5 มี.ค. เวลา 12:13 • ธุรกิจ

มหากาพย์สงครามแย่งชิง RAM ทำไมคอมพิวเตอร์และมือถือถึงเตรียมขึ้นราคา?

ลองจินตนาการว่าในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า คุณเดินเข้าไปในร้านขายอุปกรณ์ไอที ทุกอย่างดูคุ้นตา
แต่ป้ายราคากลับทำให้ต้องชะงัก แล็ปท็อปแพงขึ้น คอนโซลเลื่อนวางจำหน่าย สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่หายไปจากตลาด…
หลายคนอาจสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมของเทคโนโลยีถึงซื้อยากและแพงขึ้นขนาดนี้
ไม่มีข่าวใหญ่โต ไม่มีเหตุการณ์เดียวให้ชี้เป้า มีแค่ความรู้สึกว่าการซื้อของไอทีมันไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป…
ย้อนกลับไปยุคที่เรายังต้องไปเดินหาซื้อแผ่นเพลง Vampire แผ่นซีดีเถื่อนที่อัดไฟล์ MP3 ไว้เป็นร้อยเพลง
ยุคนั้นพื้นที่เก็บข้อมูลเป็นของหายากและราคาแพงมาก ใครมีฮาร์ดดิสก์ความจุเยอะคือราชา…
วันนี้เรากำลังเผชิญกับความขาดแคลนคล้ายๆ กัน แต่มันรุนแรงกว่าและสเกลใหญ่กว่ามาก
ทรัพยากรที่กำลังขาดแคลนอย่างหนักไม่ใช่แผ่นซีดีหรือฮาร์ดดิสก์ แต่มันคือสิ่งที่เราเรียกกันสั้นๆ ว่า “RAM”…
ชิ้นส่วนเล็กๆ นี้มีความสำคัญระดับคอขาดบาดตายต่อระบบคอมพิวเตอร์สมัยใหม่ แทบทุกอุปกรณ์ต้องพึ่งพามัน
แต่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เม็ดเงินมหาศาลกลับไหลทะลักเข้าไปสร้างสิ่งใหม่ที่เรียกว่า “AI Data Center”…
ในยุคตื่นทองของ AI ชิปประมวลผลคือเครื่องจักรขุดทอง และหน่วยความจำก็กลายสภาพเป็นพลั่วและเสียม
มันคืออุปกรณ์ชิ้นสำคัญที่ผู้เล่นระดับแนวหน้าทุกคนต้องแย่งชิงกันกว้านซื้อมาไว้ในมือ…
มีรายงานระบุว่า OpenAI ได้กว้านซื้อโควต้าหน่วยความจำแบนด์วิดท์สูงระดับโลกไปแล้วถึง 40 เปอร์เซ็นต์
การเปลี่ยนแปลงทิศทางการผลิตนี้กำลังส่งผลกระทบโดยตรงต่อวงการคอมพิวเตอร์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้…
ถ้าคิดว่าตัวเองไม่ใช่เกมเมอร์แล้วจะรอด ลองคิดดูใหม่ คลื่นการขึ้นราคาจะแผ่ขยายไปถึงอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทุกชนิด
สาเหตุหลักมาจากความต้องการที่พุ่งสูงปรี๊ดของหน่วยความจำประเภท “HBM”…
ชิ้นส่วนนี้คือหัวใจหลักในฮาร์ดแวร์สำหรับฝึกฝนโมเดล AI แม้มันจะต่างจากหน่วยความจำในมือถือ
แต่ทั้งหมดล้วนต้องใช้กระบวนการผลิตบนแผ่นเวเฟอร์ซิลิคอนเดียวกัน มันคือเกมที่ผู้ชนะกินรวบ…
ทุกแผ่นเวเฟอร์ที่ถูกแบ่งไปผลิตชิ้นส่วนให้การ์ดจอ Nvidia หมายถึงแผ่นเวเฟอร์ที่หายไปจากการผลิตหน่วยความจำสำหรับแล็ปท็อปเครื่องใหม่ของคุณ ทรัพยากรมีจำกัดแต่ความต้องการกลับสวนทางกันอย่างสุดขั้ว…
มีภาพข่าว Jensen Huang บินไปเกาหลีใต้ ดื่มโซจูกับผู้บริหาร Samsung เป้าหมายคือการเจรจาล็อกโควต้าและกันไม่ให้คู่แข่งแย่งชิ้นส่วนสำคัญนี้ไปได้ก่อน…
ทุกวันนี้ Samsung ทำกำไรจากการขายชิ้นส่วนให้ศูนย์ข้อมูลได้มากกว่าการขายโทรศัพท์มือถือเสียอีก
ผู้ผลิตบางรายถึงขั้นหยุดขายสินค้าให้คนทั่วไป แล้วหันไปทุ่มเทให้ตลาดองค์กรแทนเพราะกำไรมหาศาลกว่ามาก…
1
กราฟราคาชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์ในช่วงที่ผ่านมาพุ่งทะยานขึ้นอย่างบ้าคลั่ง
ชุดหน่วยความจำบางรุ่นตอนนี้มีราคาแพงกว่าชิปประมวลผลกราฟิกรุ่นเรือธงเสียอีก มันคือฝันร้ายของคนที่อยากประกอบคอมพิวเตอร์ใหม่…
ตลาดองค์กรต้องการชิ้นส่วนคุณภาพสูงที่ยอมให้เกิดความผิดพลาดไม่ได้เลย
ศูนย์ข้อมูลต้องทำงานต่อเนื่องตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง ข้อผิดพลาดเพียงนิดเดียวอาจทำให้ระบบฝึกฝน AI ล่มสลายและสูญเงินหลายล้านดอลลาร์ในพริบตา…
ปัญหาที่ใหญ่ที่สุดคือชิปหน่วยความจำบนโลกกว่า 93 เปอร์เซ็นต์ ถูกผลิตมาจากบริษัทเพียงสามแห่งเท่านั้น ได้แก่ Samsung SK Hynix และ Micron เมื่อโลกต้องพึ่งพาคนแค่สามกลุ่ม ระบบเศรษฐกิจนี้จึงเปราะบางอย่างยิ่ง…
ปลายปี 2025 Micron ประกาศถอยออกจากตลาดคอนซูเมอร์เพื่อมุ่งเป้าไปที่กลุ่มองค์กรและ AI
โดยสินค้าสำหรับผู้บริโภคทั่วไปคาดว่าจะขายหมดเกลี้ยงในต้นปี 2026 แค่การขยับตัวครั้งเดียวก็ทำเอาตลาดสั่นสะเทือน…
ยักษ์ใหญ่รายอื่นเริ่มตระหนักว่าเวลาใกล้หมดลง ผู้บริหารจากสหรัฐอเมริกาต่างพากันบินไปเกาหลีใต้ เช่าโรงแรมอยู่ยาวเพื่อเดินสายอ้อนวอนขอโควต้าการผลิตจากผู้ผลิตชิป จนถูกคนในวงการตั้งฉายาว่าขอทานชิ้นส่วนไอที…
แล้วทำไมไม่สร้างโรงงานผลิตเพิ่มไปเลย คำตอบคือโรงงานปัจจุบันเดินเครื่องเต็มกำลังแบบไม่มีวันหยุดอยู่แล้ว และการสร้างโรงงานใหม่ต้องใช้เวลาอย่างน้อยสองถึงสามปีพร้อมเงินลงทุนอีกหลายพันล้านดอลลาร์…
ผู้ผลิตเองก็ยังลังเลที่จะลงทุนมหาศาล เพราะใครจะรู้ว่าความต้องการของโลกอนาคตจะเป็นอย่างไร
Sam Altman ซีอีโอของ OpenAI ยังเคยออกมายอมรับว่าความบ้าคลั่งในปัจจุบันอาจกลายเป็นสภาวะฟองสบู่จริงๆ ก็ได้…
บทเรียนในอดีตยุคสมาร์ทโฟนบูมยังคงตามหลอกหลอน ตอนนั้นผู้ผลิตแห่กันขยายโรงงานจนเกิดสภาวะอุปทานล้นตลาด
ส่งผลให้ราคาดิ่งพสุธาพังทลายลงมาอย่างน่ากลัว แทนที่จะสร้างโรงงานใหม่ สิ่งที่เราเห็นตอนนี้จึงมีแต่ความลังเล…
ผลกระทบทั้งหมดนี้เริ่มซึมลึกสู่โลกความเป็นจริง ร้านค้าในญี่ปุ่นเริ่มจำกัดการซื้อฮาร์ดไดรฟ์
แบรนด์มือถือจีนเตือนเรื่องการปรับขึ้นราคา แม้แต่ Apple ก็ต้องยอมจ่ายพรีเมียมแพงลิ่วเพื่อแย่งชิงหน่วยความจำมาใส่ใน iPhone 17 Pro…
แบรนด์คอมพิวเตอร์ชื่อดังต่างพากันปรับขึ้นราคา ผู้เชี่ยวชาญประเมินว่าตลาดพีซีและสมาร์ทโฟนทั่วโลกอาจต้องเผชิญกับภาวะหดตัว
เครื่องเล่นเกมคอนโซลยุคถัดไปก็ตกอยู่ภายใต้แรงกดดันจนอาจต้องเลื่อนวันเปิดตัวออกไป…
เกมเมอร์คือกลุ่มที่รับผลกระทบหนักสุด ข่าวลือระบุว่าการ์ดจอรุ่นใหม่อย่าง RTX 5090 อาจมีราคาพุ่งไปแตะถึงระดับห้าพันดอลลาร์
ราคาที่กระโดดขึ้นเกินเท่าตัวเป็นสิ่งที่ทำใจยอมรับได้ยากเหลือเกินสำหรับคนทั่วไป…
บริษัทยักษ์ใหญ่ที่เคยวางรากฐานเทคโนโลยีให้ผู้บริโภคกำลังจัดระเบียบธุรกิจใหม่แบบเงียบๆ
การพักเปิดตัวการ์ดจอเกมมิ่งเพื่อหันไปผลิตชิปเซิร์ฟเวอร์แทน เปรียบเสมือนการตบหน้าลูกค้าเก่า แต่นี่คือสัจธรรมของโลกทุนนิยม…
นอกจากเรื่องราคาแล้ว การแห่สร้าง “Data Center” ยังซ่อนวิกฤตสิ่งแวดล้อมเอาไว้
การใช้งานระบบ AI สิ้นเปลืองพลังงานและน้ำบริสุทธิ์ในการหล่อเย็นมหาศาล จนเริ่มเกิดกระแสต่อต้านจากประชาชนในหลายพื้นที่…
ท่ามกลางความมืดมิด ม้ามืดอย่างประเทศจีนกำลังเร่งพัฒนาตัวเอง CXMT ผู้ท้าชิงรายใหญ่ประกาศความสำเร็จในการวิจัยหน่วยความจำรุ่นใหม่
แม้จะยังต้องใช้เวลาพัฒนาอีกหลายปี แต่นี่อาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในอนาคต…
สัญญาซื้อขายล่วงหน้าของชิปหน่วยความจำถูกล็อกคิวไปจนหมดเกลี้ยงแล้ว ต่อให้ความต้องการของตลาดโลกเริ่มหดตัวลง ผู้ซื้อระดับองค์กรก็ยังต้องรับมอบสินค้าและจ่ายเงินในราคาที่แพงหูฉี่ตามข้อตกลงเดิม…
มันถึงเวลาที่เราต้องหยุดคิดทบทวน ประโยชน์และความสะดวกสบายจากเทคโนโลยีใหม่มันคุ้มค่ากับต้นทุนแฝงและผลกระทบทางเศรษฐกิจที่เราต้องจำยอมเสียไปหรือไม่ โดยเฉพาะเมื่อผลกระทบนั้นกำลังพุ่งตรงมาล้วงเงินในกระเป๋าของเรา…
References : [reuters, theverge, trendforce, tomshardware, bloomberg]
◤━━━━━━━━━━━━━━━◥
หากคุณชอบคอนเทนต์นี้อย่าลืม 'กดไลก์'
หากคอนเทนต์นี้โดนใจอย่าลืม 'กดแชร์'
คิดเห็นอย่างไรคอมเม้นต์กันได้เลยครับผม
◣━━━━━━━━━━━━━━━◢
The original article appeared here https://www.tharadhol.com/the-epic-war-for-ram/
ติดตามสาระดี ๆ อัพเดททุกวันผ่าน Line OA ด.ดล Blog
คลิกเลย --> https://lin.ee/aMEkyNA
รวม Blog Post ที่มีผู้อ่านมากที่สุด
——————————————–
ติดตาม ด.ดล Blog เพิ่มเติมได้ที่
=========================
โฆษณา