4 มี.ค. เวลา 13:30 • ปรัชญา

3 ปีที่ล่าปริญญา ไม่ได้มาเพราะตำราอย่างเดียว

​"วันนี้ผมมีเรื่องเล่าให้ฟังนิดหน่อย..."
​นี่คือภาคแยกจากเรื่องราว 7 ปีที่หายไป ผมจะพาคุณย้อนกลับไปเจาะประเด็น 3-4 ปีในรั้วมหาลัยของเด็กบ้านนอกคนหนึ่ง ที่เข้าเมืองมาด้วยมอเตอร์ไซค์คันเก่าที่แม่ให้มาพร้อมความหวังเต็มเปี่ยม
​📍 ปี 1: ชีวิตที่ยังมี "แสงสว่าง"
​ช่วงแรกชีวิตผมเหมือนจะไปได้สวย ผมทำงานพาร์ทไทม์ร้านก๋วยเตี๋ยวชื่อดังเพื่อเก็บเงินซื้อโทรศัพท์ใหม่แค่สี่ห้าพัน เพราะตอนนั้น "แม่" ยังเป็นเสาหลักที่ซัพพอร์ตค่ากินค่าที่พักให้ ผมตั้งใจเรียนจนได้เกรดสูงสุดในคลาสสายบริหารฯ ทั้งที่จบวิทย์-คณิตมา ชีวิตวนเวียนแค่ หอ-ที่ทำงาน-เรียน เป็นปีที่สั้นและเรียบง่ายที่สุดในความทรงจำ
​📍 ปี 2: เมื่อฟ้าถล่ม... และวินาทีที่ "นอนอยู่บนปากเหว"
​ความพีคเริ่มขึ้นตอนผมขึ้นปี 2 ผมได้เริ่มต้นความรักครั้งแรก แต่ความสุขนั้นมันสั้นจนตั้งตัวไม่ทัน... จู่ๆ เหมือนฟ้าถล่มดินทลาย ผมได้รับข่าวร้ายว่า "แม่เสียชีวิต"
​วินาทีนั้นมันเหมือนอยู่ๆ จากที่ผมนอนบนที่นอน กลายเป็น "นอนอยู่บนปากเหว ลุกขึ้นมาไม่เจอใคร" เงินที่เคยซัพพอร์ตจากทางแม่หายไปทันที สิ่งเดียวที่กูคิดตอนนั้นคือ "กูต้องรอดให้ได้" ผมย้ายที่ฝึกงานเข้าเมืองเพื่อประหยัดค่าหอ แล้วเริ่มบิดฟู้ดค่ายสีชมพูหามรุ่งหามค่ำ:
​กลางวัน: เป็นนักศึกษา
​กลางคืน: ทำพาร์ทไทม์ถึงเที่ยงคืน ต่อไรเดอร์จนถึงตี 4-5 กลับมานอนแป๊บเดียว 8 โมงไปเรียนต่อ... ผมทำแบบนี้เป็นปี
​"ถ้าไม่มีป้าที่ช่วยเป็นฟางเส้นสุดท้ายฉุดผมไว้ในวันที่เกือบตาย ผมคงตายไปแล้ว... ต้องขอบคุณท่านถึงทุกวันนี้จริงๆ"
​📍ปี 3: มรสุมโควิด และ "การจากลา" ของเสาหลักสุดท้าย
​โควิด-19 พรากงานพาร์ทไทม์ไป แต่ผมยังมีโน้ตบุ๊กเครื่องเดียวที่แม่กัดฟันซื้อให้ก่อนเสียเป็นเครื่องมือทำมาหากิน หลายครั้งที่ผมต้อง "ยอมโดดเรียนออนไลน์เพื่อไปวิ่งฟู้ด" หาเงินมาจ่ายค่าหอและค่ากินที่แชร์กับแฟนในเวลานั้น เกรดผมเริ่มดรอปดิ่งลงกลางตารางเพราะร่างกายมันล้าจนรับไม่ไหว แต่ผมไม่สน... ผมเอาตัวรอดไว้ก่อน
แต่ที่เจ็บเจียนตายกว่าเกรดตก คือการสูญเสีย "ยาย" ในปีต่อมา ยายคือคนที่ผมอยู่ด้วยมามากกว่าอยู่กับแม่เสียอีก พอเสียเสาหลักทางใจสุดท้ายไป "ผมเองก็อยากจะตอมใจตามท่านทั้งสองไปเหมือนกัน" แต่ผมก็ต้องกัดฟันสู้ต่อไปท่ามกลางความลำบาก
​📍 ปี 4: คำสัญญา และใบปริญญาที่แลกด้วยหัวใจ
​ผมจำคำสัญญาตลกๆ ที่เคยให้ไว้กับแม่ได้ว่า "เดี๋ยวเอาเกียรตินิยมมาโชว์ให้ดู" ลึกๆ มันยากแต่ผมอยากทำให้ได้จริงๆ
​ในพาร์ทของความรัก... เขาคือคนที่สู้มากับผมประมาณ 1-2 ปีในช่วงที่ชีวิตผมพังที่สุด แต่สุดท้ายเขาก็เลือกเดินจากไปในวันที่ผมกำลังจะถึงเส้นชัย มันอาจจะเป็นเพราะชีวิตผมในตอนนั้นมันลำบากเกินไปที่เขาจะอยู่ด้วย ผมขอไม่เล่าส่วนนี้ต่อเพราะผมให้เกียรติเขา แม้มันจะทำให้ผมเจ็บแค่ไหนก็ตาม
ในที่สุด... ผมก็ทำได้ 🎓
ผมคว้า "เกียรตินิยม" มาครองได้สำเร็จ ติดท็อป 50 ของคณะจากคนนับพัน ใบปริญญาใบนี้ไม่ได้มาเพราะตำราอย่างเดียว แต่มันมาจากน้ำตา หยาดเหงื่อ และการเอาตัวรอดในวันที่ไม่เหลือใครจริงๆ
​📍 บทส่งท้าย: สายโทรศัพท์ที่ไร้ความหมาย
​ในวันรับปริญญา มีคนสำคัญมาแสดงความยินดีกับผมมากมาย โดยเฉพาะ "ป้า" คนที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จและชีวิตของผมทั้งหมด
​ท่ามกลางเสียงยินดี มีสายโทรศัพท์ปริศนาสายหนึ่งโทรเข้ามา... น้ำเสียงที่คุ้นเคย แฟนเก่าโทรมายินดีที่ผมเรียนจบ
ผมทำเพียงแค่ตอบกลับไปสั้นๆ ว่า: "อ๋อ... ขอบคุณครับ" แล้วผมก็กดตัดสายไป...
​เพราะวันนี้ผม "ตื่น" แล้ว... และผมเชื่อว่าหลังจากนี้ทุกอย่างจะดีขึ้น
​ขอบคุณทุกคนจริงๆ ครับ สำหรับการรับฟังเรื่องราวในชีวิตของผม
​#คนเพิ่งตื่น #สู้ชีวิต #ภูมิใจ #กตัญญู
โฆษณา