7 มี.ค. เวลา 22:51 • สุขภาพ

มะเร็งชอบแพร่ไปไหนในร่างกายมากที่สุด

โดยทั่วไปเราจะแบ่งโรงมะเร็งออกเป็น 4 ระยะ คือ ระยะที่ 1 (Early Stage) มะเร็งขนาดเล็ก จำกัดอยู่ในอวัยวะเดียว ยังไม่แพร่กระจาย ระยะที่ 2 (Localized Stage) มะเร็งมีขนาดใหญ่ขึ้น เริ่มลุกลามภายในเนื้อเยื่อหรืออวัยวะเดิม ระยะที่ 3 (Regional Spread) มะเร็งลุกลามไปยังเนื้อเยื่อใกล้เคียงหรือต่อมน้ำเหลืองรอบๆ และสุดท้าย
ระยะที่ 4 (Metastasis) มะเร็งระยะแพร่กระจาย กระจายไปยังอวัยวะอื่นที่ห่างไกล เช่น ปอด ตับ สมอง หรือกระดูก และมักถือเป็นช่วงเวลาสุดท้ายของผู้ป่วย เนื่องจากร้อยละ 90 มักเสียชีวิตในช่วงนี้
เมื่อเซลล์มะเร็งเข้าสู่กระแสเลือด (Intravasation) จะถูกเรียกว่า Circulating Tumor Cells (CTCs) ซึ่งต้องเผชิญกับสภาวะแวดล้อมที่รุนแรง ทั้งแรงเฉือนทางกลศาสตร์จากกระแสเลือดและการตรวจจับโดยเซลล์ภูมิคุ้มกัน เซลล์มะเร็งมักจะรวมกลุ่มกัน
ก่อนที่จะไปติดค้างในหลอดเลือดฝอยของอวัยวะเป้าหมายและแทรกตัวออกไปสู่เนื้อเยื่อ (Extravasation)
ประสิทธิภาพของกระบวนการนี้ขึ้นอยู่กับความสัมพันธ์ระหว่างเซลล์มะเร็ง (Seed) และสภาวะแวดล้อมระดับจุลภาคของอวัยวะปลายทาง (Soil) ตามทฤษฎี "Seed and Soil" ที่เสนอโดย Stephen Paget ในปี 1889 ซึ่งได้รับการยืนยันด้วยงานวิจัยสมัยใหม่ว่าสภาวะแวดล้อมของอวัยวะบางแห่งมีความอ่อนไหวเป็นพิเศษต่อการถูกรุกรานโดยเซลล์มะเร็ง
ตับ : อวัยวะยอดฮิตอันดับ 3
ตับทำหน้าที่คัดกรองสารต่างๆก่อนเข้าสู๋กระแสเลือด เปลี่ยนโครงสร้างต่างๆ เพื่อให้เหมาะสมต่อการที่ร่างกายจะนำไปใช้ และง่ายต่อการขับออกจากร่างกาย Portal Vein จากตับ นำเลือดที่รวบรวมสารอาหารมาจากลำไส้ กระเพาะ และระบบย่อยอาหารเข้ามา ทำให้ตับเป็นที่แรกที่จะได้รับเซลล์มะเร็ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากกระเพาะอาหาร
เซลล์มะเร็งสามารถเกาะติดและแทรกตัวเข้าสู่เนื้อตับ (Parenchyma) ได้อย่างง่ายดาย สถิติระบุว่าผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนักมากถึงร้อยละ 50 จะพัฒนาไปสู่การแพร่กระจายที่ตับ (Colorectal Liver Metastases - CRLM) ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการเสียชีวิตในผู้ป่วยกลุ่มนี้
1
ตับไม่ได้ทำหน้าที่เพียงแค่ดักจับเซลล์มะเร็งในเชิงกลเท่านั้น แต่ยังมีสภาวะทางชีวเคมีที่เอื้ออำนวย เนื้อเยื่อตับอุดมไปด้วยปัจจัยการเจริญเติบโตและไซโตไกน์ที่หลั่งมาจากเซลล์ Kupffer และเซลล์ Hepatic Stellate ซึ่งสามารถถูกเหนี่ยวนำให้สร้างสภาวะที่เรียกว่า Pre-metastatic niche ก่อนที่เซลล์มะเร็งจะเดินทางมาถึง เซลล์มะเร็งในตับมักจะใช้สารอาหารและกลูโคสที่มีอยู่หนาแน่นเพื่อสนับสนุนเมแทบอลิซึมที่รวดเร็วของเซลล์มะเร็งอีกด้วย
1
ปอด : อวัยวะยอดฮิตอันดับ 2
ปอดเป็นอวัยวะเป้าหมายอันดับที่สองที่มีความสำคัญ เลือดดำทั้งหมดจากทุกส่วนของร่างกาย (ยกเว้นจากระบบพอร์ทัล) จะต้องไหลผ่านหัวใจซีกขวาเพื่อส่งไปยังปอดเพื่อแลกเปลี่ยนก๊าซ เซลล์มะเร็งที่เข้าสู่กระแสเลือดดำหรือท่อน้ำเหลืองจะเดินทางเข้าสู่หัวใจและถูกสูบฉีดไปยังปอดผ่านทางหลอดเลือด (Pulmonary Artery) ทำให้เซลล์มะเร็งที่มีขนาดใหญ่และไม่มีความยืดหยุ่นเท่าเม็ดเลือดขาวมักจะถูกดักติดอยู่ภายในหลอดเลือดเหล่านี้
1
มะเร็งที่มักแพร่กระจายไปปอดเป็นอันดับแรกๆ ได้แก่ มะเร็งเต้านม มะเร็งลำไส้ใหญ่ มะเร็งไต และมะเร็งผิวหนังเมลานโนมา งานวิจัยในปี 2024-2025 ก้อนมะเร็งเริ่มต้นสามารถหลั่งเอ็กโซโซม (Exosomes) ที่บรรจุไมโครอาร์เอ็นเอ (เช่น miR-25-3p) ซึ่งมีฤทธิ์ในการทำลายโปรตีนที่ยึดเกาะระหว่างเซลล์บุผนังหลอดเลือด (เช่น ZO-1 และ Claudin-5) ส่งผลให้ความสามารถในการซึมผ่านของหลอดเลือดในปอดเพิ่มขึ้น (Vascular Permeability) และเอื้อให้เซลล์มะเร็งแทรกตัวออกไปได้ง่ายขึ้นนั่นเอง
กระดูก : อวัยวะยอดฮิตอันดับ 1
เมื่อผ่านทั้งตับและปอดมาแล้ว กระดูกคืออวัยวะที่พบการแพร่กระจายของมะเร็งสูงที่สุด มะเร็งต่อมลูกหมาก และมะเร็งเต้านม ซึ่งร้อยละ 70-80 ของผู้ป่วยในระยะลุกลามจะพบคราบมะเร็งในกระดูก เซลล์มะเร็งเดินทางเข้าหากระดูกผ่านแรงดึงดูดทางเคมี ผ่าน CXCL12-CXCR4 ไขกระดูกยังมีปัจจัยการเจริญเติบโตที่ดึงดูดเซลล์มะเร็งและโปรตีนยึดเกาะ เช่น Integrins และ E-selectin ที่ช่วยให้เซลล์มะเร็งหยุดชะงักและยึดเกาะกับเซลล์บุผนังหลอดเลือดในกระดูกได้อย่างเหนียวแน่น
โดย Osteolytic Lesions หรือแผลบนกระดูก คือรูปแบบที่พบได้บ่อยที่สุด พบบ่อยในมะเร็งเต้านมและมะเร็งปอดชนิด Non-small cell เซลล์มะเร็งจะผลิตโปรตีน Parathyroid Hormone-related Protein (PTHrP) ไปกระตุ้นเซลล์ Osteoblast ให้เพิ่มการหลั่ง RANKL RANKL จะไปจับกับตัวรับ RANK บนเซลล์ Osteoclast ทำให้เกิดการกระตุ้นการสลายกระดูกอย่างรุนแรง
รองลงมาคือ Osteoblastic Lesions พบบ่อยที่สุดในมะเร็งต่อมลูกหมาก เซลล์มะเร็งจะหลั่งปัจจัยเช่น Bone Morphogenetic Proteins (BMPs) และ Endothelin-1 (ET-1) กระตุ้นให้มีการสร้างเนื้อกระดูกใหม่ที่ไม่แข็งแรง
ผลกระทบที่รุนแรงที่สุดของการแพร่กระจายไปกระดูกคือ Skeletal-Related Events
ประกอบด้วย กระดูกหักจากโรค (Pathological fracture) การถูกกดทับของไขสันหลัง (Spinal cord compression) และการเจ็บปวดรุนแรง SREs ไม่เพียงแต่ลดคุณภาพชีวิตอย่างรุนแรง แต่ยังเพิ่มอัตราการเสียชีวิตในผู้ป่วยมะเร็งต่อมลูกหมากและเต้านมระยะที่ 4
อ้างอิง
Faraji F, Eissenberg JC. Seed and soil: A conceptual framework of metastasis for clinicians. Mo Med. 2013 Jul-Aug;110(4):302-8. PMID: 24003647; PMCID: PMC6179891.
Mathot L, Stenninger J. Behavior of seeds and soil in the mechanism of metastasis: a deeper understanding. Cancer Sci. 2012 Apr;103(4):626-31. doi: 10.1111/j.1349-7006.2011.02195.x. Epub 2012 Jan 29. PMID: 22212856; PMCID: PMC7659190.
โฆษณา