2 มี.ค. เวลา 09:30 • ประวัติศาสตร์

ความฝันในหอแดง 76 หลิวเหล่าเลามาเยี่ยมครั้งที่สอง

พอผิงเอ๋อมาถึง ต่างพากันถามว่า
“คุณนายของเจ้าทำอะไรอยู่ ทำไมไม่มา”
ผิงเอ๋อยิ้มว่า “นางมีเวลาว่างเสียที่ไหน นางบ่นว่าไม่มีของดีกิน แต่มาไม่ได้ จึงให้ข้ามาถามว่า ยังพอมีอีกไหม ให้ข้านำกลับไปให้กินที่บ้าน”
เซียงหยุนว่า “มีสิ เยอะเลย”
แล้วสั่งให้คนคัดตัวใหญ่พิเศษใส่กล่องไปสิบกว่าตัว
ผิงเอ๋อว่า “เอาตัวสะดือป้าน 团脐 ไปด้วย หลายตัวหน่อย”
(สะดือป้าน 团脐 หมายถึงปูตัวเมีย ปูตัวผู้สะดือแหลม 尖脐)
ทุกคนลากตัวผิงเอ๋อไว้จะให้นั่ง ผิงเอ๋อไม่ยอมนั่ง หลี่หวานจ้องนางแล้วว่า
“ข้าบอกให้นั่ง”
แล้วฉุดให้นั่งลงข้างตัว รินเหล้าจอกหนึ่งจ่อไปที่ปากนาง
ผิงเอ๋อรีบดื่มอึกหนึ่ง แล้วลุกขึ้นจะกลับ หลี่หวานว่า
“ข้าไม่ให้กลับ เห็นชัดว่าเจ้ามีแต่ยายหนูเฟิ่ง ไม่ฟังคำข้าแล้ว”
แล้วหันมาสั่งพวกหม่อมอว่า
“เอากล่องไปส่งก่อน แล้วบอกว่า ข้าให้ผิงเอ๋ออยู่ต่อ”
แม่บ้านผู้หนึ่งนำกล่องไปส่งแล้วนำกล่องกลับมา บอกว่า
“คุณนายรองว่า “บอกพวกคุณนายและคุณหนูว่า อย่าหัวเราะนางว่ามาขอกิน ในกล่องนี้ มีขนมไส้กระจับ และเปาะเปี๊ยะมันไก่ให้พวกคุณนายคุณหนูชิม ท่านน้าหญิงให้ข้ามาเมื่อครู่” ”
แล้วหันมาหาผิงเอ๋อว่า
“คุณนายว่า “ข้าใช้เจ้ามา เจ้าเห็นแก่กินไม่ยอมกลับ ดื่มให้น้อยหน่อย” ”
ผิงเอ๋อยิ้มว่า “ดื่มมากแล้วไง นางจะทำอะไรข้า”
ว่าแล้วก็ทั้งดื่ม ทั้งกินปู
หลี่หวานลูบนางแล้วยิ้มว่า
“น่าเสียดาย หน้าตางดงามปานนี้กลับมีชะตาสามัญต้องมาทำงานรับใช้ คนที่ไม่รู้คงต้องคิดว่าเจ้าเป็นคุณหญิงคุณนาย”
ผิงเอ๋อกินไปคุยไปกับเป่าไชเซียงหยุน หันมายิ้มว่า
“คุณนายอย่าลูบข้าอย่างนั้น มันจักจี้”
หลี่สื้อว่า “ไอ้หยะ ของแข็งๆ นี่อะไร”
ผิงเอ๋อว่า “กุญแจ”
หลี่สื้อว่า “มีของสำคัญอะไรกลัวคนขโมยถึงต้องพกติดตัว ข้าเจอใครก็บอกเขาว่า พระถังอัญเชิญพระคัมภีร์มีม้าขาวมาบรรทุก หลิวจื้อหย่วน 刘智远 พิชิตใต้หล้าได้ชุดเกราะจากปีศาจแตง มียายหนูเฟิ่งต้องมีเจ้า เจ้าคือกุญแจสารพัดนึกของคุณนายของเจ้า ยังจะเอากุญแจดอกนี้ไปทำอะไร”
(หลิวจื้อหย่วน 刘智远 ปฐมกษัตริย์ราชวงศ์ฮั่นยุคหลัง 后汉 สมัยห้าราชวงศ์ 五代 ตำนานว่าถูกพี่เขยกลั่นแกล้งให้ไปเฝ้าสวนแตงหวังให้ถูกปีศาจเล่นงาน หลิวจื้อหย่วนปราบปีศาจแตงได้ตำราพิชัยสงครามและยุทโธปกรณ์นำไปปราบแผ่นดินตั้งตัวเป็นกษัตริย์)
ผิงเอ๋อยิ้มว่า “คุณนายดื่มมากไป เอาข้ามาล้อเล่นอีกแล้ว”
เป่าไชยิ้มว่า “นี่เรื่องจริง ตอนพวกเราว่างเคยถกกันว่า พวกเจ้าล้วนจัดเป็นหนึ่งในร้อย แต่ละคนมีดีของตัวเอง”
หลี่หวานว่า “ใหญ่น้อยล้วนมีลิขิตฟ้า อย่างเช่นเรือนเหล่าไท่ไท่ หากไม่มีแม่นางยวนยาง 鸳鸯 จะเป็นอย่างไร นับแต่ไท่ไท่ลงมา มีใครกล้าต่อปากต่อคำกับเหล่าไท่ไท่บ้าง แต่นางกล้า เหล่าไท่ไท่ฟังนางอยู่คนเดียว เหล่าไท่ไท่ต้องแต่งตัวอย่างไรใครจำได้ แต่นางจำได้ หากไม่มีนางคอยดูแล เหล่าไท่ไท่ไม่รู้ถูกคนหลอกเงินไปแล้วเท่าไร ถึงอย่างนั้น นางก็เป็นคนตรง ช่วยพูดเสนอข้อดีของผู้อื่นเสมอ ทั้งไม่เคยวางอำนาจรังแกใคร”
ซีชุนยิ้มว่า “เมื่อวานเหล่าไท่ไท่ยังพูดเองว่า นางดีกว่าพวกเราทุกคนเสียอีก”
ผิงเอ๋อว่า “นางดีอยู่แล้ว พวกเราเทียบนางได้อย่างไร”
เป่าวี่ว่า “เรือนไท่ไท่มีไฉ่สยา 彩霞 นางเป็นคนซื่อ”
ทั่นชุนว่า “ใช่สิ ดูซื่อแต่ในใจร้อยเล่ห์ ไท่ไท่เป็นคนธรรมะธัมโมไม่ค่อยสนใจอะไร พวกเจ้าก็รู้ ทุกเรื่องล้วนนางคอยดูแล แม้แต่นายท่านออกจากบ้านไปทำเรื่องเล็กเรื่องใหญ่ นางรู้หมด ไท่ไท่ลืม นางก็แอบเตือน”
หลี่หวานว่า “ช่างเถิด”
แล้วหันมาชี้เป่าวี่ว่า
“เรือนนายน้อยผู้นี้ ถ้าไม่ใช่สีเหยิน พวกเจ้าคิดดู จะเข้ารกเข้าพงไปถึงไหน ส่วนยายเฟิ่ง ต่อให้เป็นฉู่ป้าหวางยกติ่งหนักพันชั่งได้ด้วยสองแขน หากไม่ใช่สาวใช้ผู้นี้ (ผิงเอ๋อ) นางจะจัดการได้รอบด้านอย่างนี้หรือ”
ผิงเอ๋อว่า “พวกเรามาพร้อมนางแต่งเข้ามาด้วยกันสี่คน (สาวใช้ที่ติดตามเจ้าสาวมาจากบ้านเดิม) ที่ตายก็ตายไป ที่ลาก็ลาไป เหลือข้าเป็นผีอ้างว้างอยู่คนเดียว”
หลี่หวานว่า “เจ้ายังถือว่าโชคดี ยายหนูเฟิ่งก็โชคดี คิดถึงเมื่อตอนที่นายใหญ่จู 珠大爷 ของพวกเจ้ายังอยู่ (สามีของหลี่หวาน) ข้าก็มีสาวใช้สองคน พวกเจ้าก็เห็นว่าข้าเป็นคนผ่อนปรนเพียงใด วันวันเห็นพวกนางหน้างอ พอนายท่านจูไม่อยู่แล้ว ข้าก็ถือโอกาสที่พวกนางยังสาวแต่งพวกนางออกไป หากมีสักคนที่ข้าพอเก็บรักษาไว้ได้ ก็เหมือนมีแขนขา”
ว่าแล้วก็อดไม่ได้ ขอบตาแดงขึ้นมา
ทุกคนจึงว่า “จะเสียใจด้วยเรื่องนี้อีกทำไม พวกเราแยกย้ายกันดีกว่า”
ต่างล้างมือแล้วนัดกันว่าไปเยี่ยมแม่เฒ่าเจี่ยกับหวางฮูหยินดีกว่า
พวกแม่บ้านกับสาวใช้เข้ามาเก็บกวาดศาลา สีเหยินกับผิงเอ๋อเดินออกมาด้วยกัน สีเหยินเชิญผิงเอ๋อไปดื่มน้ำชาที่เรือน
ผิงเอ๋อว่า “ไม่ดื่มชาแล้ว ไว้ค่อยมาใหม่”
แล้วก็จะเดินกลับ
สีเหยินเรียกนางไว้ แล้วถามว่า “เงินเดือนเดือนนี้ทั้งของเรือนเหล่าไท่ไท่ กับไท่ไท่ก็ยังไม่จ่าย เกิดอะไรขึ้น”
ผิงเอ๋อหันกลับ เดินมาหาสีเหยิน ดูว่าไม่มีใครแล้วกล่าวค่อยๆ กับสีเหยินว่า
“ท่านอย่าเพิ่งถาม อีกไม่เกินสองวันก็น่าจะออกแล้ว”
สีเหยินยิ้มว่า “เกิดอะไรขึ้น ทำไมเจ้าต้องมีท่าทางอย่างนี้ด้วย”
ผิงเอ๋อกระซิบกระซาบบอกว่า
“เงินเดือนเดือนนี้ คุณนายเบิกมาไว้นานแล้ว เอาไปปล่อยกู้ รอไว้เก็บดอกเบี้ยรวมได้ครบก็จะจ่าย นี่เป็นเจ้าข้าถึงได้บอก อย่าไปบอกใครต่ออีกล่ะ”
สีเหยินยิ้มว่า “นางยังเงินขาดมือไม่พอใช้อีกหรือ หรือว่าไม่ยอมพอ ถึงต้องยุ่งยากอย่างนี้”
ผิงเอ๋อยิ้มว่า “อย่างกับไม่เคย หลายปีมานี้ นางเอาเงินก้อนนี้หมุนมาได้หลายร้อย เงินส่วนของนางเองก็ไม่ใช้ แปดตำลึงสิบตำลึงแม้แต่เงินปลีกก็เอาไปปล่อย ลำพังดอกเบี้ยบนเงินส่วนของนาง ไม่ถึงปีก็ได้พันกว่าตำลึงเงิน”
สีเหยินยิ้มว่า “พวกเจ้านายบ่าวเอาเงินของพวกเราไปหาดอกเบี้ย แล้วปล่อยให้พวกเรารอไป”
ผิงเอ๋อว่า “เจ้ายังมาพูดตัดรอน หรือเงินของเจ้าไม่พอใช้”
สีเหยินว่า “ไม่ใช่ไม่พอ ข้าก็ไม่รู้จะเอาไปใช้ที่ไหน เพียงแต่ข้าต้องตระเตรียมให้คนของพวกเราอีกคน (เป่าวี่)”
ผิงเอ๋อว่า “ถ้าเจ้ามีเรื่องจำเป็นต้องใช้เงิน ที่ข้ายังมีหลายตำลึง เจ้าเอาไปใช้ก่อน พอถึงเดือนข้าค่อยหักจากส่วนของเจ้า”
สีเหยินว่า “ตอนนี้ไม่ต้องใช้ ไว้ต้องใช้แล้วไม่พอ ข้าจะให้คนไปเอาที่เจ้า”
ผิงเอ๋อรับคำแล้วเดินออกมาจากอุทยาน พอดีพบสาวใช้ที่พี่เฟิ่งส่งมาตาม บอกว่า
“คุณนายมีธุระรอเจ้าอยู่”
ผิงเอ๋อว่า “มีเรื่องอะไรสำคัญนัก คุณนายใหญ่รั้งข้าไว้สนทนา ข้าก็ไม่ได้หนีไปไหน ให้คนมาตามเสียหลายเที่ยว”
สาวใช้ผู้นั้นว่า “เรื่องนั้นข้าไม่รู้ มีอะไรแม่นางไปถามคุณนายเอง”
ผิงเอ๋อครางว่า “ดีละ พวกเจ้าชักจะเอาใหญ่แล้ว”
พอกลับมาถึง พี่เฟิ่งไม่อยู่บ้าน เห็นหลิวเหล่าเลา 刘老老 กับปั่นเอ๋อ 板儿 ที่เคยมาขอความช่วยเหลือทางการเงิน 打抽丰 เมื่อก่อนหน้า นั่งอยู่ในห้องสนทนาอยู่กับภรรยาจางไฉ 张材家的 และภรรยาโจวยุ่ย 周瑞家的 สาวใช้สองสามคนเทพืชไร่ออกจากกระสอบลงบนพื้นมี พุทราแดง ฟักทองและพืชผัก พอเห็นผิงเอ๋อเดินเข้ามา ก็ลุกขึ้นยืน หลิวเหล่าเลาเคยมาเมื่อคราวก่อนรู้ฐานะของนาง จึงรีบก้าวลงมาถามว่า
“แม่นางสบายดี” แล้วกล่าวต่อว่า
“ทางบ้านฝากมาอวยพร ข้าอยากจะมาคารวะอวยพรคุณนายอาก่อนหน้า แต่งานไร่ยุ่งมาก ปีนี้ผลผลิตอุดมสมบูรณ์เก็บเกี่ยวได้มากขึ้นสองต้าน 两石 นี่เป็นพืชผลที่เก็บเกี่ยวได้เที่ยวแรก ไม่ได้ไว้ขาย คัดเอาสุดยอดมาแสดงน้ำใจให้คุณนายอากับแม่นางได้ชิม พวกแม่นางกินแต่ของดีดีทั้งวันอาจจะเลี่ยน จะได้กินพืชผักบ้าง”
(สองต้าน 两石 ; 石 เป็นหน่วยวัดน้ำหนักจะออกเสียงว่า ต้าน ไม่ใช่ สือ)
ผิงเอ๋อรีบตอบว่า “ขอบคุณที่มีน้ำใจ”
แล้วเชิญให้นั่ง ตัวเองก็นั่งลงแล้วว่า
“อาหญิงจาง แม่ใหญ่โจว เชิญนั่ง”
แล้วหันมาสั่งเด็กรับใช้ว่า
“ไปรินน้ำชา”
ภรรยาโจวยุ่ยและจางไฉยิ้มว่า
“แม่นางวันนี้หน้าตาเปล่งปลั่ง ขอบตาก็ยังแดง”
ผิงเอ๋อยิ้มว่า “ก็ใช่สิ ตอนแรกข้าไม่อยากดื่ม คุณนายใหญ่กับพวกคุณหนูรั้งตัวข้าไว้มอมเหล้า เสียไม่ได้ดื่มไปสองจอก หน้าจึงแดง”
ภรรยาจางไฉยิ้มว่า “ข้าเองอยากดื่ม ไม่เห็นมีใครให้ดื่ม พรุ่งนี้มีคนมาเชิญแม่นางก็พาข้าไปด้วย”
ว่าแล้วก็พากันหัวเราะ
ภรรยาโจวยุ่ยว่า “เช้าขึ้นมา ข้าก็เห็นปูพวกนั้นแล้ว ชั่งหนึ่งเพียงสองสามตัว สามตะกร้าใหญ่คิดแล้วน่าจะมีเจ็ดแปดสิบชั่ง หากแบ่งให้ทั้งเบื้องบนเบื้องล่าง กลัวว่าคงยังไม่พอ”
ผิงเอ๋อว่า “ใครว่าได้ทุกคน พวกมีชื่อหน่อยคงได้กินสองตัว ที่เหลือก็ได้บ้าง ไม่ได้บ้าง”
หลิวเหล่าเลาว่า “ปูพวกนี้ ปีนี้ราคาชั่งละห้าเฟิน 五分 สิบชั่งห้าเฉียน 五钱 ห้าห้ายี่สิบห้าคือสองตำลึงครึ่ง สามห้าสิบห้าตำลึง บวกค่าเหล้าค่าผักรวมแล้วยี่สิบกว่าตำลึงเงิน อามิตาภพุทธ เงินมื้อนี้ ชาวไร่อย่างพวกเรากินได้หนึ่งปีกว่า”
ผิงเอ๋อถามว่า “ท่านคงมาหาคุณนาย”
หลิวเหล่าเลาว่า “ได้พบแล้ว แต่บอกให้พวกเรารอ”
ว่าแล้วก็มองท้องฟ้านอกหน้าต่างว่า
“ฟ้าใกล้ค่ำแล้ว พวกเราคงต้องรีบไป ออกจากเมืองไม่ได้จะลำบาก”
ภรรยาโจวยุ่ยว่า “รอเดี๋ยวข้าเข้าไปดูให้”
แล้วลุกออกไป หายไปครึ่งวัน กลับมายิ้มบอกว่า
“ยายเฒ่าโชคดี ต้องชะตากับนายท่านทั้งสอง”
พวกผิงเอ๋อถามว่า “อย่างไรกัน”
ภรรยาโจวยุ่ยยิ้มว่า “คุณนายรองอยู่กับเหล่าไท่ไท่ ข้าเข้าไปกระซิบบอกคุณนายรองว่า
“ยายเฒ่าหลิวจะกลับบ้านแล้ว กลัวว่าค่ำแล้วออกจากเมืองไม่ได้”
คุณนายรองว่า “ทางไกลมาก อุตส่าห์ขนของเหล่านี้มาให้ ค่ำแล้วให้พักสักคืนหนึ่งเถิด พรุ่งนี้ค่อยกลับ”
นี่มิใช่ต้องชะตาคุณนายรองหรอกหรือ
เหล่าไท่ไท่พอได้ยินก็ถามว่า
“ยายเฒ่าหลิวเป็นใคร”
คุณนายรองอธิบายให้ฟัง เหล่าไท่ไท่จึงว่า
“ข้ากำลังคิดอยู่ว่าอยากได้คนรุ่นราวคราวเดียวกันมาคุยเป็นเพื่อน เชิญมาพบข้าที”
นี่มิใช่ต้องชะตาเข้าด้วยอีกท่านหรือ”
ว่าแล้วก็เร่งหลิวเหล่าเลาให้รีบตามมา
หลิวเหล่าเลาว่า “สภาพข้าอย่างนี้ จะให้เข้าไปพบได้อย่างไร อาหญิงคนดี ท่านช่วยบอกว่าข้ากลับไปแล้ว”
ผิงเอ๋อรีบแทรกว่า “ท่านรีบเข้าไปเถิด ไม่เป็นไรหรอก เหล่าไท่ไท่ของพวกเราเอ็นดูผู้ชราฐานะยากจน ไม่เหมือนพวกเสแสร้งหลอกลวงหรอก ข้าว่าท่านอาจประหม่า ข้ากับแม่ใหญ่โจวจะเข้าไปเป็นเพื่อน”
ว่าแล้วนางกับภรรยาโจวยุ่ยก็พาหลิวเหล่าเลามาพบแม่เฒ่าเจี่ย
พวกบ่าวที่ประตูสองเห็นผิงเอ๋อเดินออกมาต่างรีบลุกขึ้น สองคนวิ่งเข้ามาหาเรียกผิงเอ๋อว่า
“แม่นาง”
ผิงเอ๋อถามว่า “มีอะไรว่ามา”
บ่าวผู้นั้นว่า “ตอนนี้ก็สายแล้ว แม่ข้าไม่สบาย รอข้าไปตามหมอ แม่นางคนดี ข้าขอลางานครึ่งวันได้หรือไม่”
ผิงเอ๋อว่า “พวกเจ้าตกลงกันดีแล้ว ลางานวันละคน ไม่ยอมบอกคุณนาย มาคอยตื๊อเอากับข้า วันก่อนจู้เอ๋อ 住儿 ลา นายรองตามหาไม่พบ ข้าต้องรับหน้าแทน วันนี้ถึงตาเจ้า”
ภรรยาโจวยุ่ยว่า “แม่ของเขาป่วยจริง แม่นางช่วยรับปากให้เขาไปเถิด”
ผิงเอ๋อว่า “พรุ่งนี้ก็รีบมาแต่เช้า ฟังนะ ข้ายังมีเรื่องใช้งานเจ้า อย่านอนจนแดดส่องก้นค่อยมา ไปเที่ยวนี้ บอกว่างเอ๋อ 旺儿 ด้วยว่า คุณนายถามถึงดอกเบี้ยที่ค้างอยู่ หากพรุ่งนี้ยังไม่จ่าย คุณนายก็ไม่เอาแล้ว ให้ดีรีบส่งมา”
บ่าวผู้นั้นยิ้มระรื่นรีบรับคำ
ตอนก่อนหน้า : กินปูชมเบญจมาศ
ตอนถัดไป : เรื่องเล่าหลิวเหล่าเลา

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา