3 มี.ค. เวลา 02:09 • ธุรกิจ

ถอดบทเรียน Cambricon พลิกนรกสงครามเทคโนโลยี จากเกือบล้มละลาย สู่ป้อมปราการ AI จีน

ลองจินตนาการภาพตามดูนะครับ สมมุติว่าเราสร้างบริษัทเทคโนโลยีขึ้นมาด้วยสองมือ ปลุกปั้นจนมันกำลังจะกลายเป็นบริษัทระดับโลก
แต่จู่ ๆ มหาอำนาจอย่างสหรัฐอเมริกากลับชี้หน้าบอกว่า ห้ามใครบนโลกใบนี้ทำธุรกิจกับบริษัทของเราเด็ดขาด
มันไม่ใช่แค่การกีดกันทางการค้าทั่วไป แต่มันคือการตัดท่อน้ำเลี้ยงและยึดทุกเครื่องมือที่จำเป็นในการทำธุรกิจไปจนหมดสิ้น…
ผู้เชี่ยวชาญทั่วโลกต่างมองด้วยสายตาเวทนาและพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า บริษัทแห่งนี้เตรียมตัวล้มละลายได้ภายในไม่กี่เดือน
เหตุการณ์นี้ไม่ได้เป็นเพียงพล็อตในภาพยนตร์ แต่มันเกิดขึ้นจริงในเดือนธันวาคมปี 2022 กับบริษัท AI สัญชาติจีนแห่งหนึ่ง
แต่แทนที่บริษัทนี้จะล้มหายตายจากไปตามที่ทุกคนคาดการณ์ เวลาผ่านไปไม่ถึง 3 ปี พวกเขากลับสร้างปาฏิหาริย์…
ในช่วงครึ่งแรกของปี 2025 บริษัทที่ทุกคนคิดว่าตายไปแล้ว กลับประกาศตัวเลขรายได้ 2,880 ล้านหยวน
ที่น่าตกใจไปกว่านั้นคือพวกเขาสามารถฟันกำไรสุทธิไปได้ถึง 1,380 ล้านหยวน พลิกนรกกลับมาผงาดได้อย่างน่าชื่นชม
นี่คือเรื่องราวของบริษัทออกแบบชิปที่มีชื่อว่า Cambricon
เรื่องราวทั้งหมดต้องย้อนกลับไปที่จุดเริ่มต้นของชายหนุ่มที่มีชื่อว่า Chen Tianshi
เขาไม่ใช่วิศวกรธรรมดา แต่เป็นอัจฉริยะตัวจริงที่เรียนจบปริญญาเอกด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์ตั้งแต่อายุเพียง 24 ปี
หลังจากนั้นเขากับพี่ชายที่ชื่อ Chen Yunji ได้เข้าไปทำงานเป็นนักวิจัยอยู่ที่ Chinese Academy of Sciences…
ในช่วงเวลานั้นกระแสเรื่อง AI กำลังเริ่มก่อตัวและมาแรงไปทั่วโลก
แต่สองพี่น้องคู่นี้กลับมองเห็นปัญหาใหญ่ที่ซ่อนอยู่ใต้พรมและเป็นความท้าทายที่จีนกำลังเผชิญ
นั่นคือการพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างชาติมากจนเกินไป
ประเทศจีนอาจจะมีบริษัทซอฟต์แวร์ที่เก่งกาจและมีแอปพลิเคชันที่คนใช้กันหลายร้อยล้านคน
แต่สมองกลที่ใช้ประมวลผล AI ทั้งหมด หรือที่เราเรียกกันว่าชิป กลับต้องนำเข้าจากต่างประเทศเกือบทั้งหมด
โดยเฉพาะการพึ่งพาบริษัทอเมริกันอย่าง Nvidia และ Intel…
ตัวของ Chen Tianshi รู้ดีว่าหากจีนอยากก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้าน AI อย่างแท้จริง การยืมจมูกคนอื่นหายใจแบบนี้คือความเสี่ยงระดับชาติ
พวกเขาไม่ได้แค่นั่งทำวิจัยบนหน้ากระดาษต่อไป แต่ตัดสินใจสร้างโปรเจกต์ที่ชื่อว่า Diannao ขึ้นมา
มันไม่ใช่แค่งานวิจัยส่งอาจารย์ แต่มันคือต้นแบบชิปที่พิสูจน์ให้โลกเห็นถึงความเป็นไปได้ใหม่…
ชิปตัวนี้ถูกออกแบบมาเพื่อประมวลผล AI โดยเฉพาะ หรือที่เรียกว่าการคำนวณแบบ Neural Networks
ผลลัพธ์ที่ได้คือมันทำงานได้เร็วกว่าและประหยัดพลังงานกว่า CPU ทั่วไปอย่างมหาศาล
นี่คือจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ Chen Tianshi รู้ว่างานวิจัยในห้องแล็บมันเปลี่ยนประเทศไม่ได้
ประเทศจีนต้องการผลิตภัณฑ์ที่จับต้องได้และสามารถนำไปแข่งขันในตลาดโลกได้จริง
เขาจึงตัดสินใจครั้งใหญ่ด้วยการลาออกจากสถาบันวิจัยและก่อตั้งบริษัทของตัวเองขึ้นมาในปี 2016
พวกเขาตั้งชื่อบริษัทแห่งนี้ว่า Cambricon…
ชื่อนี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากยุค Cambrian ในประวัติศาสตร์โลก
ซึ่งเป็นยุคที่สิ่งมีชีวิตบนโลกเกิดการระเบิดทางสายพันธุ์อย่างหลากหลายและรวดเร็ว
เป้าหมายของพวกเขาจึงยิ่งใหญ่ นั่นคือการจุดชนวนระเบิดให้เกิดยุคใหม่ของชิป AI เฉพาะทาง
แต่การมีเทคโนโลยีที่ล้ำหน้า ก็ไม่ได้เป็นเครื่องการันตีว่าจะประสบความสำเร็จในโลกธุรกิจเสมอไป
Cambricon ในตอนนั้นก็เหมือนสตาร์ทอัปทั่วไปที่ต้องการลูกค้ารายใหญ่มาช่วยยืนยันว่าของพวกเขาดีจริง
และในที่สุดพวกเขาก็ได้เจอกับโอกาสทอง ซึ่งก็คือบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Huawei…
ในตอนนั้น Huawei กำลังขยายอาณาจักรจากแค่เสาสัญญาณโทรคมนาคมมาสู่ตลาดสมาร์ทโฟน
พวกเขากำลังพัฒนาชิปเรือธงของตัวเองที่ชื่อว่า Kirin และรู้ดีว่าอนาคตของมือถือคือ AI
มือถือยุคใหม่ต้องการหน่วยประมวลผล AI โดยเฉพาะ หรือที่เราเรียกกันว่า NPU
และชิป Cambricon 1A ของสองพี่น้องก็เข้ามาตอบโจทย์นี้พอดิบพอดี
มันคือฮาร์ดแวร์ AI ที่ถูกออกแบบมาให้ประหยัดพลังงานและแรงพอที่จะรันบนสมาร์ทโฟนได้
ถึงแม้ Cambricon จะเป็นบริษัทใหม่ แต่ Huawei ก็ทดสอบชิปนี้อย่างเข้มงวดจนผ่านเกณฑ์ทั้งหมด…
ในปี 2017 ประวัติศาสตร์ก็ถูกจารึกเมื่อ Huawei ประกาศเปิดตัวชิป Kirin 970
พร้อมประกาศว่าชิปตัวนี้มี NPU ที่พัฒนาร่วมกับ Cambricon ซ่อนอยู่ข้างใน
นี่ไม่ใช่การทดลองตลาดเล็ก ๆ แต่มันคือการใส่ชิปของพวกเขาลงในมือถือเรือธงที่ขายไปทั่วโลกหลายล้านเครื่อง
ทั้งสองฝ่ายได้ประโยชน์มหาศาล Huawei ได้ชื่อว่าเป็นเจ้าแรก ๆ ที่มีสมาร์ทโฟน AI อัจฉริยะ
ส่วน Cambricon ก็ได้พิสูจน์ตัวเองในเวทีระดับโลกและแจ้งเกิดได้แทบจะทันที
จากบริษัทที่แยกตัวออกมาจากมหาวิทยาลัย พวกเขากลายเป็นผู้เล่นที่น่าจับตามองที่สุดในวงการ…
นักลงทุนต่างต่อคิวกันนำเงินมาให้ มูลค่าบริษัททะยานทะลุ 1,000 ล้านดอลลาร์จนกลายเป็นยูนิคอร์น
รัฐบาลจีนเองก็ไม่รอช้า ดึงพวกเขาเข้าสู่แผนยุทธศาสตร์ชาติ Made in China 2025
เพื่อเป็นหัวหอกสำคัญในการสร้างความมั่นคงด้านเทคโนโลยีเซมิคอนดักเตอร์ของประเทศ
แรงส่งนี้พุ่งไปถึงขีดสุดในเดือนกรกฎาคมปี 2020 เมื่อ Cambricon สามารถเข้าตลาดหุ้นได้สำเร็จ
พวกเขาทำ IPO บนตลาด STAR Market ของเซี่ยงไฮ้ และระดมทุนไปได้มหาศาล
นักลงทุนไม่ได้มองแค่ตัวเลขขาดทุนในปัจจุบัน แต่พวกเขากำลังเดิมพันกับอนาคตโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI ของจีน…
ณ จุดนั้น ดูเหมือนว่าเส้นทางของ Cambricon จะโรยด้วยกลีบกุหลาบและมีแต่คำว่ารุ่งโรจน์
แต่ในโลกธุรกิจมักมีความโหดร้ายซ่อนอยู่เสมอ ความท้าทายแรกไม่ได้มาจากคู่แข่งที่ไหนไกล
แต่มันมาจากพันธมิตรที่สำคัญที่สุดของพวกเขาอย่าง Huawei นั่นเอง
ในช่วงปี 2018 ถึง 2019 Huawei กำลังโดนแรงกดดันจากสหรัฐอเมริกาอย่างหนัก
พวกเขาจึงเริ่มตระหนักว่าการพึ่งพาซัพพลายเออร์แม้จะเป็นบริษัทจีนด้วยกันก็ยังมีความเสี่ยง
Huawei จึงตัดสินใจครั้งใหญ่ด้วยการพัฒนาชิป NPU ของตัวเองผ่านบริษัทลูกที่ชื่อ HiSilicon…
คำสั่งซื้อจาก Huawei ที่เคยเป็นเส้นเลือดใหญ่ของ Cambricon ลดลงอย่างฮวบฮาบ
รายได้ที่เคยพึ่งพาพันธมิตรรายนี้พังทลายลงมาอย่างรวดเร็ว โมเดลธุรกิจที่เคยสวยหรูแตกสลายในพริบตา
Cambricon สูญเสียลูกค้ารายใหญ่ที่สุด และสูญเสียผลงานชิ้นโบแดงที่จะนำไปใช้โชว์ลูกค้ารายอื่น
บริษัทกำลังเมาหมัดอย่างหนักและพยายามดิ้นรนหาลูกค้ารายใหม่เข้ามาทดแทน
แต่ในขณะที่พวกเขากำลังพยายามประคองตัวลุกขึ้นยืน หมัดน็อกที่หนักที่สุดก็ถูกปล่อยออกมา
ในเดือนธันวาคมปี 2022 รัฐบาลสหรัฐอเมริกาประกาศเพิ่มชื่อ Cambricon เข้าไปใน “Entity List”…
คำนี้อาจจะฟังดูธรรมดา แต่นี่คือโทษประหารชีวิตสำหรับบริษัทเทคโนโลยี
การติดอยู่ในบัญชีดำนี้หมายความว่าบริษัทสัญชาติอเมริกาหรือบริษัทใดก็ตามที่ใช้เทคโนโลยีของอเมริกา
ห้ามทำธุรกิจ ห้ามซื้อ ห้ามขาย หรือส่งมอบเทคโนโลยีใด ๆ ให้กับ Cambricon โดยเด็ดขาด
ผลกระทบของมันรุนแรงระดับแผ่นดินไหว เพราะพวกเขาถูกตัดขาดจากเครื่องมือออกแบบชิป
การออกแบบชิปที่ซับซ้อนต้องใช้ซอฟต์แวร์เฉพาะทางที่เรียกว่า EDA
และเจ้าตลาดซอฟต์แวร์นี้คือบริษัทอเมริกันอย่าง Synopsys และ Cadence…
การไม่มีเครื่องมือเหล่านี้ ก็เหมือนสถาปนิกที่พยายามออกแบบตึกระฟ้าโดยไม่มีโปรแกรมออกแบบแปลนตึก
นอกจากนี้พวกเขายังถูกตัดขาดจากโรงงานผลิตชิปที่ดีที่สุดในโลกอย่าง TSMC ของไต้หวัน
แม้ TSMC จะไม่ใช่บริษัทอเมริกัน แต่โรงงานของพวกเขาก็ใช้เครื่องจักรและเทคโนโลยีของอเมริกาเต็มไปหมด
Cambricon จึงถูกบีบให้ต้องหันไปพึ่งพาโรงงานในประเทศอย่าง SMIC แทน
ปัญหาก็คือเทคโนโลยีการผลิตของ SMIC นั้นล้าหลังกว่า TSMC อยู่หลายเจเนอเรชัน
ชิปที่ผลิตออกมาจึงมีขนาดใหญ่กว่า กินไฟมากกว่า และทำงานช้ากว่าคู่แข่งอย่างเห็นได้ชัด…
นี่คือวิกฤตการอยู่รอดของจริง พนักงานเริ่มตั้งคำถามถึงอนาคต นักลงทุนเริ่มสั่นคลอน
นักวิเคราะห์ทั่วโลกฟันธงไปในทิศทางเดียวกันว่าสตาร์ทอัปความหวังของจีนแห่งนี้จบสิ้นแล้ว
เป้าหมายของการแบนคือการสกัดกั้น AI จีน และ Cambricon ก็คือเป้าหมายหลักที่ถูกเชือดให้ดูเป็นตัวอย่าง
ณ จุดที่ต่ำที่สุด พวกเขาเหลือทางเลือกไม่มาก จะยอมยกธงขาวหรือจะหาทางใหม่เพื่อเอาชีวิตรอด
และสิ่งที่ Cambricon เลือกทำต่อจากนั้น คือบทเรียนการพลิกวิกฤตทางธุรกิจที่น่าทึ่งที่สุด
พวกเขาตระหนักถึงความจริงอันเจ็บปวดว่า ไม่สามารถแข่งขันในเกมฮาร์ดแวร์แบบเดิมได้อีกต่อไป…
การพยายามสร้างชิปที่แรงกว่า Nvidia ในเชิงสเปกเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เมื่อไร้เครื่องมือชั้นเลิศ
พวกเขาจึงเปลี่ยนสนามรบ หันไปมองที่คู่แข่งอย่าง Nvidia และวิเคราะห์หาจุดแข็งที่แท้จริง
และพบว่าอาวุธที่น่ากลัวที่สุดไม่ใช่ตัวฮาร์ดแวร์ แต่มันคือซอฟต์แวร์ที่เรียกว่า “CUDA”
CUDA คือแพลตฟอร์มหรือภาษาที่นักพัฒนาใช้สั่งงานชิปของ Nvidia ให้คำนวณงานด้าน AI
Nvidia ใช้เวลาสร้างระบบนิเวศนี้มานานกว่า 15 ปี จนวิศวกรทุกคนบนโลกคุ้นชินกับการเขียนโค้ดด้วยภาษานี้
การจะย้ายไปใช้ชิปค่ายอื่นหมายถึงการต้องรื้อเขียนโค้ดใหม่ทั้งหมด ซึ่งเป็นต้นทุนที่มหาศาล…
นี่คือคูเมืองที่แท้จริงที่คอยปกป้องอาณาจักรของ Nvidia เอาไว้
Cambricon เข้าใจบทเรียนนี้อย่างถ่องแท้ พวกเขาจึงตัดสินใจสร้างแพลตฟอร์มซอฟต์แวร์ของตัวเองขึ้นมา
เป้าหมายคือการสร้างระบบปฏิบัติการมาตรฐานแห่งวงการชิป AI สำหรับประเทศจีนโดยเฉพาะ
Cambricon เปลี่ยนยุทธศาสตร์จากการขายฮาร์ดแวร์ กลายเป็นบริษัทที่สร้างแพลตฟอร์มแบบครบวงจร
พวกเขาเททรัพยากรมหาศาลไปกับการพัฒนาระบบซอฟต์แวร์ สร้างเครื่องมือ และให้ความรู้นักพัฒนาในจีน
และจุดนี้เองที่การคว่ำบาตรกลับกลายเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาชั้นยอด…
บริษัทเทคโนโลยักษ์ใหญ่ของจีนทุกเจ้าต่างหวาดกลัวว่าวันหนึ่งจะถูกแบนไม่ให้เข้าถึงชิป Nvidia
ทุกคนจึงต้องรีบหาทางเลือกใหม่ที่พึ่งพาตนเองได้ภายในประเทศ
Cambricon จึงเดินเกมด้วยการเข้าไปจับมือเป็นพันธมิตรเชิงลึกกับผู้ผลิตเซิร์ฟเวอร์ AI รายใหญ่
พวกเขาเข้าไปเจรจากับ Alibaba Cloud และ Tencent Cloud ให้เปิดบริการเซิร์ฟเวอร์ที่รันบนชิปของตน
และทำงานอย่างใกล้ชิดกับเหล่านักพัฒนาโมเดล AI ขนาดใหญ่อย่าง DeepSeek หรือ Hunyuan
เพื่อช่วยปรับแต่งให้โมเดลยักษ์ใหญ่เหล่านี้ทำงานได้ดีที่สุดบนสถาปัตยกรรมของ Cambricon…
1
นี่คือกลยุทธ์การผูกมัดด้วยซอฟต์แวร์ที่แยบยลและทรงพลัง
เมื่อนักพัฒนาจีนเริ่มคุ้นเคยกับระบบและเริ่มให้บริการลูกค้า การจะย้ายหนีก็กลายเป็นเรื่องยาก
Cambricon ได้สร้างคูเมืองของตัวเองขึ้นมาสำเร็จท่ามกลางมรสุมลูกใหญ่
ผลลัพธ์ของความอดทนนี้สะท้อนออกมาเป็นตัวเลขผลประกอบการที่เหมือนปาฏิหาริย์
ในช่วงครึ่งแรกของปี 2025 บริษัทมีรายได้เติบโตขึ้นถึง 4,300 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
บริษัทพลิกจากวิกฤตขาดทุนกลับมาทำกำไรสุทธิได้อย่างแข็งแกร่งและน่าเหลือเชื่อ…
ลูกค้าไม่ได้ซื้อแค่ชิปอีกต่อไป แต่พวกเขาซื้อแพลตฟอร์มที่มั่นคงและปลอดภัยจากมาตรการคว่ำบาตร
มีรายงานว่าลูกค้ารายสำคัญที่อยู่เบื้องหลังการเติบโตนี้คือ ByteDance บริษัทแม่ของ TikTok
อัลกอริทึมที่ทรงพลังของแพลตฟอร์มวิดีโอระดับโลกเลือกใช้โครงสร้างพื้นฐานจากชิปที่ถูกอเมริกาแบน
เรื่องราวของบริษัทแห่งนี้เป็นกรณีศึกษาที่สะท้อนให้เห็นถึงพลวัตของโลกธุรกิจได้อย่างชัดเจน
การคว่ำบาตรที่มหาอำนาจตั้งใจใช้เพื่อกำจัดพวกเขา กลับกลายเป็นเกราะกำบังชั้นดี
มันบีบให้พวกเขาต้องเปลี่ยนจุดอ่อนเรื่องฮาร์ดแวร์ให้กลายเป็นจุดแข็งในการสร้างระบบนิเวศซอฟต์แวร์…
ในขณะเดียวกัน การคว่ำบาตรก็ทำหน้าที่เหมือนกำแพงภาษีขนาดยักษ์
ที่คอยกันไม่ให้คู่แข่งระดับโลกอย่าง Nvidia เข้ามาตีตลาดในจีนได้สะดวกเหมือนแต่ก่อน
มันบังคับให้ทั้งระบบนิเวศเทคโนโลยีของจีนต้องหันมาร่วมมือและพึ่งพากันเองเพื่อความอยู่รอด
จากวันที่เกือบจะล้มละลาย วันนี้พวกเขาไม่ได้แค่รอดชีวิตแต่กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด
ก้าวขึ้นเป็นผู้นำของตลาดฮาร์ดแวร์ AI ในประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับต้น ๆ ของโลก
คำถามในวันนี้จึงไม่ใช่ว่าพวกเขาจะรอดหรือไม่ แต่อยู่ที่ว่าพวกเขาจะไปได้ไกลแค่ไหน…
โมเดลระบบนิเวศแบบปิดที่ถูกสร้างขึ้นจากแรงกดดันทางการเมืองนี้
ท้ายที่สุดแล้วจะสามารถขยายตัวออกไปแข่งขันในเวทีระดับโลกได้หรือไม่
นี่คือบทพิสูจน์ที่ชัดเจนว่า ภูมิรัฐศาสตร์โลกกำลังเข้ามาวาดแผนที่เทคโนโลยีของโลกใบนี้ใหม่ทั้งหมด
References : [reuters,nikkeiasia,theinformation,scmp,bloomberg]
◤━━━━━━━━━━━━━━━◥
หากคุณชอบคอนเทนต์นี้อย่าลืม 'กดไลก์'
หากคอนเทนต์นี้โดนใจอย่าลืม 'กดแชร์'
คิดเห็นอย่างไรคอมเม้นต์กันได้เลยครับผม
◣━━━━━━━━━━━━━━━◢
The original article appeared here https://www.tharadhol.com/lessons-from-cambricon/
ติดตามสาระดี ๆ อัพเดททุกวันผ่าน Line OA ด.ดล Blog
คลิกเลย --> https://lin.ee/aMEkyNA
รวม Blog Post ที่มีผู้อ่านมากที่สุด
——————————————–
ติดตาม ด.ดล Blog เพิ่มเติมได้ที่
=========================
โฆษณา