Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
กุ้ยหลิน
•
ติดตาม
26 ก.พ. เวลา 09:58 • ประวัติศาสตร์
ความฝันในหอแดง 75 กินปูชมเบญจมาศ
ชั่วเวลาไม่ถึงมื้อข้าว ทั้งสิบสองหัวข้อก็เสร็จเรียบร้อย คัดลอกแล้วส่งให้หยิงชุน หยิงชุนหยิบกระดาษคลื่นหิมะ 雪浪笺 กระดาษขาวพิเศษมีความหนามีลายคลื่น คัดลอกบทกลอนตามลำดับหัวข้อ กำกับชื่อฉายาผู้ประพันธ์ไว้ หลี่หวานอ่านดูความว่า
忆菊 蘅芜君
โหยหาเบญจมาศ จอมขิงหอม
怅望西风抱闷思,蓼红苇白断肠时。
空篱旧圃秋无迹,瘦月清霜梦有知。
念念心随归雁远,寥寥坐听晚砧痴。
谁怜我为黄花病,慰语重阳会有期。
เหม่อมองตามลมประจิมรันทดท้อ
พงเหลี่ยวแดงอ้อขาวพาเหงาเศร้า
ไร้มาลีในสวนเดิมรั้วว่างเปล่า
น้ำค้างหนาวจันทร์เหงาเฝ้าพียงฝัน
ใจโบยบินตามห่านป่าล่องทักษิณ
แว่วเสียงหินซักผ้ากระแทกกระทั้น
น่าเวทนาเพ้อมาลีเหลืองรำพัน
ปลอบจำนรรจ์วันฉงหยางมาพบพาน
(ห่านป่าล่อง 归雁 วสันตฤดูห่านป่าบินขึ้นเหนือ สารทฤดูห่านป่าบินล่องใต้ คำว่า ห่านป่าล่อง 归雁 จึงหมายถึง สารทฤดู)
(ดอกเบญจมาศเบ่งบานในสารทฤดู 秋 วันฉงหยาง 重阳节 เป็นวันเทศกาลชมดอกเบญจมาศ)
访菊 怡红公子
เสาะหาเบญจมาศ คุณชายชื่นแดง
闲趁霜晴试一游,酒杯药盏莫淹留。
霜前月下谁家种?槛外篱边何处秋?
蜡屐远来情得得,冷吟不尽兴悠悠。
黄花若解怜诗客,休负今朝挂杖头。
ยามว่างวันฟ้าใสลองเที่ยวท่อง
จมหม่นหมองกับยาเหล้าเขลาไฉน
เสาะหาแต่น้ำค้างเช้าจนจันทร์อำไพ
อยู่ริมรั้วมาแต่ไหนงามตระการ
สวมเกี๊ยะเดินทางไกลตั้งใจหา
สุนทรีรมย์ชมมาลาว่ากลอนขาน
แม้นมาลีเหลืองซึ้งถึงกวีกานต์
แขวนไม้เท้า กลับบ้านกัน เช้าวันนี้
(เกี๊ยะเคลือบไข 蜡屐 เหมาะสำหรับสวมเดินทางไกลเพราะไม้เกี๊ยะนั้นทนทาน ต่อมาสื่อความหมายถึง มีเวลาว่าง)
种菊 怡红公子
ปลูกเบญจมาศ คุณชายชื่นแดง
携锄秋圃自移来,篱畔庭前故故栽。
昨夜不期经雨活,今朝犹喜带霜开。
冷吟秋色诗千首,醉酹寒香酒一杯。
泉溉泥封勤护惜,好知井径绝尘埃。
นำจอบมาย้ายมาลัยไว้ในแปลง
ตั้งใจแต่งแต้มข้างรั้วริมสวน
เมื่อคืนฝนผิดฤดูมาแปรปรวน
เช้าไร้มวลน้ำค้างแข็งแสนยินดี
กวีขับชมมาลีหนึ่งพันบท
สุธารสหนึ่งจอกธรณีเป็นสักขี
หมั่นรดน้ำพรวนดินกายใจพลี
รู้วิถีหลุดพ้นโลกีย์คาว
对菊 枕霞旧友
พบเบญจมาศ สหายเก่าหนุนแสงสาง
别圃移来贵比金,一丛浅淡一丛深。
萧疏篱畔科头坐,清冷香中抱膝吟。
数去更无君傲世,看来惟有我知音!
秋光荏苒休孤负,相对原宜惜寸阴。
ย้ายมาจากแปลงไกลค่าดังทอง
จดจ้องกอหนึ่งจืดจางกอหนึ่งเข้มข้น
นวลนางนั่ง ริมรั้ว หมองมัวหม่น
ท่ามเสาวคนธ์ กอดเข่า เหงาขับครวญ
พินิจบุปผาไยโลกหล้าไม่นำพา
มีเพียงข้ารู้ใจเจ้ากำสรวล
สารทฤดูผันผ่านวานทบทวน
มิคืนหวนควรถนอมตรองจงดี
(นวลนาง, อิสตรี คือ 科头 = ไม่สวมหมวก : สตรีจีนโบราณไม่สวมหมวก)
供菊 枕霞旧友
ประดับเบญจมาศ สหายเก่าหนุนแสงสาง
弹琴酌酒喜堪俦,几案婷婷点缀幽。
隔坐香分三径露,抛书人对一枝秋。
霜清纸帐来新梦,圃冷斜阳忆旧游。
傲世也因同气味,春风桃李未淹留。
ดีดพิณพลางร่ำสุราเคียงมาลี
วางโต๊ะข้างช่างสุนทรีศรีสง่า
นั่งตรงข้ามยังระรื่นชื่นนาสา
วางตำรามาดอมดมชมมาลี
แต่งเติมฝันกว่าภาพแต้มมุ้งกระดาษ
แดดบ่ายสาดรำลึกวันชมสวนศรี
สองเราต่างเดียดฉันท์เชิงโลกีย์
ทรัพย์ศักดิ์ศรีเสน่หามิอาลัย
咏菊 潇湘妃子
ชมเบญจมาศ พระสนมเซียวเซียง
无赖诗魔昏晓侵,绕篱欹石自沉音。
毫端蕴秀临霜写,口齿噙香对月吟。
满纸自怜题素怨,片言谁解诉秋心。
一从陶令评章后,千古高风说到今。
วิญญาณกวีค่ำเช้าเฝ้ารุมเร้า
นั่งโขดเขาเลาะรั้วก่อเค้าโครงคร่าว
ปลายพู่กันจดจารยามน้ำค้างหนาว
ชื่นสุคนธ์คราวกล่าวกลอนอัมพรเพ็ญ
ทั่วทั้งหน้าสาธยายความขุ่นข้อง
เพียงคำสองมิพอคลายความทุกข์เข็ญ
เถาเฉียนเขียนบรรยายซ่อนกายเร้น
ยังเป็นที่กล่าวขานนับพันปี
(เถาเฉียน 陶潜 หรือ เถายวนหมิง 陶渊明 กวีสมัยจิ้นตะวันออก ลาออกจากราชการไปทำนาไร่ เขียนบทกวีกสิกรรม ถึงชีวิตอันเรียบง่ายเป็นที่กล่าวขาน)
画菊 蘅芜君
วาดเบญจมาศ จอมขิงหอม
诗馀戏笔不知狂,岂是丹青费较量。
聚叶泼成千点墨,攒花染出几痕霜。
淡浓神会风前影,跳脱秋生腕底香。
莫认东篱闲采掇,粘屏聊以慰重阳。
ร่ายกลอนจบจรดพู่กันดังคลุ้มคลั่ง
ประดังสีเขียวแดงแข่งกันใหญ่
สะบัดหมึกพันหยดเป็นกลุ่มใบ
กลีบดอกใส่น้ำค้างแข็งแฝงรอยเร้น
หนักเบาใกล้ไกลไกวกวัดพัดพระพาย
เสร็จละม้ายมาลีใต้ข้อมือหอมเด่น
อย่าหลงเป็นเบญจมาศมาเด็ดเล่น
ประดับฉากเป็นที่ระลึกวันฉงหยาง
(รั้วบูรพา 东篱 ในที่นี้ (และบทถัดไป) หมายถึงเบญจมาศ จากบทกวีของ เถาเฉียน 陶潜 ว่า “เด็ดเบญจมาศจากรั้วบูรพา 采菊东篱下” )
问菊 潇湘妃子
ถามเบญจมาศ พระสนมเซียวเซียง
欲讯秋情众莫知,喃喃负手叩东篱。
孤标傲世偕谁隐,一样花开为底迟?
圃露庭霜何寂寞,鸿归蛩病可相思?
休言举世无谈者,解语何妨话片时。
ใคร่ไต่ถามทุกข์สุขสารทใครรู้ได้
มือไพล่หลังค่อยสอบถามความบุปผา
เจ้าโอหังหรือไฉนจึงได้อยู่เอกา
ล้วนมาลาเช่นกันไยถึงบานช้า
น้ำค้างลงในสวนชวนเปลี่ยวเหงา
จิ้งหรีดเศร้าห่านป่าหวนคำนึงหา
มิพักถามความให้วิสัชนา
แม้นรู้ภาษามาเล่าสู่กันฟัง
簪菊 蕉下客
แซมเบญจมาศ แขกใต้ตอง
瓶供篱栽日日忙,折来休认镜中妆。
长安公子因花癖,彭泽先生是酒狂。
短鬓冷沾三径露,葛巾香染九秋霜。
高情不入时人眼,拍手凭他笑路旁。
เด็ดดอกมาประดับแจกันทุกวันวุ่น
ส่องคันฉ่องแซมมุ่นหาใช่ทุกวันวี่
แต่คุณชายฉางอันนิยมทัดมาลี
พอกับที่ท่านเผิงเจ๋อติดสุรา
ผมบางสั้นเสียบแซมแต้มน้ำค้าง
ผ้าโพกด่างดวงประทินกลิ่นบุปผา
ผู้ไร้สุนทรีไม่เข้าใจไม่เข้าตา
จึงได้มาปรบมือเย้ยไยไพ
(คุณชายฉางอัน 长安公子 คือ ตู้มู่ 杜牧 มหากวีสมัยถัง เป็นชาวกรุงฉางอัน ชอบทัดดอกไม้)
(ท่านเผิงเจ๋อ 彭泽先生 คือ เถาเฉียน หรือ เถายวนหมิง เคยรับราชการประจำการที่เผิงเจ๋อ จึงเรียก ท่านเผิงเจ๋อ นอกจากเป็นกวี ยังติดสุรา มีเงินมาลงไหเหล้าหมด)
菊影 枕霞旧友
เงาเบญจมาศ สหายเก่าหนุนแสงสาง
秋光叠叠复重重,潜度偷移三径中。
窗隔疏灯描远近,篱筛破月锁玲珑。
寒芳留照魂应驻,霜印传神梦也空。
珍重暗香休踏碎,凭谁醉眼认朦胧。
เงาเบญจมาศซ้อนซ่อนเป็นเชิงชั้น
ค่อยเคลื่อนผันผายผ่านย่านเร้นร่าง
แสงโคมจางลอดหน้าต่างเงาดวงด่าง
แสงจันทร์สร้างเงาวิจิตรรั้วระแนง
วิญญาณควรอยู่คู่เงาทอทาบ
เพียงภาพฝันเงาอาบน้ำค้างแข็ง
ถนอมค่าอย่าเหยียบย่ำภาพสำแดง
เมามายมิแจ่มแจ้งเงาพร่ามัว
(ย่านปลีกวิเวก, ที่เร้นกาย 三径 : 三径 หมายถึง สามทาง เจ้าฉี 赵岐 ปลายสมัยฮั่นตะวันออกบันทึกไว้ว่า :
ปลายสมัยฮั่นตะวันตก หวางหม่าง 王莽 ชิงบัลลังก์ฮั่นตั้งราชวงศ์ซิน เจี่ยงสวี่ 蒋诩 ผู้ว่ามณฑลหยั่นโจว 兖州 ลาออกไม่ต้องการรับราชการอีกต่อไป กลับไปอยู่บ้านตัดเส้นทางเข้าบ้านเอาไว้สามทาง สำหรับหลบเลี่ยงไม่ต้องการพบใคร
คำว่า 三径 สามเส้นทาง จึงใช้ในความหมาย ที่ซ่อนเร้นกายปลีกวิเวก)
菊梦 潇湘妃子
ฝันเบญจมาศ พระสนมเซียวเซียง
篱畔秋酣一觉清,和云伴月不分明。
登仙非慕庄生蝶,忆旧还寻陶令盟。
睡去依依随雁断,惊回故故恼蛩呜。
醒时幽怨同谁诉:衰草寒烟无限情。
ริมรั้วฝันวันสารทตื่นแจ่มใส
เมฆหรือจันทร์ใครเคียงฝันมิทันเห็น
จวงจื่อฝันผีเสื้อแต่ข้ามุ่งเซียนเป็น
รำลึกเช่นเถาปฏิญาณถึงมาลัย
ฝันโบยบินตามห่านป่ามาสะบั้น
จักจั่นระงมร้องก้องกวนใหญ่
ตื่นขุ่นข้องจะฟ้องร้องผู้ใด
คงทิ้งไว้กับหญ้าเฉาหมอกหนาวเย็น
(เถา 陶 คือ เถาเฉียน 陶潜 หรือ เถายวนหมิง 陶渊明 )
残菊 蕉下客
เบญจมาศโรย แขกใต้ตอง
露凝霜重渐倾欹,宴赏才过小雪时。
蒂有馀香金淡泊,枝无全叶翠离披。
半床落月蛩声病,万里寒云雁阵迟。
明岁秋风知再会,暂时分手莫相思。
น้ำค้างแข็งหนาหนักก้านมาลีหักเอียง
งานเลี้ยงเลิกราถึงคราย่างเข้าเหมันต์
กลีบสีทองพร่องกระเปาะซีดสีสัน
ใบทยอยกันร่วงโรยโปรยสู่ดิน
จักจั่นครวญคร่ำจันทร์อำลา
เมฆฟ้าหนาวห่านป่าล่าล่องทักษิณ
ปีหน้าคงมีสารทใหม่ให้ยลยิน
ฤดูสิ้นชั่วเพลาอย่าอาวรณ์
อ่านหนึ่งบท ชมหนึ่งบท ต่างคนต่างชมมิขาดตอน หลี่หวานว่า
“ถึงเวลาข้าตัดสิน เมื่ออ่านดูทั้งหมดแล้ว แต่ละคนมีข้อดีของตนเอง วันนี้ขอตัดสินให้ ชมเบญจมาศเป็นที่หนึ่ง ถามเบญจมาศเป็นที่สอง ฝันเบญจมาศเป็นที่สาม” หัวข้อนั้นสดใหม่ ความคิดยิ่งแปลกใหม่
(ทั้งสามบทล้วนเป็นของพระสนมเซียวเซียง)
ถัดจากนั้น รองลงไปคือ แซมเบญจมาศ พบเบญจมาศ ประดับเบญจมาศ วาดเบญจมาศ โหยหาเบญจมาศ
จากนั้นก็เป็นการผลัดกันตั้งข้อสังเกต และแสดงความเห็นเป็นรายคำที่โดดเด่น ปิดท้ายโดยเป่าวี่ว่า
“วันนี้ข้าก็ได้ที่โหล่อีก พรุ่งนี้ว่างๆ ข้าจะแต่งคนเดียวทั้งสิบสองหัวข้อ”
หลังจากวิจารณ์กันเสร็จแล้ว ก็ให้นำปูมากินกันอีกที่โต๊ะกลมตัวกลาง
เป่าวี่ยิ้มว่า “วันนี้พวกเรามากินปูชมดอกหอมหมื่นลี้ มิอาจไม่มีบทกลอน ข้าได้คิดแต่งเอาไว้แล้ว มีใครจะแต่งอีก”
ว่าแล้วก็รีบล้างมือ หยิบพู่กันมาเขียนส่งให้ทุกคนได้ดู ความว่า
持螯更喜桂阴凉,泼醋擂姜兴欲狂。
饕餮王孙应有酒,横行公子竟无肠。
脐间积冷馋忘忌,指上沾腥洗尚香。
原为世人美口腹,坡仙曾笑一生忙。
ถือก้ามปูชูใจ ใต้ร่มหอมหมื่นลี้
ราดสายชูขิงบด ดีใจเจียนบ้า
ท่านชายตะกละ เรียกร้องร่ำสุรา
คุณชายเดินข้าง หามีไส้พุง
ไม่สนใจหมอ ให้ระวังเย็นท้อง
อร่อยต้องเลียนิ้ว ล้างแล้วยังหอมฟุ้ง
ชาวโลกว่า ดีเด็ดเอร็ดปรุง
เซียนตงพอว่า ยุ่งทั้งชีวิตคิดแต่กิน
(ตะกละ : เทาเที่ย 饕餮 เป็นโอรสองค์ที่ห้าของพญามังกร นิสัยดุร้ายเห็นแก่กิน นามเทาเที่ยจึงใช้ในความหมายว่า ตะกละ)
(คุณชายเดินข้าง 横行公子 หมายถึงปู เพราะเดินไม่ตรง คำว่า 横行 (เดินข้าง) จึงมีความหมายว่าเกกมะเหรกเกเรด้วย)
(เซียนตงพอ หมายถึง มหากวีซูตงพอ 苏东坡 คนยกย่องเรียกเป็นเซียนว่า พอเซียน 坡仙)
ไต้วี่หัวเราะว่า “อย่างนี้ยังนับเป็นกลอนด้วยหรือ เขียนอีกร้อยบทก็ยังได้”
เป่าวี่ยิ้มว่า “เจ้าจนปัญญาจะว่ากลอนแล้ว ยังมีหน้ามาสบประมาทผู้คน”
ไต้วี่ไม่ตอบ เชิดหน้าว่ากลอนเบาๆ แล้วตวัดพู่กันจดว่า
铁甲长戈死未忘,堆盘色相喜先尝。
螯封嫩玉双双满,壳凸红脂块块香。
多肉更怜卿八足,助情谁劝我千觞。
对兹佳品酬佳节,桂拂清风菊带霜。
สวมชุดเกราะอาวุธยาววายมิลืม
จัดบนจานปลื้มสีสันอันเอมอิ่ม
เนื้อสองก้ามขาวราวหยกอันนุ่มนิ่ม
น่าลองลิ้มมันปูแดงแน่นกระดอง
ยังมีเนื้อเพิ่มเติมในแปดขา
โอษฐ์โอชาเชิญมาดื่มพันจอกฉลอง
อาหารคู่เทศกาลชมเบญจมาศทอง
หอมหมื่นลี้ต้องน้ำค้างกลางสายลม
เป่าวี่อ่านแล้วเอ่ยชม ไต้วี่พลันฉีกทิ้งสั่งคนนำไปเผา แล้วยิ้มว่า
“ที่ข้าแต่งเทียบของเจ้าไม่ได้ เผาทิ้งดีกว่า ที่เจ้าแต่งดีกว่ากลอนชมเบญจมาศก่อนหน้าเสียอีก เก็บเอาไว้ให้ผู้อื่นได้ชื่นชม”
เป่าไชยิ้มว่า “ข้าจะลองฝืนแต่งดูบ้าง อาจจะไม่ดีก็ลองเล่นขำ ๆ ”
ว่าแล้วก็เขียนออกมาว่า
桂霭桐阴坐举觞,长安涎口盼重阳。
眼前道路无经纬,皮里春秋空黑黄。
เย็นยกจอกใต้ร่มถงหอมกุ้ยฮวา
พวกตะกละฉางอัน มาฉลองฉงหยาง
ไม่รู้หนเหนือหนใต้ไม่มองทาง
ในกระดองว่างว่างไร้มันเติม
(กุ้ยฮวา 桂花 ดอกหอมหมื่นลี้)
(ฉงหยาง 重阳 เทศกาลชมดอกเบญจมาศ)
(ฉางอัน 长安 เป็นชื่อเมืองหลวง ยังตีความได้ว่า ชาวกรุง
ปูคือ คุณชายเดินข้าง จึงเดินไม่มองทาง ; เดินข้าง 横行 ยังหมายถึงเกเร
พวกตะกละฉางอันไม่มองทาง คือ พวกคุณชายชาวกรุงจอมตะกละและเกเร)
(ในกระดองว่างว่างไร้มันเติม 皮里春秋空黑黄 หมายถึง ในกะโหลกว่างว่างไร้มันสมอง
皮里春秋 เป็นสำนวน คือ สิ่งที่ซ่อนอยู่ภายใน ; 皮 คือ ผิว สำหรับปูคือกระดอง ; 黑黄 มันปูมีสีดำและสีเหลืองคละกัน)
กลอนของเป่าไชเต็มไปด้วยความหมายแฝง พออ่านแล้วอดชมไม่ได้ เป่าวี่ว่า
“ด่าได้ดี กลอนของข้าคงต้องเผาทิ้งเหมือนกัน”
แล้วอ่านต่อว่า
酒未涤腥还用菊,性防积冷定须姜。
于今落釜成何益?月浦空馀禾黍香。
เหล้าไม่ดับกลิ่นคาวใช้เบญจมาศ
ท้องอาจเย็นจำต้องใช้ขิงเสริม
จับปูลงหม้อต้มดับเหิมเกริม
ปูรสเดิม หอมข้าวฟ่าง น้ำเคียงจันทร์
พออ่านจบ ต่างก็ว่า “บทกินปูนี้ดีเยี่ยม ถึงแม้เป็นหัวข้อเล็กๆ แต่แฝงความหมายยิ่งใหญ่ นับว่ามีความสามารถ เพียงแต่เหน็บแนมเจ็บแสบไปหน่อย”
แล้วก็เห็นผิงเอ๋อเดินเข้าอุทยานมา
(จบบทที่สามสิบแปด)
ตอนก่อนหน้า : งานเลี้ยงชมหอมหมื่นลี้
https://www.blockdit.com/posts/699c1cfdaa591e2b14228208
ตอนถัดไป : หลิวเหล่าเลามาเยี่ยมครั้งที่สอง
บันทึก
2
ดูเพิ่มเติมในซีรีส์
ความฝันในหอแดง
2
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย