2 มี.ค. เวลา 09:17 • สุขภาพ

เมื่อฉันไม่ชอบตัวเองที่รู้สึกว่า “ไม่ถูกรัก”

บาดแผลเงียบในใจ ที่รอการกอดอย่างอ่อนโยน
มีความรู้สึกบางอย่างที่อยู่กับฉันมานาน
มันไม่ได้ดัง ไม่ได้รุนแรง
แต่มันอยู่เงียบ ๆ เหมือนเงาที่ตามมาตลอดชีวิต
ความรู้สึกว่า “ฉันคงไม่ใช่คนที่ใครจะเลือกก่อน”
ตอนเด็ก ฉันเคยยืนรอให้เพื่อนเลือกเข้าทีม
และชื่อของฉันมักถูกเรียกเป็นลำดับท้าย ๆ
ฉันเคยมั่นใจในบางสิ่ง
แต่กลับถูกถามว่า “แน่ใจนะ ทำได้จริงเหรอ?”
ไม่มีใครบอกตรง ๆ ว่าฉันไม่ดีพอ
แต่ประสบการณ์เล็ก ๆ เหล่านั้น
ค่อย ๆ ทำให้ฉันเริ่มสงสัยในตัวเอง
และมีอีกความรู้สึกหนึ่งที่ฉันไม่ค่อยพูดถึง
ฉันต้องการความปลอดภัย
ต้องการใครสักคนที่รับฟังโดยไม่รีบตัดสิน
แต่ฉันมักเลือกเก็บเงียบ
เพราะกลัวว่าจะเป็นภาระ
กลัวว่าจะมากเกินไปสำหรับใครบางคน
เมื่อความรู้สึกกลายเป็นความเชื่อ
ในทางจิตวิทยา เด็กเรียนรู้คุณค่าของตัวเองผ่านการตอบสนองของคนสำคัญในชีวิต (Bowlby, 1988)
หากความรักที่ได้รับไม่สม่ำเสมอ หรือเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน
เด็กอาจเติบโตมาพร้อมความกังวลว่าจะไม่ถูกรักอย่างมั่นคง (Ainsworth, 1979)
นี่ไม่ใช่เรื่องของการโทษใคร
แต่มันคือการทำความเข้าใจว่า
ทำไมบางหัวใจจึงอ่อนไหวกับการไม่ถูกเลือกมากกว่าคนอื่น
บางครั้งความคิดว่า
“ไม่มีใครอยากฟังเราหรอก”
อาจไม่ใช่ข้อเท็จจริงในวันนี้
แต่มันคือเสียงจากวันวานที่ยังไม่เคยถูกปลอบ
ความทุกข์ที่ซ้อนกันอย่างเงียบ ๆ
ชั้นแรกคือความโดดเดี่ยว
ชั้นที่สองคือการไม่ชอบตัวเองที่ยังรู้สึกโดดเดี่ยว
เราไม่ได้แค่เศร้า
แต่เรากำลังตำหนิตัวเองที่ยังเศร้า
แนวคิดเรื่อง Self-Compassion หรือการเห็นใจตัวเอง
ชี้ให้เห็นว่า ความเจ็บปวดจะทวีคูณเมื่อเราซ้ำเติมตัวเอง
และจะค่อย ๆ เบาลงเมื่อเราเปลี่ยนจากการตัดสิน
มาเป็นการโอบกอดความรู้สึกนั้นไว้ (Neff, 2011)
แทนที่จะถามว่า
“ทำไมฉันถึงอ่อนแอแบบนี้”
บางทีเราอาจลองกระซิบกับตัวเองว่า
“มันคงเหนื่อยมากเลยนะ ที่ต้องรู้สึกแบบนี้”
เพียงประโยคเดียว
ใจก็อาจอ่อนลงเล็กน้อย
บาดแผลเก่าไม่ได้หายไปเองเพราะเราโตขึ้น
งานด้าน Schema Therapy อธิบายว่า
ประสบการณ์ซ้ำ ๆ ในวัยเด็กสามารถก่อให้เกิดความเชื่อฝังลึก เช่น
“ฉันไม่ดีพอ”
หรือ “สุดท้ายฉันจะถูกทิ้ง” (Young, Klosko, & Weishaar, 2003)
เมื่อมีเหตุการณ์คล้ายเดิมเกิดขึ้นในปัจจุบัน
สมองจะดึงความทรงจำทางอารมณ์ขึ้นมาโดยอัตโนมัติ
เราจึงรู้สึกเจ็บมากกว่าที่สถานการณ์ตรงหน้าดูเหมือนจะเป็น
การตระหนักรู้ว่า
“นี่อาจเป็นเสียงจากอดีต ไม่ใช่ความจริงทั้งหมดของปัจจุบัน”
คือก้าวเล็ก ๆ ของการเยียวยา (Siegel, 2010)
บางที…เราแค่ต้องการพื้นที่ที่ไม่ต้องเข้มแข็ง
ถ้าในวัยเด็กเราไม่ค่อยถูกเลือก
วันนี้เราอาจเริ่มจากการเลือกตัวเองก่อน
เลือกที่จะยอมรับว่าตัวเองต้องการความรัก
เลือกที่จะพูดความต้องการเล็ก ๆ โดยไม่รู้สึกผิด
เลือกที่จะไม่เกลียดตัวเองในวันที่ยังไม่มั่นคง
ความอ่อนไหวไม่ได้ทำให้เราด้อยค่า
มันเพียงบอกว่าเรามีหัวใจที่รับรู้ความสัมพันธ์อย่างลึกซึ้ง
และบางที
การที่เรายังรู้สึกเจ็บกับคำว่า “ไม่ถูกรัก”
อาจไม่ได้แปลว่าเราอ่อนแอ
แต่มันแปลว่า
เรายังให้ค่ากับความรักอย่างจริงจัง
การเยียวยาไม่ใช่การทำให้ความรู้สึกหายไป
แต่คือการที่เราสามารถอยู่กับมันได้
โดยไม่ต้องเกลียดตัวเองอีกต่อไป
และบางที
การกอดที่เรารอคอยมานาน
อาจเริ่มต้นจากอ้อมแขนของเราเอง
อ้างอิง
Bowlby, J. (1988). A Secure Base: Parent-Child Attachment and Healthy Human Development. Basic Books.
Ainsworth, M. D. S. (1979). Infant–mother attachment. American Psychologist, 34(10), 932–937.
Neff, K. D. (2011). Self-Compassion: The Proven Power of Being Kind to Yourself. William Morrow.
Young, J. E., Klosko, J. S., & Weishaar, M. E. (2003). Schema Therapy: A Practitioner’s Guide. Guilford Press.
Siegel, D. J. (2010). Mindsight. Bantam Books.
บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อการสะท้อนตนเองและให้ความรู้ด้านจิตวิทยา หากความรู้สึกโดดเดี่ยวหรือสิ้นหวังรุนแรงและต่อเนื่อง ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิต
โฆษณา