเริ่มมีรอยหนูกัดและคราบชื้น "แล้วนี่อะไร? แป้งที่ชำรุดพวกนี้นายลงบันทึกไว้ตรงไหน?"
Ethan ก้มหน้า "ผม... ผมกำลังคิดว่าจะรอเคลมพร้อมกันสิ้นเดือนครับ เลยยังไม่ได้บันทึกตัดออก"
"สินค้าชำรุดที่ถูกซุกซ่อนไว้ ก็คือต้นทุนที่ตายแล้ว" Leon พูดพลางจ้องหน้า "ถ้านายไม่บันทึกว่ามันเสียตั้งแต่วันที่เจอ นายก็กำลังหลอกตัวเองว่าเรายังมีวัตถุดิบพร้อมใช้ ทั้งที่จริงๆ มันคือขยะที่รอวันโยนทิ้ง"
เขายังไม่หยุดเพียงแค่นั้น Leon พลิกสมุดบัญชีในมือ Ethan ด้วยสายตาคมกริบ ก่อนจะดึง สำเนาใบแจ้งหนี้ที่เขียนด้วยคาร์บอน อีกฉบับขึ้นมาเทียบกับยอดสต็อกวัตถุดิบที่เหลืออยู่
"แล้วนี่อะไร... แป้งสเปลท์ 5 กระสอบ ที่ Owen เพื่อนฉันมาขอแบ่งซื้อและจ่ายเงินสดไว้ตั้งแต่วันก่อน แต่นายเพิ่งมาขีดฆ่าตัดยอดออกจากสมุดเมื่อเช้านี้ใช่ไหม?"
"ใช่ครับ... ผมเห็นว่าของยังวางกองอยู่ที่เดิม Owen ยังไม่ได้มารับไป ผมจึงรอให้เขายกออกไปจากร้านก่อนค่อยลงบันทึกตัดยอด..."
"การตัดยอดไม่ตรงรอบ คือช่องโหว่ของการทุจริต!" Leon เตือนสติเสียงเข้ม "เงินเข้าลิ้นชักไปแล้ว แต่ในสมุดนายบอกว่าของยังอยู่ ถ้ามีคนแอบยกมันออกไป นายจะไม่มีวันรู้เลยว่าของหายไปตอนไหน เพราะบัญชีกับความจริงมันเดินคนละเวลากัน!"
สุดท้าย Leon เดินไปที่โต๊ะเตรียมวัตถุดิบแล้วหยิบกระปุกแยมขนาดเล็กที่วางอยู่ข้างตราชั่งขึ้นมา เขาหรี่ตามองป้ายที่ติดมาจากซัพพลายเออร์
"แยมพวกนี้เขาแถมมาให้ลองสูตรใหม่ใช่ไหม? ทำไมนายไม่ลงบันทึกรับเข้าคลังแยกเป็นรายการของแถม?"
"ก็มันได้มาฟรีนี่ครับคุณ Leon ผมคิดว่าจะผสมใช้ไปเลย เดือนนี้เราจะได้ประหยัดค่าวัตถุดิบลงไปอีกหน่อย" Ethan ตอบด้วยรอยยิ้มที่คิดว่าตัวเองทำได้ดี
"ความประหยัดที่ไม่มีการบันทึก คือยาพิษในการวางแผน!" Leon วางกระปุกแยมลงเสียงหนัก "ถ้านายใช้ของฟรีโดยไม่ลงบัญชี 'อัตราส่วนต้นทุน' ของเดือนนี้จะต่ำจนหลอกตา นายจะดีใจว่าร้านเราทำกำไรได้สูงขึ้น ทั้งที่ความจริงมันแค่โชคดีที่มีคนแถมของมาให้"
เขากดเสียงต่ำ "แล้วพอถึงเดือนหน้า เมื่อไม่มีของแถมและนายต้องกลับมาซื้อราคาเต็ม นายจะสับสนว่าทำไมต้นทุนถึงกระโดดขึ้นมา ทั้งที่พนักงานก็ใช้แยมเท่าเดิม นายจะไม่มีทางรู้เลยว่า 'ประสิทธิภาพการใช้วัตถุดิบ' ที่แท้จริงของร้านเราอยู่ที่ตรงไหน เพราะนายปล่อยให้ข้อมูลมันปนเปกันไปหมด"
Leon วางสมุดบัญชีเล่มหนากระแทกลงบนโต๊ะไม้ จนทำให้ฝุ่นแป้งสีขาวปลิวว่อนขึ้นมาในอากาศ Ethan ยืนนิ่ง เขาก้มมองรอยนิ้วมือของตัวเองที่เปื้อนคราบแป้งบนปกสมุด ความผิดพลาดที่ซุกไว้เริ่มส่งกลิ่นไม่แพ้วัตถุดิบที่เน่าเสีย
สายตาของ Leon ไม่ได้จ้องมองที่ใบหน้าของ Ethanอีกต่อไป เขาหยิบปากกาหมึกซึมด้ามเก่งขึ้นมา แล้วขีดเส้นใต้สองเส้นเน้นย้ำลงบนยอดรวมสุดท้ายที่ผิดเพี้ยน ปลายปากกาครูดกับกระดาษจนเกิดเสียงสากหู เป็นเสียงที่ Ethan รู้สึกว่ามันคือการปิดผนึกโอกาสในการแก้ตัวของเขาสำหรับวันนี้
ความเงียบในร้านเบเกอรี่ตอนนี้หนักอึ้งกว่ากระสอบแป้งสี่ใบนั้นเสียอีก และ Ethan รู้ดีว่านัดหมายในวันอาทิตย์ที่กำลังจะถึง ไม่ใช่แค่การสอนงาน แต่มันคือการพิสูจน์ว่าเขาจะยังมีสิทธิ์ถือสมุดบัญชีเล่มนี้ต่อไปหรือไม่
Leon เดินออกจากห้องเก็บของ ทิ้งให้ Ethan ยืนอยู่กับสมุดบัญชีที่ถูกขีดฆ่าและกองแป้งที่ไร้มูลค่าในมุมมืด ปลายปากกาที่ขีดเส้นใต้สองเส้นนั้นย้ำเตือนว่า กำไรที่หายไปไม่ได้เกิดจากยอดขายที่ลดลง แต่เกิดจากความจริงที่ถูกละเลยไว้ในบรรทัดฐานการทำงาน
📖[เบื้องหลังงานเขียน — บทที่ 17: รอยรั่วในสมุดบัญชีสต็อก]
เกียรติธร วีรอัศวปรีชา
#ธุรกิจ
#พัฒนาตัวเอง
#นิยายธุรกิจ
#ผู้ประกอบการ
#คลังสินค้า
โฆษณา