Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
กุ้ยหลิน
•
ติดตาม
23 ก.พ. เวลา 09:25 • ประวัติศาสตร์
ความฝันในหอแดง 74 งานเลี้ยงชมหอมหมื่นลี้
เช้าวันรุ่งขึ้น เซียงหยุนเชิญพวกแม่เฒ่าเจี่ยมาชมดอกหอมหมื่นลี้ 桂花 (กุ้ยฮวา) พวกแม่เฒ่าเจี่ยว่า
“ในเมื่อนางนึกสนุก ก็ควรสนองอารมณ์สุนทรีของนาง”
เวลาเที่ยงวัน แม่เฒ่าเจี่ยนำหวางฮูหยิน พี่เฟิ่ง อีกทั้งแม่น้าเซวียมายังอุทยาน แม่เฒ่าเจี่ยถามว่า
“ไปที่ไหนดี”
หวางฮูหยินว่า “สุดแต่เหล่าไท่ไท่อยากไปที่ไหน ก็ไปที่นั่น”
พี่เฟิ่งว่า “จัดโต๊ะไว้แล้วที่ศาลาหอมรากบัว 藕香榭 หอมหมื่นลี้สองต้นบนเนินเขาที่นั่นงดงามมาก น้ำในลำธารใสดังมรกต นั่งชมธรรมชาติบนศาลากลางน้ำสุขกายสบายอารมณ์”
แม่เฒ่าเจี่ยว่า “ดีมาก” แล้วนำคณะมายังศาลาหอมรากบัว
ศาลาหอมรากบัวตั้งอยู่กลางสระ มีหน้าต่างทั้งสี่ทิศ ซ้ายขวามีระเบียง ศาลาคร่อมน้ำไปเชื่อมเขา มีสะพานไม้ไผ่คดเคี้ยว พอเดินขึ้นสะพานไม้ไผ่ พี่เฟิ่งเข้ามาพยุงแม่เฒ่าเจี่ยแล้วว่า
“บรรพชนก้าวเดินได้ไม่ต้องกลัว ไม้ไผ่จะส่งเสียงลั่นเป็นธรรมดา”
พอเข้ามาในศาลา เห็นนอกรั้วลูกกรงมีโต๊ะไม้ไผ่สองตัว ตัวหนึ่งวางจอกตะเกียบและเครื่องสุรา อีกตัวหนึ่งวางถ้วยแปรงและเครื่องชงชา ด้านนั้นมีสาวใช้สามสี่คนตั้งเตาชงชา ด้านนี้มีพวกสาวใช้ตั้งเตาอุ่นเหล้า แม่เฒ่าเจี่ยยิ้มว่า
“ชานี้ดูท่าจะเป็นชาดี สถานที่และอุปกรณ์สะอาดสะอ้าน”
เซียงหยุนยิ้มว่า “ทั้งหมดนี้พี่เป่าช่วยข้าจัดเตรียม”
แม่เฒ่าเจี่ยว่า “ข้าถึงว่าเด็กคนนี้ละเอียดรอบคอบ คิดทำอะไรได้เหมาะสม”
แล้วมองไปที่เสา เห็นแขวนคำกลอนคู่ลงรักสีดำประดับมุก จึงสั่งเซียงหยุนให้อ่านให้ฟังว่า
芙蓉影破归兰桨,菱藕香深泻竹桥。
พายมู่หลานคืนเรือนแหวกเงาพุดตาน
สะพานไม้ไผ่ขจรฟุ้งหอมรากบัว
(兰桨 พายไม้มู่หลาน 木兰 ; มู่หลานคือ magnolia ไม่มีชื่อไทย สกุลเดียวกับมณฑา ยี่หุบ)
แม่เฒ่าเจี่ยฟังจบเงยหน้ามองป้ายขวางด้านบน แล้วหันมาหาแม่น้าเซวียว่า
“สมัยข้ายังเล็ก ที่บ้านก็มีศาลาลักษณะนี้เรียกว่า หอหนุนแสงสาง 枕霞阁 (เจิ่นสยาเก๋อ) ตอนนั้นอายุราวพี่น้องสตรีพวกนี้ มานั่งเล่นกันที่ศาลาแทบทุกวัน วันหนึ่งก้าวพลาดเกือบจมน้ำตายกว่าจะช่วยขึ้นมาได้ หัวกระแทกหมุดไม้จนแตก ทุกวันนี้ยังเป็นรอยยุบราวนิ้วมืออยู่ข้างขมับ คนกลัวกันว่าจะทำให้ข้าอ่อนแอกลัวถูกน้ำถูกลม ใครจะรู้ว่าข้ากลับแข็งแรงดี”
พี่เฟิ่งยิ้มแล้วพูดแทรกว่า “หากเป็นอะไรไปในครานั้น ใครจะมานั่งเสพสุขแทนอยู่ทุกวันนี้ บรรพชนมีโชควาสนาอยู่ไม่น้อย ภูตและเทพจึงช่วยเปิดหลุมยุบไว้เก็บวาสนาอายุขัย เฒ่าเทพอายุขัย 寿星老儿 บนศีรษะก็มีหลุมยุบบรรจุหมื่นวาสนาหมื่นอายุขัย จนล้นศีรษะพองโตออกมา”
พูดไม่ทันจบ แม่เฒ่าเจี่ยกับพวกก็หัวเราะจนตัวงอ
แม่เฒ่าเจี่ยหัวเราะว่า “เจ้าลิงน้อยนิสัยไม่ดี ชอบเอาข้าไปล้อเล่น ไว้ข้าจะฉีกปากเจ้า”
พี่เฟิ่งว่า “พูดถึงเรื่องกินปู ข้าเกรงว่าท้องไส้จะเย็น จึงหยอกให้บรรพชนได้หัวเราะเรียกน้ำย่อย พอชอบใจกินมากอีกสักสองตัวก็ไม่เป็นไร”
แม่เฒ่าเจี่ยยิ้มว่า “ตั้งแต่พรุ่งนี้ไปข้าจะให้เจ้าติดตามข้าทั้งวันทั้งคืน ข้าจะได้หัวเราะบ่อยๆ ไม่ปล่อยให้เจ้ากลับบ้าน”
หวางฮูหยินยิ้มว่า “เหล่าไท่ไท่ชอบใจนาง นางจึงเคยตัว ท่านพูดอย่างนี้ พรุ่งนี้นางยิ่งไปกันใหญ่”
แม่เฒ่าเจี่ยยิ้มว่า “ข้ากลับชอบให้นางเป็นอย่างนี้ อีกทั้งแท้จริงแล้วนางไม่ใช่เด็กไม่รู้ที่ต่ำที่สูง เวลาอยู่บ้านไม่มีคนนอก พวกสะใภ้ทั้งหลายก็ควรพูดคุยหยอกล้อกันบ้าง เพียงแต่อย่าให้เลยเถิดเกินงาม จะนิ่งเป็นผีพรายเทพเจ้าไปทำไมกัน”
ทั้งคณะเข้ามานั่งในศาลา ดื่มชาเสร็จ พี่เฟิ่งจัดแจงวางถ้วยตะเกียบ โต๊ะตรงหน้าสำหรับแม่เฒ่าเจี่ย แม่น้าเซวีย เป่าไช ไต้วี่ เป่าวี่ โต๊ะข้างตะวันออก เซียงหยุน หวางฮูหยิน หยิงชุน ทั่นชุน ซีชุน โต๊ะข้างตะวันตก ว่างไว้สองที่สำหรับหลี่หวานและพี่เฟิ่ง แต่ทั้งสองไม่ได้นั่ง แยกกันคอยรับใช้อยู่ข้างโต๊ะแม่เฒ่าเจี่ยและหวางฮูหยิน
พี่เฟิ่งกำชับบ่าวว่า “ปูอย่าเอามามาก ทิ้งไว้ในซึ้งนึ่ง เอามาสิบตัว หมดแล้วค่อยเอามาใหม่”
สั่งให้เอาน้ำมาล้างมือ แล้วยืนแกะปูอยู่หน้าแม่เฒ่าเจี่ย เนื้อปูที่ได้เที่ยวแรกจะให้แม่น้าเซวีย
แม่น้าเซวียว่า “ข้าแกะเองอร่อยกว่า ไม่ต้องให้ข้า”
พี่เฟิ่งจึงส่งให้แม่เฒ่าเจี่ย เที่ยวที่สองจึงให้เป่าวี่ แล้วสั่งว่า
“ต้มเหล้าให้เดือดแล้วยกมา”
จากนั้น สั่งสาวใช้ให้เตรียมผงถั่วเขียวรมด้วยใบเบญจมาศ และเกสรหอมหมื่นลี้ เอาไว้ใช้ล้างมือดับกลิ่นคาว
เซียงหยุนกินปูพอเป็นพิธีไปตัวหนึ่งแล้วลุกออกมา เดินมาด้านนอกสั่งให้ตักอาหารสองจานให้น้าหญิงเจ้ายกเข้าไป พี่เฟิ่งเดินออกมาบอกว่า
“เจ้าไม่เคยรับรองแขก 张罗 ไปกินต่อเถิด ข้าข่วยรับรองเอง เลิกแล้วข้าค่อยไปกิน”
เซียงหยุนไม่ยอม ทั้งยังสั่งให้จัดโต๊ะอีกสองโต๊ะไว้ที่ระเบียง ให้ยวนยาง หู่พ่อ ไฉ่สยา ไฉ่หยุน ผิงเอ๋อไปนั่งกินกัน ยวนยางหันมายิ้มกับพี่เฟิ่งว่า
“คุณนายคอยรับใช้ที่นี่ ข้าไปกินก่อนละ”
พี่เฟิ่งว่า “พวกเจ้าไปเถิด ทางนี้เป็นธุระของข้า”
เซียงหยุนกลับไปนั่งที่โต๊ะ พี่เฟิ่งกับหลี่หวานรีบกินตามมีตามเกิด
พี่เฟิ่งกลับเข้าไปคอยบริการ สักพักเดินออกมาที่ระเบียงเห็นพวกยวนยางกำลังกินกันอย่างเอร็ดอร่อย พอเห็นพี่เฟิ่ง พวกยวนยางก็ลุกขึ้นว่า
“คุณนายออกมาทำไมอีก น่าจะให้พวกเรากินกันต่ออีกหน่อย”
พี่เฟิ่งยิ้มว่า “ยายยวนยางม้าดีดกะโหลกร้ายขึ้นทุกวัน ข้าช่วยรับภาระแทนเจ้า ยังไม่รู้คุณกลับมาโทษข้า ยังไม่รีบรินเหล้ามา”
ยวนยางยิ้มแล้วรีบรินเหล้ายื่นไปยังริมฝีปากพี่เฟิ่ง พี่เฟิ่งยืดคอมาดื่มจนหมด หู่พ่อ ไฉ่สยารินอีกจอกยื่นมายังริมฝีปากพี่เฟิ่ง พี่เฟิ่งดื่มด้วยอาการเดียวกัน ผิงเอ๋อจิ้มไข่ปูส่งมาให้
พี่เฟิ่งว่า “น้ำส้มสายชูกับขิงด้วย” กินจนหมด แล้วว่า
“พวกเจ้ากินต่อ ข้าไปละ”
ยวนยางยิ้มว่า “น่าไม่อาย กินของพวกเรา”
พี่เฟิ่งยิ้มว่า “อย่ามาปากเสียกับข้า เจ้ารู้ว่านายรองเหลียน 琏二爷 ชอบเจ้า จะขอเหล่าไท่ไท่ให้เจ้าเป็นเมียน้อย 小老婆”
ยวนยางหน้าแดง ผงกหัวโพล่งออกมาว่า
“เอ้า เป็นคุณนายยังพูดแบบนี้ได้ ข้าไม่เอามือคาวๆ นี่ป้ายหน้าท่านคงไม่ได้แล้ว”
ว่าแล้วก็เอามือเลอะจะมาป้ายหน้า
พี่เฟิ่งว่า “พี่คนดี ละเว้นข้า”
หู่พ่อยิ้มว่า “ยายยวนยางจะลงมือแล้ว ยายผิงยังเฉยอยู่ได้ กินปูไม่ถึงสองตัว แต่กินน้ำส้ม (หึง) ไปจานใหญ่”
ผิงเอ๋อแกะปูอยู่จนไข่ปูเลอะเต็มมือ พอถูกสบประมาทก็ลุกขึ้นจะป้ายหน้าหู่พ่อ ยิ้มแล้วด่าว่า
“ยายดีดกะโหลกมาเล่นลิ้น”
หู่พ่อหลบ ผิงเอ๋อถลันไปป้ายใส่หน้าพี่เฟิ่งพอดิบพอดี พี่เฟิ่งกำลังหยอกล้อกับยวนยางอยู่ ไม่ทันระวังสะดุ้งร้อง“ไอ้หยา” ทุกคนอดไม่ได้ต้องหัวเราะ
พี่เฟิ่งก็อดหัวเราะไม่ได้แล้วด่าว่า
“นางอีตัว ข้าจะควักลูกตาเจ้า มาป้ายหน้าแม่”
ผิงเอ๋อรีบเข้ามาเช็ดหน้าให้ แล้วจะไปตักน้ำ
ยวนยางว่า “อามิตาภพุทธ นี่กรรมสนองทันตาเห็น”
แม่เฒ่าเจี่ยได้ยินเสียงหัวเราะจึงถามว่า
“มีเรื่องสนุกอะไรกัน มาเล่าให้ข้าฟัง จะได้หัวเราะด้วย”
พวกยวนยางรีบตะโกนฟ้องว่า
“คุณนายรองมาแย่งกินปู ผิงเอ๋อโมโห เอาไข่ปูป้ายหน้า นายบ่าวทะเลาะกัน”
แม่เฒ่าเจี่ยกับพวกหวางฮูหยินพากันหัวเราะ
แม่เฒ่าเจี่ยหัวเราะว่า “สงสารนาง เอาขาเล็กกับไส้ปูให้นางเถิด”
พวกยวนยางหัวเราะขานรับแล้วตะโกนว่า
“ขาเล็กเต็มโต๊ะเลย คุณนายรองเชิญ”
พี่เฟิ่งหัวเราะ ล้างหน้าแล้วกลับเข้ามาคอยรับใช้แม่เฒ่าเจี่ย
ไต้วี่ไม่ค่อยอยากอาหาร กินเนื้อก้ามปูไปหน่อยก็ลุกออกจากโต๊ะ แม่เฒ่าเจี่ยไม่กินต่อแล้ว ทุกคนล้างมือแล้วออกเดินเที่ยวชมดอกไม้ ชมน้ำชมปลา หวางฮูหยินถามแม่เฒ่าเจี่ยว่า
“ที่นี่ลมแรง เพิ่งกินปูเข้าไปด้วย เหล่าไท่ไท่กลับเรือนพักผ่อนก่อนดีไหม หากชอบใจ วันพรุ่งนี้ค่อยมาใหม่”
แม่เฒ่าเจี่ยยิ้มว่า “ใช่แล้ว ข้ากลัวว่าพวกเจ้ากำลังเพลิดเพลิน ข้าไม่ไป จะทำให้พวกเจ้าหมดสนุก ในเมื่อบอกอย่างนี้ พวกเราก็ไปกันเถิด”
แล้วหันมากำชับเซียงหยุนว่า
“อย่าให้พี่เป่าของเจ้ากินมากเกินไป”
เซียงหยุนรับคำ แล้วแม่เฒ่ายังย้ำกับเซียงหยุน เป่าไชว่า
“พวกเจ้าสองคนก็อย่ากินมาก ถึงปูจะอร่อย แต่กินแล้วไม่ดี กินมากจะปวดท้อง”
ทั้งสองรีบรับคำ ส่งแม่เฒ่าออกจากอุทยานแล้ว กลับมาถึงก็สั่งให้เก็บอาหารที่เหลือแล้วจัดโต๊ะใหม่ เป่าวี่ว่า
“ไม่ต้องจัดโต๊ะตามพิธี พวกเราจะต่อกลอนกัน เอาโต๊ะกลมใหญ่ไว้ตรงกลางวางอาหารไว้ ไม่กำหนดที่นั่ง ใครอยากกินก็กิน นั่งกระจายกันไป ไปง่ายกว่าหรือ”
เป่าไชว่า “พูดถูกทีเดียว”
เซียงหยุนว่า “ถึงอย่างนั้น ยังมีคนอื่นอีกที่ต้องกิน”
แล้วสั่งให้ตั้งโต๊ะอีกตัวหนึ่ง เลือกปูร้อนๆ มา เชิญพวกสีเหยิน จื่อเจวียน ซือฉี สื้อซู ยู่ฮว่า อิงเอ๋อ ชุ่ยม่อมานั่ง ให้ปูเสื่อสองที่ตรงลาดเขาใต้ต้นหอมหมื่นลี้ให้พวกแม่บ้านสาวใช้นั่งกินดื่มกันตามสบาย จะเรียกใช้ค่อยมา
เซียงหยุนนำหัวข้อกลอนออกมาใช้เข็มกลัดเข้ากับผนัง ทุกคนอ่านดูแล้วต่างว่า
“แปลกใหม่ แต่กลัวจะแต่งไม่ออก”
เซียงหยุนจึงบอกเรื่องไม่กำหนดอักษรสัมผัส
เป่าวี่ว่า “นี่จึงสมเหตุผล ข้าไม่ชอบที่สุดคืออักษรสัมผัส”
ไต้วี่ดื่มสุราไม่มากและไม่กินปู จึงสั่งให้นำเบาะมาวางพิงลูกกรงแล้วนั่งลงตกปลา เป่าไชถือกิ่งกุ้ยฮวาเล่นอยู่พักหนึ่ง แล้วไปพิงลูกกรงหน้าต่างเด็ดเกสรทิ้งลงน้ำล่อปลาให้โผล่มาแย่งกิน เซียงหยุนเหม่อลอยอยู่พักหนึ่ง แล้วเดินไปบอกพวกสีเหยินและพวกที่นั่งบนลาดเขาให้กินกันตามสบาย ทั่นชุน หลี่หวาน ซีชุนยืนกันใต้ต้นหลิ่วชมนกเป็ดน้ำและนกกระยาง หยิงชุนนั่งร้อยดอกมะลิตามลำพังอยู่ใต้ร่มดอกไม้ เป่าวี่ยืนดูไต้วี่ตกปลาครู่หนึ่ง เดินไปคุยกับเป่าไช แล้วไปนั่งดื่มกับพวกสีเหยิน สีเหยินแกะเนื้อปูให้
ไต้วี่วางคันเบ็ด เดินเข้ามาหาที่นั่ง หยิบกาเหล้าเหมยดำดอกไม้เงิน เลือกเอาจอกหินสบู่สีขาวเหมือนไห่ถังรูปใบตองมาถือไว้ สาวใช้เห็นจึงรีบมาจะช่วยริน
ไต้วี่ว่า “เจ้ากินของเจ้าไป ข้ารินของข้าเองสุนทรีกว่า”
แล้วรินเหล้าเพียงครึ่งจอก ปรากฏว่าเป็นสุราเหลือง ไต้วี่จึงว่า
“ข้ากินปูไปหน่อย รู้สึกเจ็บหน้าอก ต้องหาเหล้าร้อนๆ ดื่มสักคำ”
เป่าวี่รีบบอกว่า “มีเหล้าร้อน”
แล้วสั่งให้นำสุราแช่ดอกไหมเหอฮวน 合欢花 ไปอุ่นมาหนึ่งกา ไต้วี่ดื่มเพียงหนึ่งคำแล้ววางลง
(จอกรูปใบตองเป็นจอกขนาดเล็กสุด ใส่เหล้าได้ปริมาณน้อย ไต้วี่ยังรินเพียงครึ่งจอก ทั้งยังดื่มเพียงหนึ่งคำ คือดื่มได้น้อย)
เป่าไชรีบนำจอกมารินบ้าง ดื่มหนึ่งคำแล้ววางลง หยิบพู่กันจุ่มหมึกเดินไปที่กำแพง วาดตะขอที่หัวข้อแรก 《โหยหาเบญจมาศ 忆菊》 เขียนอักษร “เหิง 蘅” ด้านล่างแทนชื่อย่อของฉายานาง (จอมขิงหอม 蘅芜君 เหิงหวูจวิน)
เป่าวี่รีบบอกว่า “พี่คนดี ข้อสองข้าคิดได้สี่วรรคแล้ว ให้ข้าเถิด”
เป่าไชยิ้มว่า “ข้าเพิ่งเลือกหัวข้อเดียว เจ้าก็รีบร้อนขนาดนี้”
ไต้วี่ไม่พูดจา เดินมารับพู่กันไปวาดตะขอที่หัวข้อแปด 《ถามเบญจมาศ 问菊》 ตามด้วยข้อสิบเอ็ด 《ฝ้นเบญจมาศ 菊梦》 แล้วลงอักษร “เซียว 潇”
เป่าวี่หยิบพู่กันมาวาดตะขอข้อสอง 《เสาะหาเบญจมาศ 访菊》 แล้วลงอักษร “หยี 怡”
ทั่นชุนลุกขึ้นมายืนมองแล้วว่า
“ยังไม่มีใครแต่ง 《แซมเบญจมาศ 簪菊》 ข้าแต่งเอง”
เซียงหยุนเดินมาหยิบพู่กันวาดตะขอข้อสี่ข้อห้า 《พบเบญจมาศ 对菊》《ประดับเบญจมาศ 供菊》 ทีเดียวสองข้อ แล้วลงอักษร “เซียง 湘”
ทั่นชุนว่า “เจ้าก็ควรตั้งฉายาด้วย”
เซียงหยุนยิ้มว่า “ถึงบ้านข้าจะมีศาลาหลายหลัง แต่ข้าไม่ได้อาศัยอยู่ เอาชื่อมาใช้ก็ไม่น่าสนใจ”
เป่าไชยิ้มว่า “เมื่อครู่ เหล่าไท่ไท่ว่า บ้านพวกเจ้ามีศาลากลางน้ำเรียกว่า หอหนุนแสงสาง 枕霞阁 ถึงแม้บัดนี้ไม่อยู่แล้ว เจ้าก็นับเป็นนายเก่า”
เป่าวี่ไม่รอเซียงหยุน ป้ายคำว่า “เซียง 湘” ทิ้ง แก้ให้ใหม่เป็น “สยา 霞”
ตอนก่อนหน้า : บทกวีของเซียงหยุน
https://www.blockdit.com/posts/6996df0191d57c938e9b16e8
ตอนถัดไป : กินปูชมเบญจมาศ
https://www.blockdit.com/posts/69a0195e9e8891793bab9ff6
บันทึก
2
ดูเพิ่มเติมในซีรีส์
ความฝันในหอแดง
2
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย