5 มี.ค. เวลา 07:02 • วิทยาศาสตร์ & เทคโนโลยี

F-16 กับปฏิบัติการหย่อนไข่ใส่สะพาน

"การคุ้มครองพลเรือนเป็นศูนย์กลางของการตัดสินใจทุกขั้นตอน
ประเทศไทยใช้ กระบวนการคัดเลือกเป้าหมายอย่างเคร่งครัด หลีกเลี่ยงโครงสร้างพื้นฐานพลเรือน และทบทวนการปฏิบัติการอย่างต่อเนื่องเพื่อลดความสูญเสียให้มากที่สุด"
"ไทยยึดสันติวิธี แต่มีสิทธิในการป้องกันตนเอง หากมีภัยคุกคามต่อประชาชนอย่างชัดเจน เราจะดำเนินการตามกฎหมายระหว่างประเทศอย่างได้สัดส่วนและจำเป็น"
พลอากาศเอก ประภาส สอนใจดี
ผู้อำนวยการศูนย์แถลงข่าวร่วมสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา
"เครื่องบินทุกลำมีความเสี่ยงไม่ว่า จะเป็นเครื่องใหม่หรือเก่า แต่กองทัพอากาศดูแลอากาศยานทุกลำอย่างดีที่สุด เปรียบเสมือนคนในครอบครัว มีการบำรุงรักษา เปลี่ยนอะไหล่ และปรับปรุงตามมาตรฐานอย่างต่อเนื่อง ยกตัวอย่างเครื่องบิน F-16 ที่ประจำการมานานเกือบ 40 ปี หรือกริพเพนที่มีอายุราว 15 ปี หากได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม ก็ได้ไปปฏิบัติภารกิจในการปกป้องอธิปไตย และผลประโยชน์ของชาติ ในสถานการณ์ชายแดนไทยกัมพูชาที่ผ่านมา"
โฆษกกองทัพอากาศ
“นักบินเก่งไม่เก่งอยู่ที่ทักษะควบคุมเครื่อง สมัยก่อนบินกับเครื่องบินรบแบบปีก 2 ชั้น นักบินต้องใช้ฝีมือและสมรรถนะเครื่องให้เต็มที่ เวลาโจมตีจะต้องบังคับเครื่องให้อยู่ในตำแหน่งได้เปรียบจึงจะสามารถใช้อาวุธทำลายข้าศึกได้ สมัยนี้นักบินนอกจากต้องมีฝีมือแล้ว จะต้องมีความเข้าใจระบบเทคโนโลยีของเครื่องบินใครมีฝีมือ ใช้ระบบเก่ง ใช้อาวุธได้เร็ว ก็จะเป็นผู้ชนะ”
พลอากาศเอก อิทธพร ศุภวงศ์ อดีตผู้บัญชาการทหารอากาศและอดีตผู้บังคับฝูงบิน F-16 คนแรกของกองทัพอากาศไทย
สวัสดีครับท่านผู้อ่านทุกท่าน สงครามอิหร่านตอนนี้ไทยพอทน ถ้ากัมพูชายิงเข้ามาไทยพอเลย เพราะความอดทนของคนเรามันมีขีดจำกัด เมื่อไหร่ที่ถูกกระทำจนอีกฝ่ายไม่ได้ ก็ถึงคราวออกมาใช้กำลัง ดูอย่างอังกฤษก็ไม่ได้อยากมามีปีญหากับอิหร่านสักเท่าไหร่ แต่มาถูกบึ้มโดยขีปนาวุธอิหร่านที่เกาะไซปรัส ทำให้อังกฤษต้องมาช่วยสหรัฐฯและอิสราเอลในยามสงคราม
ท่านผู้อ่านครับ เมื่อท่านดูเรื่องความมั่นคงที่ไหนไกลบ้านเราแล้ว ที่ท่านลองสโคปมาดูอย่างประเทศไทยสิครับ เราก็อยู่ของเราดีๆ อยู่มาวันหนึ่งมีประเทศเพื่อนบ้านประเทศมาเนรคุณเราหลังจากที่เคยเป็นต้นไม้ต้นใหญ่ให้พวกเข้าอาศัยอยู่ เขาตัดต้นไม้เรา ไอ้เราก็ไม่ยอมจึงต้องไปปกป้อง ดีกว่าจะต้องอยูเฉยๆให้ต้นไม้ต้นหนึ่งล้มลง ผู้พิทักษ์ต้นไม้ที่เรียกว่าราชอาณาจักรไทยนี้ ไม่ใช่เจ้าหน้าที่ป่าไม้ ไม่ใช่รุกขเทวดา ไม่ใช้ชาวบ้านตามป่าเขา นี่คือเรื่องราวของ "F-16 กับปฏิบัติการณ์หย่อนไข่ใส่สะพาน"
บนท้องฟ้าเหนือดินแดนไทยในการฝึกร่วม/ผสม Cobra Gold 2026 ชาวอีสานเห็นภาพที่คุ้นตาในทุกๆวันที่กองทัพอากาศไทยฝึกร่วมกับมิตรประเทศอย่างกองทัพอากาศและนาวิกโยธินสหรัฐอเมริกาในภารกิจจำลองการสนับสนุนทางอากาศโดยใกล้ชิดรวมไปถึงการบินสู้รบทางอากาศหรือภาษานักบินเรียกว่า Dog Fight
เมื่อวันศุกร์ที่ 27 กุมภาปี 69 เราๆท่านๆจะได้เห็น F-16 Fighting Falcon บินโฉบลงมาเพื่อหย่อนไข่หรือการทิ้งระเบิดใส่เป้าหมายจำลองอย่างแม่นยำ เสียงเครื่องยนต์ไอพ่นและแรงระเบิดที่เกิดขึ้นในการฝึกไม่ได้เป็นเพียงการโชว์สมรรถนะ แต่คือการตอกย้ำถึงความพร้อมของนักบินไทยที่ต้องฝึกให้เหมือนรบจริง เพราะในสถานการณ์จริงความผิดพลาดของการใช้กำลังทางอากาศคือสิ่งที่ยอมรับไม่ได้
แม้ในปัจจุบันกองทัพอากาศโลกเสรีบางประเทศหรือกองทัพอากาศที่ผันตัวจากค่ายรัสเซียมาซบค่ายอเมริกาจะนิยมใช้ F-16 Block 70/72 หรือ "Viper" รุ่นใหม่ล่าสุดจาก Lockheed Martin ที่มีเรดาร์ AESA และโครงสร้างที่ใช้งานได้นานขึ้น ซึ่งกองทัพอากาศไทยอาจจะยังไม่มีรุ่นดังกล่าวประจำการ
แต่ศักยภาพของเครื่องบินขับไล่ F-16 กองทัพอากาศไทยก็ไม่ได้ด้อยประสิทธิภาพจนน่ากังวล เนื่องจากฝูงบิน 403 กองบิน 4 ตาคลี ยังมีเครื่องบินแบบดังกล่าวทีผ่านการอัปเกรดในโครงการ MLU (Mid-Life Upgrade) มาแล้ว
การปรับปรุงนี้ช่วยเปลี่ยนอากาศยานยุคสงครามเย็นให้กลายเป็นอากาศยานรบที่ทันสมัย มีระบบ Data Link อย่าง Link 16 สำหรับเชื่อมต่อข้อมูลการรบ หมวกนักบินติดจอแสดงผล (JHMCS) และเรดาร์ AN/APG-68 ที่ตรวจจับเป้าหมายได้ไกลและแม่นยำกว่าเดิมถึง 2 เท่า ทำให้ F-16 ของไทยสามารถใช้ระเบิดนำวิถีด้วยเลเซอร์ (Laser Guided Bomb) อย่าง GBU-12 ได้อย่างเฉียบคม
จากเหตุการณ์จริงที่เกิดขึ้น เครื่องบินขับไล่ F-16 กองทัพอากาศไทยแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการควบคุมระดับความเสียหายอย่างน่าทึ่ง ซึ่งก็คือการหย่อนไข่ใส่สะพาน ที่แรกที่ตกเป็นเป้าหมายคือสะพานโอร์จีก ในจังหวัดอุดรมีชัย F-16 ของกองทัพอากาศไทยบินลึกเข้าไปในน่านฟ้ากัมพูชา โดยที่ไม่โดนยิงตกแบบในหนัง เพราะกองทัพอากาศกัมพูชาไม่มีเครื่องบินรบเทียบเท่า F-16 หรือ Gripen
จากนั้นก็ทิ้งระเบิดใส่สะพานนี้เพื่อสกัดการขนส่งอาวุธหนัก เช่น รถยิงจรวด BM-21 ไปยังเนิน 350 และปราสาทตาควาย โดยความสามารถที่โดดเด่นคือการเลือกทำลายเพียงบางส่วนเพื่อให้ รถใหญ่ผ่านไม่ได้ แต่ประชาชนยังเดินเท้าหรือขี่มอเตอร์ไซค์ข้ามได้ เพื่อยึดหลักมนุษยธรรม ดังนั้นจึงเป็นเหตุที่ว่าทำไม F-16 ไม่ระเบิดสะพานให้ขาดเป็น 2 ท่อนไปเสียเลย
ในจังหวัดโพธิสัตว์ ก็มีสะพานจัยจุมเนี๊ยะซึ่งเป็นสะพานคู่ที่ทำจากเหล็กและคอนกรีต F-16 ปฏิบัติภารกิจถึง 2 รอบ รอบแรกทำลายเพียง 1 ช่องจราจรเพื่อเป็นการเตือนแต่เมื่อพบว่าฝ่ายตรงข้ามยังใช้ส่งกำลังบำรุงจึงส่ง F-16 รอบที่สองเข้าไปถล่มซ้ำจนสะพานขาดออกเป็น 2 ท่อน ตกลงไปในน้ำ
อันที่จริง F-16 สามารถทำความเร็วได้มากกว่า 2 เท่าของความเร็วเสียง และมีอัตราแรงขับต่อหนักหนักที่สูง ทำให้สามารถบินพุ่งทะยานในแนวดิ่งหรือทำท่วงท่าผาดแผลงเพื่อหลบหลีกการเป็นฝ่ายถูกล่าในการรบทางอากาศได้ดี แต่ชาวบ้านหรือทหารกัมพูชาไม่อาจทราบได้ชอบถ่าย Content ตาดีไปเห็นว่าวันนั้นมีภาพที่ F-16 ติดถังเชื้อเพลิงใต้ปีก 2 ถังหย่อนไข่ลงมาถึงที่ราวกับไรเดอร์ขี่มอเตอร์ไซค์มาส่งสินค้าที่บ้าน จึงสังเกตได้ว่าอาจบินด้วยความเร็วไม่มากนัก เพราะใต้ปีกมีการแบกถังและไข่มา จึงต้องมีน้ำมันเหลือไว้สำหรับบินกลับฐาน
หลังจากที่พญาเหยี่ยว F-16 ไทยแผลงฤทธิ์หย่อนไข่ตัดวงจรยุทธศาสตร์ในปฏิบัติการทำลายสะพานโอร์จีกและสะพานจัยจุมเนี๊ยะจนสิ้นซาก สถานการณ์ในสมรภูมิได้เปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญ ฝ่ายกัมพูชาก็ขยันอย่างหนักในการฟื้นฟูเส้นทางส่งกำลังบำรุง โดยใช้เวลาเพียง 17 วัน ในการเร่งซ่อมแซมสะพานเหล็กสายเก่าจนกลับมาเปิดใช้งานได้อีกครั้งในวันที่ 30 ธันวาคมปีที่แล้ว
ความพยายามที่น่าสนใจคือการสร้างคันดินถมข้ามห้วยระหว่างสะพานใจจุมเนี้ยะใหม่ที่ทำจากปูน และสะพานเก่าที่ทำจากเหล็ก โดยมีการวางท่อระบายน้ำไว้ด้านล่างเพื่อให้รถสามารถสัญจรได้ชั่วคราว อย่างไรก็ตามนักวิเคราะห์ทางการทหารมองว่าคันดินนี้อาจไม่คงทนถาวร หากมีฝนตกหนักน้ำป่าจากภูเขาอาจกัดเซาะจนคันดินพังทลายได้ในเวลาอันสั้น
แม้กัมพูชาจะพยายามซ่อมแซมสะพาน แต่กองทัพอากาศไทยได้ส่งสัญญาณเตือนอย่างชัดเจนผ่านการแถลงการของท่านโฆษกกองทัพอากาศว่า หากตรวจพบว่ามีการใช้สะพานที่ซ่อมแซมขึ้นใหม่นี้ในการลำเลียงอาวุธหนัก เช่น รถยิงขีปนาวุธหลายลำกล้อง BM-21 หรือส่งกำลังบำรุงไปยังแนวหน้าอีก กองทัพอากาศไทยพร้อมที่จะส่งเครื่องบินขับไล่ F-16 เข้าไปโจมตีซ้ำทันที เพื่อให้หยุดการส่งยุทโธปกรณ์ไปยังพื้นที่ส่วนหน้าอย่างเด็ดขาด
การเปลี่ยนดุลอำนาจจะเห็นได้ชัดเจนจากหลังการทำลายสะพานส่งผลโดยตรงต่อการสู้รบที่เนิน 350 และ ปราสาทตาควาย รวมไปถึงที่จังหวัดตราด โดยเฉพาะที่บ้านสามหลังเนื่องจากอาวุธหนักและกำลังพลไม่สามารถส่งไปเติมได้ทันเวลา ส่งผลให้ทหารภาคพื้นจากนาวิกโยธินและกองทัพบกไทยสามารถเข้าควบคุมสถานการณ์และยึดพื้นที่เป้าหมายใน 2 พื้นที่ได้โดยสมบูรณ์
วันที่ 27 ธันวาคมพ.ศ.2568 อีกไม่กี่วันจะเข้าปีใหม่ปี 69 วันนั้นเป็นจุดเริ่มต้นของช่วงเวลาของการประกาศหยุดยิง 72 ชั่วโมง หลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตว่านี่อาจเป็นเพียงช่วงเวลาที่เปิดโอกาสให้ฝ่ายกัมพูชาซึ่งเปรียบเสมือนคนเจ็บที่หมอพาไปรักษายังโรงพยาบาล
การรักษาตัวนี้หาใช่เพื่อขยับเขยื้อนร่างกายแบบคนที่ออกจากโรงพยาบาลได้ไม่ แต่มันคือการสะสมกำลังและจัดหาเขี้ยวเล็บใหม่ที่คมกว่าเดิมกลับมาแก้แค้น โดยมีเป้าหมายหลักคือการสกัดกั้นอำนาจทางอากาศของกองทัพอากาศไทยที่ครองความได้เปรียบมาโดยตลอด
มีรายงานความเคลื่อนไหวทางอากาศที่น่าจับตา เมื่อพบ เครื่องบินขนส่งสินค้าจากประเทศเบลารุส ซึ่งเป็นพันธมิตรใกล้ชิดของรัสเซียบินมุ่งหน้าสู่กรุงพนมเปญในช่วงหลังการปะทะสิ้นสุดลงไม่นาน ความน่าสงสัยของเที่ยวบินนี้คือการจงใจบินอ้อมเพื่อหลีกเลี่ยงน่านฟ้าไทย โดยเลือกใช้เส้นทางผ่านประเทศมาเลเซียแทน หากบินมาไทยก็โดน F-16 ที่เคยบึ้มสะพานขึ้นไปบินสกัดกั้น ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณว่าสิ่งที่บรรทุกอยู่ภายในอาจไม่ใช่สินค้าธรรมดาเหมือนที่เครื่องบินโดยสารเที่ยวบินปกติขนมาลง แต่เป็นยุทโธปกรณ์ที่มีไว้เพื่อเปลี่ยนเกมการรบ
สิ่งที่ฝ่ายกัมพูชาคาดหวังจะนำมาใช้เผด็จศึก F-16 ของกองทัพอากาศไทยถ้าบินมาทำลายสะพานคือระบบขีปนาวุธต่อสู้อากาศยานแบบ Buk-M1 (บั๊กเอ็มวัน) ซึ่งเป็นอาวุธที่มีประสิทธิภาพสูงจากสายการผลิตของโซเวียต สำหรับสมรรถนะของ Buk-M1 ถูกออกแบบมาเพื่อทำลายเครื่องบินรบและเฮลิคอปเตอร์โดยเฉพาะ มีหัวรบหนักถึง 70 กิโลกรัม และเคยมีประวัติอื้อฉาวในเหตุการณ์ยิงเครื่องบินโดยสารมาเลเซียแอร์ไลนส์ MH17 ตกในยูเครนมาแล้ว
ดังนั้นการนำ Buk-M1 เข้ามาประจำการในพื้นที่ชายแดน มีวัตถุประสงค์ชัดเจนเพื่อสอย F-16"หรืออย่างน้อยที่สุดคือการสร้างพื้นที่ห้ามบิน (No-Fly Zone) เพื่อไม่ให้กองทัพอากาศไทยไทยสามารถส่งเครื่องบินรบอย่าง Gripen หรือ F-16 เข้ามาหยอนไข่ใส่จุดยุทธศาสตร์ได้โดยง่ายเหมือนการปะทะทั้ง 2 รอบที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม ฝั่งกองทัพอากาศไทยได้ออกมาแสดงความเชื่อมั่นว่าไม่ได้นิ่งนอนใจต่อข่าวกรองดังกล่าว โดยระบุว่าไทยรู้แม้กระทั่งจุดเริ่มของเครื่องบินลำนี้ว่ามาจากไหน ผ่านประเทศใด และมีขีดความสามารถในการบรรทุกเท่าใด กองทัพอากาศไทยมีการติดตามความเคลื่อนไหวของอาวุธต่อสู้อากาศยานเหล่านี้อย่างใกล้ชิดและมีมาตรการป้องกันรองรับไว้แล้ว รวมถึงมีข้อเสนอให้รัฐบาลพิจารณาจัดหาขีปนาวุธพิสัยใกล้เพื่อเป็นการปรามเพื่อนบ้านที่มีท่าทีเกเรในช่วงเวลาที่สถานการณ์ยังไม่ไว้วางใจเช่นนี้
การหาวิธีสอย F-16 ของกัมพูชาจึงเป็นภาพสะท้อนของความพยายามในการกอบกู้ศักดิ์ศรีที่เสียไปจากการถูกทำลายสะพานจัยจุมเนี๊ยะและสะพานโอร์จีก และเป็นการเตรียมพร้อมสำหรับสงครามรอบใหม่ที่อาจจะดุเดือดกว่าเดิมหากการเจรจาไม่เป็นผล
ท่ามกลางไฟแห่งความแค้นของกองทัพกัมพูชาที่เกิดขึ้นหลังจากการสูญเสียจุดยุทธศาสตร์สำคัญ เสียงคำรามของเครื่องยนต์ไอพ่นจาก F-16 Fighting Falcon ของกองทัพอากาศไทยได้กลายเป็นเสียงที่ตามหลอกหลอนและสร้างความหวาดผวาให้กับทหารกัมพูชาในพื้นที่ชายแดนอย่างรุนแรงตรงกันข้ามคนไทยทั้งประเทศที่อุ่นใจเมื่อเสียงนี้มา ทุกครั้งที่เสียงนี้ดังพาดผ่านน่านฟ้า ทหารฝ่ายตรงข้ามมักจะต้องรีบวิ่งหนีเข้าบังเกอร์หรือหลบซ่อนตามถ้ำและชะง่อนผาเพื่อความอยู่รอด
ความรู้สึกที่เหมือนเป็นการเข้าไปหลบหลู่หรือท้าทายในป่าช้าจนผีตนหนึ่งต้องเกิดความไม่พอใจนี้ มีสาเหตุมาจากประสิทธิภาพในการโจมตีที่แม่นยำราวกับจับวางของเครื่องบินขับไล่ F-16 กองทัพอากาซไทยทั้ง 2 ฝูงบินคือฝูงบิน 103 และฝูงบิน 403 ซึ่งสร้างความเสียหายอย่างหนักในจุดที่ฝ่ายตรงข้ามคาดไม่ถึง
ด้วยความแค้นและต้องการหยุดยั้งเสียงไอพ่นเครื่องบินรบอันเปรียบเสมือนวิญญาณที่ตามหลอกหลอนนี้ ฝ่ายกัมพูชาจึงไปหาอาวุธยุทโธปกรณ์ใหม่ เช่น ระบบขีปนาวุธต่อสู้อากาศยาน Buk-M1 จากเบลารุส เพื่อหวังจะใช้เป็นเขี้ยวเล็บในการสอย F-16 ของไทย หรือแม้กระทั่งจะใช้ขีปนาวุธ PHL-03 ที่มีรัศมีเกิน 170 กมล.ยิงไปลงที่โคราช เพื่อให้ F-16 เละคาฐานก่อนที่จะได้ขึ้นบิน
ในขณะที่ทหารกัมพูชาก็แค้นแล้วแค้นอีกจนอยากเอาคืน ชาวบ้านในภาคอีสานที่มักคุ้นเคยกับเสียงพิณเสียงแคนก็ชอบเสียงที่ดังกว่า จากที่คิดว่ารำคาญพอเห็นบินผ่าน ใช่ครับ ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือเราจะเห็นกองทัพอากาศไทยส่ง F-16 จากโคราชขึ้นบินลาดตระเวนรบ (Combat Air Patrol : CAP) ทั้งในระดับความสูงที่มองไม่เห็นจนได้ยินเสียงและระดับต่ำที่มองเห็นตัวเครื่องเพื่อยืนยันการคุ้มครองน่านฟ้าและป้องปรามภัยคุกคามอย่างต่อเนื่อง
การใช้ F-16 ทำลายสะพานทั้ง 2 แห่ง กำลังเป็นจุดเริ่มต้นของความร้อนแรงครั้งใหม่ ในขณะที่กองทัพอากาศไทยก็กำลังรอวันส่ง F-16 ขึ้นบินอีกครั้งเพื่อกำจัดขีดความสามารถทางการทหารของกัมพูชาหากมีการปะทะรอบ 3 เกิดขึ้น ส่วนจะหนักแค่ไหนจนถึงที่ร้ายแรงแบบสงครามอิหร่านหรือไม่ โปรดติดตามกันต่อไป วันนี้ขอลาไปก่อน สวัสดีครับ
Credit บทความและภาพประกอบ
AEROPEEM AVIATION PHOTOGRAPHY
Maurits Even
The Centre of Aviation Photography
K.H.SIM
Alfred Koning
Thairath Online
Top News
ข่าวช่อง Workpoint TV
AMARIN TV
เรียบเรียงโดย : นักรบชายแดน
โฆษณา