4 มี.ค. เวลา 11:46 • หุ้น & เศรษฐกิจ

สรุปภาวะตลาดสัปดาห์ที่ 23 – 27 ก.พ. 2569

  • ตลาดหุ้นผันผวนจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง และความกังวลเรื่องเทคโนโลยี AI
  • ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งขึ้น
  • OPEC+ เพิ่มกำลังการผลิตเพื่อลดแรงกดดันด้านอุปทาน
  • หุ้นสหรัฐฯ อ่อนตัว แม้ Nvidia รายงานผลประกอบการแข็งแกร่ง
  • ตลาดญี่ปุ่นและจีนปรับตัวขึ้น จากปัจจัยสนับสนุนด้านนโยบายและบรรยากาศการลงทุนที่ดีขึ้น
  • ตลาดหุ้นไทยฟื้นตัวจากเงินทุนต่างชาติไหลเข้า การส่งออกแข็งแกร่ง และการปรับลดดอกเบี้ยนโยบายเพื่อหนุนเศรษฐกิจ
1
สถานการณ์ตลาด
  • สัปดาห์ที่ผ่านมา ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวลดลง จากความกังวลเรื่อง AI Disruption และความไม่แน่นอนด้านนโยบายภาษีและการค้าระหว่างประเทศ รวมไปถึงความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง
  • ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง
- ช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาสหรัฐฯ และอิสราเอล เปิดปฏิบัติการทางทหารครั้งใหญ่โจมตีอิหร่าน ในหลายเมืองสำคัญ โดยมีเป้าหมายทำลายโครงการนิวเคลียร์และเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการปกครอง
- เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้ อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน และเจ้าหน้าที่ระดับสูงหลายรายเสียชีวิต พร้อมกันนี้ ราคาน้ำมันดิบปรับตัวเพิ่มขึ้นทันทีราว 10% ก่อนจะลดช่วงบวกลง เหลือราว 4% ในเช้าวันถัดมา สะท้อนว่าตลาดคาดว่าสถานการณ์อาจไม่ยืดเยื้อ แม้ ปธน. ทรัมป์ ระบุว่าปฏิบัติการนี้อาจใช้เวลา 3 – 4 สัปดาห์
- ประเด็นที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดคือ ความเสี่ยงด้านอุปทานน้ำมัน โดยเรือบรรทุกน้ำมันจำนวนมาก ต้องชะลอการเดินทางอยู่ในบริเวณช่องแคบฮอร์มุส ส่งผลให้ค่าระวางเรือและค่าประกันภัยปรับตัวสูงขึ้น
- ขณะเดียวกัน กลุ่ม OPEC+ มีมติเพิ่มกำลังการผลิต 206,000 บาร์เรลต่อวัน โดยจะเริ่มมีผลตั้งแต่เดือน เม.ย. เพื่อบรรเทาความกังวลเรื่องราคาน้ำมันที่อาจปรับตัวสูงเกินไป
  • ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวลดลงหลังมีบทวิเคราะห์ที่ตั้งสมมติฐานถึงความเสี่ยงที่เทคโนโลยี AI อาจส่งผลกระทบต่อหลายอุตสาหกรรม ทำให้เกิดแรงขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี แม้ตลาดจะฟื้นตัวบางส่วนก่อนการประกาศผลประกอบการของ Nvidia แต่หลังประกาศงบ ราคาหุ้นกลับปรับตัวลดลง
ในขณะที่บริษัทพัฒนา AI อย่าง Anthropic ได้เปิดตัวเครื่องมือใหม่สำหรับหลายสายงาน เช่น การเงิน ทรัพยากรบุคคล และงานออกแบบ โดยพัฒนาให้ทำงานร่วมกับระบบเดิม มากกว่าการเข้ามาแทนที่ทั้งหมด ซึ่งช่วยลดความกังวลว่า AI จะกระทบรายได้ของบริษัทซอฟต์แวร์แบบดั้งเดิมมากเกินไป
  • ผลประกอบการ Nvidia มีรายละเอียด ดังนี้
- รายได้เติบโต 73% เมื่อเทียบกับปีก่อน สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาด และแนวโน้มรายได้ในอนาคตยังแข็งแกร่ง ท่ามกลางความต้องการชิปประมวลผลและการใช้งาน AI ในภาคธุรกิจยังเติบโตต่อเนื่อง
- อย่างไรก็ตาม ราคาหุ้นปรับลดลงประมาณ 5% สะท้อนว่าตลาดได้คาดหวังเชิงบวกไว้ล่วงหน้าแล้ว เมื่อราคาหุ้นปรับลง จึงกระทบต่อบรรยากาศการลงทุนโดยรวม
  • ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ
- ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคของ The Conference Board เพิ่มขึ้นสู่ระดับ 91.2 ในเดือน ก.พ. สะท้อนมุมมองที่ดีขึ้นต่อเศรษฐกิจและตลาดแรงงาน
- ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือน ม.ค. เพิ่มขึ้น 0.5% จากเดือนก่อน สูงกว่าที่ตลาดคาด ส่วนดัชนี Core CPI เพิ่มขึ้น 0.7%
- ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่าแรงกดดันเงินเฟ้อยังมีอยู่ โดยเฉพาะในภาคบริการ ซึ่งอาจมีผลต่อแนวทางการกำหนดอัตราดอกเบี้ยในระยะถัดไป
  • ตลาดหุ้นญี่ปุ่นปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยดัชนี Nikkei 225 เพิ่มขึ้นราว 3.6% และดัชนี TOPIX เพิ่มขึ้นราว 3.4% ซึ่งตลาดได้รับแรงหนุนจากมุมมองเชิงบวกต่อนโยบายภาครัฐ และการอ่อนค่าของเงินเยนที่ช่วยสนับสนุนภาคส่งออก ด้านผู้ว่าการ BOJ ระบุว่าอาจพิจารณาปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย หากเศรษฐกิจและเงินเฟ้อเป็นไปตามเป้าหมาย โดยล่าสุดดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เพิ่มขึ้น 1.8% เมื่อเทียบกับปีก่อน สะท้อนแนวโน้มการปรับขึ้นดอกเบี้ยอย่างค่อยเป็นค่อยไปในระยะถัดไป
  • ตลาดหุ้นจีนปรับตัวเพิ่มขึ้นหลังวันหยุดตรุษจีน และก่อนการประชุมด้านนโยบายเศรษฐกิจประจำปี
- ดัชนี CSI 300 เพิ่มขึ้นประมาณ 1% ดัชนี Shanghai Composite เพิ่มขึ้นประมาณ 2% และดัชนี Hang Seng เพิ่มขึ้นประมาณ 0.8%
- ข้อมูลการท่องเที่ยวช่วงตรุษจีนสะท้อนภาพผสมผสาน จำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น 5.7% จากปีก่อน มูลค่าการใช้จ่ายรวมเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 803,000 ล้านหยวน แต่การใช้จ่ายต่อทริปลดลงเล็กน้อย
- ด้านนโยบายการเงิน ธนาคารกลางจีนปรับลดอัตราสำรองความเสี่ยงสำหรับธุรกรรมล่วงหน้าอัตราแลกเปลี่ยน เพื่อชะลอการแข็งค่าของเงินหยวน และยืนยันว่าจะดูแลค่าเงินให้อยู่ในระดับเหมาะสม
  • ตลาดหุ้นไทยปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่น โดยดัชนี SET Index เพิ่มขึ้น 3.3% ได้รับปัจจัยสนับสนุนจากเงินทุนต่างชาติที่ไหลเข้าสู่ตลาด ตัวเลขส่งออกแข็งแกร่ง และการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% สู่ระดับ 1% ของ กนง. ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ และช่วยลดภาระหนี้ของธุรกิจ SMEs รวมถึงภาคครัวเรือนด้วย
  • ประเด็นที่ต้องจับตาสัปดาห์นี้ ติดตามสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง และผลกระทบต่อราคาน้ำมัน
คำเตือน
  • เอกสารฉบับนี้จัดทำขึ้นจากแหล่งข้อมูลต่างๆ ที่น่าเชื่อถือได้ ณ วันที่แสดงข้อมูล แต่บริษัทฯ มิอาจรับรองความถูกต้องความน่าเชื่อถือ และ ความสมบูรณ์ของข้อมูลทั้งหมด โดยบริษัทฯขอสงวนสิทธิ์เปลี่ยนแปลงข้อมูลทั้งหมดโดยไม่จำเป็นต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
  • ควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน | ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุนรวมมิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต
  • ผู้ลงทุนสามารถขอข้อมูลหนังสือชี้ชวนได้ที่สำนักงานของบริษัทจัดการ หรือจาก www.krungsriasset.com หรือตัวแทนสนับสนุนการขาย หรือเจ้าหน้าที่ขายหน่วยลงทุน
ติดตามกองทุนกรุงศรี อัปเดตข่าวสาร และกิจกรรมต่างๆ ได้ที่
#KrungsriAsset #กองทุนกรุงศรี #Weeklymarketview #สรุปภาวะตลาดรายสัปดาห์
โฆษณา