3 มี.ค. เวลา 08:18 • ไลฟ์สไตล์

การควบคุมอารมณ์ ตอนที่ 1/3

ก่อนที่จะมาทำความเข้าใจวิธีการรับมือกับความเครียด (ในทางปฏิบัติ) เราต้องมาทำความเข้าใจกลไกการควบคุมอารมณ์ของมนุษย์กันก่อน
เนื้อหาในโพสต์นี้ ไม่ได้มีความต่อเนื่องจากโพสต์อื่นในซีรีส์อารมณ์เป็นพิเศษ แต่ถ้าหากอยากเข้าใจรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ เพิ่มขึ้น ก็อาจจะดูเพิ่มเติมตามลิงก์ด้านล่างนี้ได้
ซึ่งมันก็คือ "อารมณ์แบบแยกเป็นส่วนชัด" (Discrete emotion) ชนิดต่าง ๆ ความหมายก็คือ มองว่าอารมณ์ที่เกิดขึ้น มักมาจากอารมณ์ย่อย ๆ หลาย ๆ ตัวมาผสมหรือมีระดับที่แตกต่างกัน
ในปี ค.ศ. 1994 Thompson ได้เสนอคำนิยามของคำว่า "การควบคุมอารมณ์" หรือ "Emotion regulation" ว่าเป็นสิ่งที่จะมีอยู่ 4 คุณสมบัติ ดังต่อไปนี้
คุณสมบัติของการควบคุมอารมณ์ข้อที่ 1:
การควบคุมอารมณ์ไม่ใช่แค่ "การลดระดับความรุนแรงของอารมณ์" เหมือนอย่างอาทิ การพยายามลดอารมณ์โกรธ เมื่อเจอเหตุการณ์หรือเรื่องที่ทำให้หัวเสีย
การควบคุมอารมณ์ ยังรวมไปถึง "การทำให้อารมณ์คงที่" อาทิ เรามีอาชีพบริการลูกค้า เราก็ต้องพยายามรักษาอารมณ์แจ่มใสให้คงที่เกือบตลอดเวลา
"การเพิ่มระดับความรุนแรงของอารมณ์" อาทิ เราเป็นเจ้าหนี้ ต้องการทวงหนี้จากลูกหน้า เราก็ต้องพยายามอารมณ์โกรธหรือดุ เพื่อให้ลูกหนี้เกิดความรู้สึกกลัวเพื่อยอมที่จะชำระหนี้
และ "การระงับอารมณ์" อาทิ จากที่เรามีอารมณ์ร่าเริง สนุกสนาน แต่พอเข้าไปอยู่ในงานศพของญาติพี่น้องของตนเองแล้ว เราก็ต้องระงับอารมณ์ร่าเริงนั้น ๆ เพื่อรักษามารยาท
คุณสมบัติของการควบคุมอารมณ์ข้อที่ 2:
การควบคุมอารมณ์ "ไม่ได้เกิดขึ้นกับเฉพาะตนเอง" อาทิ พยายามบอกกับตัวเองให้ลดอารมณ์โกรธ เพียงเท่านั้น
การควบคุมอารมณ์ "สามารถเกิดขึ้นจากผู้อื่นได้" ความหมายก็คือ "เราสามารถควบคุมอารมณ์ของคนอื่น ๆ ได้" อาทิ เมื่อลูกเกิดความตกใจกลัว พ่อหรือแม่ก็สามารถควบคุมอารมณ์ของลูกให้ความกลัวของลูกลดลงได้ ผ่านการปลอบ เป็นต้น
คุณสมบัติของการควบคุมอารมณ์ข้อที่ 3:
การควบคุมอารมณ์ ไม่ใช่การเปลี่ยนแปลง "อารมณ์แบบแยกเป็นส่วนชัด" (Discrete emotion) จากชนิดหนึ่งไปเป็นอีกชนิดหนึ่ง ไม่ใช่แบบแปลงจากอารมณ์เศร้าให้กลายเป็นอารมณ์มีความสุข
การควบคุมอารมณ์ คือ การควบคุมว่าจะให้อารมณ์หนึ่ง ๆ มีความรุนแรงมากน้อยเพียงใด เกิดขึ้นได้รวดเร็วขนาดไหน กินระยะเวลานานเท่าไหร่ และมีความหลากหลายทางอารมณ์เท่าใด
เข่น พ่อหรือแม่ต้องการดุลูกเพื่อตักเตือน อารมณ์โกรธที่สร้างมาก็จะต้องไม่รุนแรงมาก เกิดขึ้นฉับพลันเพื่อจะได้รีบตักเตือน พยายามไม่กินระยะเวลานานแบบ โกรธง่ายหายเร็ว เพราะต้องการเพื่อแค่ตักเตือน แล้วสุดท้าย ก็ให้อารมณ์โกรธมีความปะปนไปกับความรักหรือความห่วงใยไปด้วย เป็นต้น
และสุดท้าย
คุณสมบัติของการควบคุมอารมณ์ข้อที่ 4:
การควบคุมอารมณ์ "ต้องมีเป้าหมาย" จะไม่ใช่แบบอยู่เฉย ๆ แล้วจู่ ๆ จะไปเพิ่มอารมณ์โกรธให้ตนเองมีมากขึ้น เพราะถ้าเป็นเช่นนี้ แสดงว่ามีความผิดปกติทางด้านการควบคุมอารมณ์แล้ว
เป้าหมายของการควบคุมอารมณ์ เช่น ลดความโกรธเพื่อกลับมาอยู่ในสภาวะปกติ เพิ่มความโกรธเพื่อที่จะได้สวมบทบาทในฐานะนักแสดงขณะกำลังถ่ายทำภาพยนตร์ เป็นต้น
มาถึงจุดนี้แล้ว ก็พอจะสามารถสรุปได้คร่าว ๆ ดังภาพด้านล่างนี้
คุณสมบัติของการควบคุมอารมณ์
Thompson ได้บอกรายละเอียดเพิ่มเติมเพื่ออธิบายว่า สิ่งที่ถูกควบคุมจากการควบคุมอารมณ์นั้นมีอะไรบ้าง ซึ่งเขาได้ระบุสิ่งที่เป็นไปได้ที่จะถูกควบคุมอยู่ทั้งหมด 6 อย่าง ดังนี้
  • 1.
    ประสาทสรีรวิทยา (Neurophysiology)
  • 2.
    การสนใจ (Attention)
  • 3.
    การตีความเหตุการณ์
  • 4.
    การตีความการตอบสนองทางร่างกายข้างใน อาทิ อัตราการเต้นของหัวใจ
  • 5.
    การเข้าถึงทรัพยากรเพื่อจัดการอารมณ์ อาทิ การขอความช่วยเหลือ
  • 6.
    ทางเลือกการตอบสนอง ก็คือ ใช้การแสดงอารมณ์เพื่อบรรลุเป้าหมาย
นอกจากนี้ Thompson ก็ยังได้กล่าวไว้ว่า การควบคุมอารมณ์เป็นสิ่งสำคัญต่อการเข้าสังคมและการพัฒนาทางอารมณ์ อีกทั้ง การควบคุมอารมณ์ก็จัดเป็นพัฒนาการอย่างหนึ่งที่ทารกต้องเรียนรู้
อ้างอิง:
Thompson, R. A. (1994). Emotion regulation: A theme in search of definition. Monographs of the society for research in child development, 25-52.

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา