8 มี.ค. เวลา 07:13 • นิยาย เรื่องสั้น

งิ้วโรงใหญ่ EP.10: สถาปนิกโลกใต้ดิน กับบิลค่ากาแฟที่ไม่ได้เตรียมใจ

เสียงโซ่จักรยาน KHS ดังแกรกๆ สะท้อนก้องซอยแคบ ก่อนที่ผมจะกำเบรกเอี๊ยด... จอดซุกมันไว้ใต้บันไดหอพักซอมซ่อ กลิ่นอับชื้นของห้องเช่าราคาถูกตีแสกหน้าทันทีที่บิดกุญแจเปิดประตู
ผมทิ้งตัวลงบนเตียงสปริงยุบๆ ปล่อยให้สายตาเหลือบไปเห็น "ของเล่นใหม่" ที่วางแหมะขัดหูขัดตาอยู่บนโต๊ะญี่ปุ่นพับได้... โน้ตบุ๊กสเปกเทพป้ายแดงเอี่ยมอ่อง
ของฟรีครับ... เพิ่งได้มาเมื่อคืน จากงานเลี้ยงรุ่นที่ผมต้องยอมกลืนน้ำลายตัวเอง ใช้บริการรถสาธารณะในช่วงเวลาจราจรหนาแน่นที่น่าระอาไปร่วมงาน
คนที่ยัดเยียดมันใส่มือผมคือ "วิกรม" หรือที่เพื่อนสมัยมหาวิทยาลัยเรียกกันติดปากว่า "ไอ้กร๊วก"... จากไอ้เด็กหลังห้อง วันนี้มันกลายเป็นนักล็อบบี้ยิสต์ คุมงานประมูลของหน่วยงานราชการระดับประเทศ แถมยังพ่วงตำแหน่ง "สามีผู้แสนดี" ของ มาดามหงส์ ด็อกเตอร์สาวชาวจีน ดีกรีเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง สาขารัฐศาสตร์ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศจากเบอร์ลิน
"เอาไปใช้เถอะว่ะเพื่อน..." ไอ้กร๊วกตบไหล่ผมดังป้าบในงานเลี้ยง กลิ่นไวน์ขวดละแสนหึ่งออกจากปากมัน "ยุคนี้มันต้องดิจิทัลแล้วมึง กูเพิ่งเซ็นโปรเจกต์ CyberSecurity for Digital Financial Hub ให้กระทรวงมา โน้ตบุ๊กพวกนี้สเปกมันเหลือทิ้ง เลยได้ติดมือมาให้มึงเครื่องนึง เผื่อมึงจะเอาไปรันกราฟ วิเคราะห์ตัวเลข หาช่องทางทำกินในช่วงตกระกำลำบากได้บ้าง"
ผมหัวเราะหึๆ ในลำคอ หยิบโน้ตบุ๊กอภินันทนาการที่ไอ้กร๊วกโยนมาให้แบบทำทานขึ้นมาปัดฝุ่น
"เอาวะ... ไหนๆ ก็ไหนๆ ในเมื่อได้อาวุธมาแล้ว ก็ต้องไปหา Wi-Fi แรงๆ กับแอร์เย็นๆ เทสต์เครื่องซะหน่อย" ผมลุกขึ้นเปิดตู้เสื้อผ้า รื้อเอา "ชุดเกราะ" ชิ้นสุดท้ายที่ยังรอดพ้นจากโรงรับจำนำมาสวม... เสื้อเบลเซอร์คัตติ้งเนี้ยบสีเข้มที่คอปกเริ่มซีดนิดๆ กับแว่นตา Tom Ford กรอบกระที่ผมบรรจงเช็ดจนเลนส์เงาวับ
สภาพห้องเช่าอาจจะดูซอมซ่อเหมือนหมาจรจัด แต่เวลาเดินออกไปข้างนอก ต่อให้ในกระเป๋าจะเหลือเศษเหรียญแค่หลักสิบ... ลุคเราก็ต้องดูเป็น "Digital Nomad" หรือไม่ก็นักลงทุน VC ที่พร้อมจะหว่านเงินระดับร้อยล้าน
เป้าหมายวันนี้คือ Co-working Space หรูหราหมาเห่าที่เพิ่งเปิดใหม่เอี่ยมบนทำเลทองย่านสาทร-สีลม ที่ตลกร้ายสุดๆ คือมันตั้งอยู่ติดกับตึก Boutique Hostel ของ "เดวิด ลี" (หรือไอ้ตี๋) ชายหนุ่มที่ไม่มีใครรู้แน่ชัดว่าเป็นมาเฟียทุนเทา หรือนักลงทุนหน้าใหม่กระเป๋าหนักจากแผ่นดินใหญ่กันแน่
ผมสะพายกระเป๋าหนังใบเก่ง เดินล้วงกระเป๋ากางเกงที่มีเหรียญสิบกระทบกันดังกริ๊งๆ เข้าไปในดงกระจกบานยักษ์ ภายในเต็มไปด้วยฝรั่ง Expat นั่งเคาะคีย์บอร์ด Mac อย่างเมามันส์ หนุ่มตี๋ใส่เสื้อยืด Balenciaga นั่งประชุมกันหน้าดำคร่ำเครียด บรรยากาศอวลไปด้วยกลิ่นกาแฟคั่วอ่อนราคาแพงระยับ เคล้าไปกับกลิ่นของ "อำนาจเงินตรา" ที่ลอยฟุ้งอยู่ในอากาศ...
ผมเดินเก๊กขรึม ดันแว่น Tom Ford ให้เข้าที่ด้วยมาดนักวิเคราะห์มือฉมัง เลือกทำเลที่นั่งมุมหลืบที่สุด แต่ดันไปติดกับโซน Private Pod VIP Zone (ห้องประชุมกระจกใสแบบเก็บเสียง) ผมกางโน้ตบุ๊กอภินันทนาการจาก "เพื่อนรัก" ขึ้นมา วางฟอร์มเตรียมรันกราฟวิเคราะห์ตลาดโลก...
หน้าจอเปิดขึ้นพร้อมกับพาดหัวข่าวเศรษฐกิจวันนี้... รูปเพื่อนร่วมรุ่นอีกคน ดร.เอกดำรงค์ กำลังนั่งไหล่กระทบไหล่กับกรรมการจัดการ IMF บนเวทีระดับโลก พูดถึง "Asia in 2050" การลงทุนในทุนมนุษย์ และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ฟังดูดีจนผมเกือบจะลืมไปว่าในกระเป๋าตัวเองเหลือเงินไม่ถึง 50 บาท
แต่แล้ว... หน้าจอโน้ตบุ๊กสเปกแรงก็เด้ง Alert สีแดงวาบขึ้นมา!
[ ALERT: SECURE CONNECTION REQUEST - NODE_MAMMOTH_TH ]
ผมขมวดคิ้ว... ไอ้นี่มันเครื่องใหม่เอี่ยม ไอ้กร๊วกเพิ่งเบิกมาให้ มันจะไปมี Request บ้าบออะไรได้? ด้วยสัญชาตญาณความเสือกที่รุนแรง ผมกด Accept...
ทันใดนั้น หน้าจอโน้ตบุ๊กก็เปลี่ยนเป็นหน้าต่าง Secure Shell (SSH) สีเขียวเรืองแสงบนพื้นดำ พร้อมกับสตรีมข้อมูลโลจิสติกส์และผัง Data Center มหาศาลที่ถูกเข้ารหัสไว้...
ผมแทบหยุดหายใจ เมื่อเสียงจากห้อง Private Pod ด้านหลัง ลอดผ่านรอยแยกของประตูกระจกที่ปิดไม่สนิทเข้ามากระทบหู เป็นเสียงผู้ชายสำเนียงแขกปนอังกฤษตอนใต้ที่ดูร้อนรน
"ด็อกเตอร์! รัฐบาลสิงคโปร์เพิ่งประกาศยุทธศาสตร์ NAIS 2.0 ปิดประตูตีแมวคุม AI ทั้งระบบแล้วนะ! แถมตอนนี้ระบบตรวจสอบของ CIA มันเริ่มจับสัญญาณ Project mBridge ของเราที่เชื่อมกับเซิร์ฟเวอร์ในตะวันออกกลางได้แล้ว!"
กริ๊ก... ประตูบานพับของห้อง Private Pod ถูกผลักออก ร่างสูงใหญ่ของ "มามุธ" ลักษณะราวกับสถาปนิกผู้ออกแบบระบบนิเวศน์โครงสร้างทางดิจิตอล ชาวซิกข์สัญชาติอังกฤษ ก้าวออกมา เขาปรายตาคมกริบมองผมตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความรำคาญ ก่อนจะเดินตรงไปที่เคาน์เตอร์บาริสต้า ก้มลงกระซิบกับ "ริต้า" พนักงานสาวชาวฟิลิปปินส์
"Excuse me, Rita. The gentleman in the... vintage blazer over there. Could you kindly ask him to relocate? Or at least check if he’s actually a patron?" ริต้าพยักหน้า ก่อนจะเดินถือเมนูตรงดิ่งมาหาผม ผมรีบรัวคีย์บอร์ดทำทีเป็นวิเคราะห์กราฟหุ้น
"Excuse me, sir. This seating area is reserved for VIPs. And... I noticed you haven't ordered anything yet. Our policy requires a minimum spend. Can I get you an iced Americano? It starts at just 350 Baht."
350 Baht... คำบ่งบอกจำนวนเงินดังเอคโค่ในหัว! มือผมสั่นระริก ค่อยๆ ล้วงกระเป๋ากางเกง สัมผัสถึงเหรียญสิบคงคลังสามเหรียญ เหรียญบาทสองเหรียญ เหรียญห้าสิบสตางค์หนึ่งเหรียญ... ยอดรวมสุทธิแห่งความภาคภูมิใจ: 32.50
บาท! ผมเงยหน้ามองเพชฌฆาตสาวชาวฟิลิปปินส์... ในขณะที่ห้องข้างหลังกำลังขโมยเงินชาติเป็นหมื่นล้าน พระเอกอย่างผมกำลังจะโดนอัปเปหิเพราะไม่มีปัญญาจ่ายค่าอเมริกาโน่!
แต่ก่อนที่ผมจะอ้าปากบอกว่าแอปธนาคารล่ม... ติ๊ง! ประตูร้านเปิดออก
มาดามหงส์ ในชุดเทรนช์โค้ทสีเบจสุดหรู เดินเคียงคู่เข้ามากับ ไอ้กร๊วก ที่ใส่สูทแบรนด์เนมดูพยายามแพง สายตาของไอ้กร๊วกสะดุดกึกที่ผม
"เฮ้ย! ไอ้นี่... มาถึงนี้ได้นะมึง! ริต้า! คนนี่เพื่อนไอ จะสั่งอะไรลงบิล VIP ไอเลยนะ!" ไอ้กร๊วกโบกมือประหนึ่งท่านลอร์ด ริต้าฉีกยิ้มกว้างแล้วถอยฉากไปทันที รอดตายหวุดหวิด!
มาดามหงส์ยิ้มบางๆ ให้ผม แววตาหลังแว่น Lindberg ว่างเปล่า "บังเอิญจังนะคะ หวังว่าโน้ตบุ๊กจะสเปกพอนะคะ... วิกรมคะ หงส์ขอตัวเข้าประชุม 'อัปเดตระบบ' ก่อนนะคะ" เธอหมุนตัวเดินเข้าห้อง Private Pod ทันทีที่ประตูเปิด มามุธกับเดวิด ลี รีบโค้งต้อนรับราวกับเห็นพระแม่เจ้า... ประตูเก็บเสียงปิดฉับ!
"ป่ะมึง! ไปนั่งเลานจ์นู้น ริต้า! เอาอเมริกาโน่เกชาสองแก้ว!" ไอ้กร๊วกลากผมมาทิ้งตัวลงบนโซฟาหนังนุ่มยวบ ปลดกระดุมสูทด้วยมาดผู้ชนะ
"มึงรู้มั้ยกูเพิ่งวิ่งเต้นให้กระทรวงยอมแก้ TOR สำเร็จ!" ไอ้กร๊วกกระซิบกระซาบภูมิใจ "กูชงโปรเจกต์ 'Sandbox ท่อการเงินข้ามพรมแดน' ที่บริษัทเมียกูออกแบบระบบหลังบ้าน ให้ท่านรัฐมนตรี ปกติส่งออกข้าว G2G ต้องจ่ายผ่าน SWIFT โดนหักค่าธรรมเนียมบานตะไท แต่เมียกูเอาระบบ e-CNY มาใช้ โอนปุ๊บถึงปั๊บ!"
วิกรมจิบกาแฟแก้วละพันอย่างอารมณ์ดี "ความอัจฉริยะคือ หลังบ้านมันคือ e-CNY ล้วนๆ วิ่งตรงจากปักกิ่งเข้ากระเป๋าดิจิทัลเลย ไม่ต้องง้อดอลลาร์! แต่หน้าจอ Dashboard กระทรวง... เมียกูให้ไอ้มามุธเขียนโค้ดแปลงค่าเงิน โชว์เป็น 'เงินบาท' ให้พวกผู้ใหญ่ดูสวยๆ! รัฐบาลแม่งนึกว่าได้นวัตกรรมกู้ชาติมาใช้ฟรีๆ! แลกกับค่าดำเนินการแค่ 3% ของมูลค่าส่งออกทั้งหมด! วิน-วิน คอร์ปอเรชั่น กูได้ค่าคอมฯ ไปซื้อที่เขาใหญ่สบาย!"
ผมดูดอเมริกาโน่เกชาจนเกิดเสียงซู้ดก้นแก้ว... รสชาติมันขมปร่ายิ่งกว่ากาแฟกระป๋องหน้าปากซอย
ไอ้กร๊วก... ไอ้เพื่อนโง่! มึงกำลังภูมิใจกับ 'เศษเนื้อ 3%' ที่เมียมึงโยนให้ โดยที่ไม่รู้เลยว่าเงินบาทบนหน้าจอมันคือ "ตัวเลขผี"! ทรานแซกชันจริงคือหยวนดิจิทัล 100% ที่วิ่งในระบบนิเวศปิด (Closed-loop) ประเทศไทยสูญเสียอธิปไตยทางการเงินไปแล้วอย่างสมบูรณ์ ส่วนไอ้ 3% นั่นก็กำลังถูกปั่นเข้าเครื่องซักผ้าคริปโตฯ ไหลลงเกาะเคย์แมน!
"เออ... มึงนี่มันสุดยอดจริงๆ ว่ะกร๊วก" ผมแค่นยิ้ม ฝืนพยักหน้าให้เพื่อนรักที่กำลังหัวเราะร่วน
"แน่นอนเว้ย! เพื่อน... กูกลับไปเตรียมเอกสารชงเข้า ครม. ก่อน มึงก็นั่งตากแอร์เล่นคอมฯ ไป ขาดเหลืออะไรบิลกูเอง!" ไอ้กร๊วกตบไหล่ผมแล้วเดินผิวปากออกไปจากร้าน
ผมก้มมองหน้าจอโน้ตบุ๊กของหลวงที่มี Backdoor ของ CIA ฝังอยู่ ประเทศนี้ไม่ได้โดนปล้นด้วยปืนอีกต่อไปแล้ว แต่มันถูกปล้นผ่านหน้าจอ Dashboard ถูกสูบเลือดผ่านรอยยิ้มของรัฐมนตรี และถูกขายทอดตลาดโดยมีนายหน้าคือ "ความโง่เขลา" ของคนในบ้านตัวเอง
ผมพับหน้าจอโน้ตบุ๊ก ยัดลงกระเป๋า ขณะก้าวพ้นประตูร้าน ผมหันกลับไปมองที่ห้อง Private Pod อีกครั้ง... หลังกำแพงกระจกเก็บเสียงบานนั้น รัฐบาลตัวจริงกำลังเริ่มการประชุม!
Disclaimer & End Credit
คำชี้แจง: เหตุการณ์และตัวละครในนิยายเรื่องนี้เป็นสิ่งที่สมมติขึ้นเพื่อความบันเทิงและสะท้อนมุมมองทางสังคมเท่านั้น ไม่ได้มีเจตนาพาดพิงถึงบุคคล องค์กร หรือสถานการณ์จริงใดๆ ข้อคิดเห็นทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยีที่ปรากฏ เป็นเพียงส่วนหนึ่งของอรรถรสทางวรรณกรรม โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน
Created & Directed by: มนุษย์วัยรุ่นปวดหลัง (นักวิเคราะห์ไส้แห้ง) https://www.facebook.com/struggling.analyst.th
Co-Written & Powered by: Gemini AI (คู่หูไซเบอร์ผู้ไม่หลับใหล)
"นิยายเรื่องนี้คือผลผลิตจากปลายนิ้วของมนุษย์ที่ผ่านโลกมาอย่างโชกโชน ผสานกับพลังการประมวลผลของ AI เพื่อตีแผ่ความบิดเบี้ยวของโลกทุนนิยมในยุคดิจิทัล"
#งิ้วโรงใหญ่ #HumanAndAI #CreativeSymbiosis #เศรษฐกิจพอเพียงในโลกไซเบอร์
โฆษณา