3 มี.ค. เวลา 08:29 • ประวัติศาสตร์

วันมาฆบูชา ตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำเดือน 3 (ปีนี้ปีอธิกมาส เป็นเดือน 4)

ขอทบทวนวิชาพระพุทธศาสนาในวัยเยาว์อีกครั้งใน 1 ใน 3 วันที่สำคัญที่สุดของพระพุทธศาสนา หรือที่เรียก “วันพระใหญ่”
“มาฆบูชา” มาจากคำว่า “มาฆะ” เป็นชื่อเดือน 3 เป็นวันที่เกิดเหตุการณ์อัศจรรย์ 4 อย่างที่เรียกว่า “จาตุรงคสันนิบาต” ได้แก่
1. วันนั้นดวงจันมร์เสวยมาฆฤกษ์ (ดวงจันทร์เดินทางมาถึงดาวฤกษ์ชื่อมาฆะ)
2. พระสงฆ์ 1,250 รูปม ประชุมกันโดยมิได้นัดหมาย
3. พระสงฆ์ที่มาประชุมกันวันนั้นล้วนเป็น “เอหิภิกขุอุปสัมทา” (พระพุทธเจ้าบวชให้)
4. พระสงฆ์เหล่านั้นเป็นพระอรหันต์ทั้งสิ้น
โดยพระพุทธเจ้าแสดง “โอวาทปาฏิโมกข์” ว่ากันว่าคือ “วัดเวฬุวัน” ในปัจจุบันที่อินเดีย
“บทโอวาทปาฏิโมกข์”
ขันตี ปะระมัง ตะโป ตีติกขา นิพพานัง ปะระมัง วะทันติ พุทธา นะ หิ ปัพพะชิโต ปะรูปะฆาตี สะมะโณ โหติ ปะรัง วิเหญะยันโต
(ขันติ ความอดกลั้นเป็นธรรมเครื่องเผากิเลสอย่างยิ่ง พระพุทธเจ้าทั้งหลายกล่าวพระนิพพานว่าเป็นธรรมอันยิ่ง ผู้กำจัดสัตว์อื่นอยู่ไม่ชื่อว่าเป็นบรรพชิต ผู้ทำสัตว์อื่นให้ลำบากอยู่ไม่ชื่อว่าเป็นสมณะเลย)
สัพพะปาปัสสะ อะกะระณัง กุสะลัสสูปะสัมปะทา สะจิตตะปะริโยทะปะนัง เอตัง พุทธานะสาสะนัง
(การไม่ทำบาปทั้งปวง การทำกุศลให้ถึงพร้อม การชำระจิตของตนให้ขาวรอบ ธรรมนี้เป็นคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย)
อะนูปะวาโท อะนูปะฆาโต ปาติโมกเข จะ สังวะโร มัตตัญญุตา จะ ภัตตัสมิง ปันตัญจะ สะยะนาสะนัง อะธิจิตเต จะ อาโยโค เอตัง พุทธานะสาสะนัง
(การไม่กล้าวร้าย การไม่ทำร้าย การสำรวมในปาฏิโมกข์ ความเป็นผู้รู้ประมาณในการบริโภค การนอน การนั่ง ในที่อันสงัด ความหมั่นประกอบในการทำจิตให้ยิ่ง ธรรมเหล่านี้เป็นคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย)
#วันมาฆบูชา
#ธรรมทาน
#วันละเรื่องสองเรื่อง
โฆษณา