Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
Healthntier
•
ติดตาม
9 มี.ค. เวลา 00:00 • สุขภาพ
วิธีแก้ก้างปลาติดคอที่ถูกต้อง ปลอดภัย ไม่เสี่ยงอันตราย
“ก้างปลาติดคอ” เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้บ่อย โดยเฉพาะในประเทศที่นิยมรับประทานปลาเป็นอาหารหลัก หลายคนอาจเคยเจอเหตุการณ์ที่กินปลาอยู่ดี ๆ แล้วรู้สึกเหมือนมีของแหลมติดอยู่ในลำคอ ทำให้กลืนลำบาก เจ็บคอ หรือระคายเคือง
เมื่อเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น หลายคนมักใช้วิธีพื้นบ้าน เช่น กลืนข้าวก้อนใหญ่ กลืนกล้วย หรือดื่มน้ำเยอะ ๆ เพื่อหวังให้ก้างปลาหลุดลงไป แต่ในความเป็นจริง วิธีเหล่านี้อาจไม่ใช่วิธีที่ปลอดภัย และบางครั้งอาจทำให้เกิดอันตรายมากขึ้น
บทความนี้จะอธิบาย วิธีแก้ก้างปลาติดคออย่างถูกต้องและปลอดภัยตามคำแนะนำทางการแพทย์ รวมถึงสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง และการสังเกตอาการหลังจากเอาก้างออก
ก้างปลาติดคอเกิดขึ้นได้อย่างไร
ก้างปลามักมีลักษณะ บาง แข็ง และปลายแหลม เมื่อเคี้ยวอาหารไม่ละเอียดหรือเผลอกลืนเร็วเกินไป ก้างปลาสามารถติดอยู่ตามบริเวณต่าง ๆ ในลำคอได้ เช่น
● โคนลิ้น
● ต่อมทอนซิล
● ผนังคอด้านหลัง
● หลอดอาหารส่วนต้น
เมื่อก้างปลาติดอยู่ในบริเวณเหล่านี้ จะทำให้เกิดอาการ เช่น
● เจ็บคอทันทีหลังกินปลา
● รู้สึกเหมือนมีของแหลมติดอยู่
● กลืนลำบาก
● ระคายเคืองคอ
ในบางกรณี หากก้างปลามีขนาดใหญ่หรือแทงลึก อาจทำให้เกิดการอักเสบหรือแผลในลำคอได้
ทำไม “กลืนข้าวก้อนใหญ่” ไม่ใช่วิธีที่ดี
หนึ่งในวิธีที่คนไทยใช้กันมานานคือ การกลืนข้าวก้อนใหญ่เพื่อดันก้างปลาให้ลงไปในกระเพาะ แต่แพทย์ส่วนใหญ่ไม่แนะนำวิธีนี้ เนื่องจากมีความเสี่ยงหลายประการ
อาจทำให้ก้างปลาแทงลึกขึ้น
เมื่อกลืนข้าวก้อนใหญ่ แรงดันจากอาหารอาจทำให้ก้างปลาถูกดันเข้าไปลึกกว่าเดิม ซึ่งทำให้เอาออกยากขึ้น
เสี่ยงต่อการบาดเจ็บของลำคอ
ก้างปลาที่แหลมสามารถ แทงเข้าไปในเนื้อเยื่อของลำคอหรือหลอดอาหาร ทำให้เกิดแผลและการอักเสบ
อาจเกิดภาวะแทรกซ้อน
หากก้างปลาทะลุเนื้อเยื่อ อาจทำให้เกิดภาวะรุนแรง เช่น
● การติดเชื้อในลำคอ
● ฝีในลำคอ
● การอักเสบของหลอดอาหาร
ดังนั้น การใช้วิธีนี้จึงไม่ใช่วิธีที่ปลอดภัยเสมอไป
วิธีแก้ก้างปลาติดคอที่แพทย์แนะนำ
หากก้างปลาติดคอ ควรใช้วิธีที่ปลอดภัยและลดความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บ
1. ดื่มน้ำหรือบ้วนคอเบา ๆ
การดื่มน้ำสามารถช่วยให้ก้างปลาที่ติดตื้น ๆ หลุดออกได้ บางครั้งการบ้วนคอเบา ๆ อาจช่วยให้ก้างหลุดออกมาเอง
อย่างไรก็ตาม ควรทำอย่างระมัดระวัง และไม่ควรกลืนอาหารก้อนใหญ่เพื่อดันก้างลงไป
2. ไอเบา ๆ
หากก้างปลาติดอยู่บริเวณด้านบนของลำคอ การไอเบา ๆ อาจช่วยให้ร่างกายขับก้างออกมาเองตามธรรมชาติ
3. ตรวจดูในกระจก
ในบางกรณี ก้างปลาอาจติดอยู่บริเวณที่มองเห็นได้ เช่น บริเวณต่อมทอนซิล หากเห็นชัดและอยู่ตื้น ๆ อาจใช้ไฟฉายช่วยส่องดู
แต่ไม่ควรใช้ของแหลม เช่น ไม้จิ้มฟัน หรืออุปกรณ์แข็ง ๆ เขี่ยก้างปลา เพราะอาจทำให้เกิดแผลหรือดันก้างเข้าไปลึกกว่าเดิม
4. ไปพบแพทย์
หากลองวิธีเบื้องต้นแล้วก้างปลายังไม่หลุด หรือรู้สึกเจ็บมาก ควรไปพบแพทย์หรือโรงพยาบาล
แพทย์จะใช้เครื่องมือเฉพาะทาง เช่น
● ไฟส่องตรวจลำคอ
● คีมขนาดเล็กสำหรับคีบก้างปลา
● กล้องส่องลำคอหรือหลอดอาหาร
การเอาก้างปลาออกโดยแพทย์มักใช้เวลาไม่นาน และปลอดภัยกว่าการพยายามเอาออกเอง
สัญญาณที่ควรรีบไปโรงพยาบาล
บางกรณี ก้างปลาติดคออาจเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่หากมีอาการต่อไปนี้ ควรไปพบแพทย์ทันที
● เจ็บคอมาก
● กลืนอาหารไม่ได้
● กลืนน้ำลายลำบาก
● มีเลือดออกจากคอ
● หายใจลำบาก
● รู้สึกว่าก้างปลาติดลึกลงไป
อาการเหล่านี้อาจบ่งบอกว่าก้างปลา แทงลึกหรือทำให้เกิดการบาดเจ็บในลำคอ
การสังเกตอาการหลังเอาก้างปลาออก
หลังจากเอาก้างปลาออกแล้ว อาจยังรู้สึกระคายเคืองคอเล็กน้อยได้ เนื่องจากเนื้อเยื่อในลำคอถูกก้างปลาขูดหรือแทง
อาการที่พบได้ เช่น
● เจ็บคอเล็กน้อย
● ระคายเคืองเวลกลืน
● รู้สึกเหมือนยังมีก้างติดอยู่
อาการเหล่านี้มักดีขึ้นภายใน 1–2 วัน
อย่างไรก็ตาม หากมีอาการต่อไปนี้ ควรไปพบแพทย์
● เจ็บคอมากขึ้น
● มีไข้
● กลืนลำบากมากขึ้น
● ปวดลึกในคอหรือหน้าอก
อาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณของ การติดเชื้อหรือภาวะแทรกซ้อน
วิธีป้องกันก้างปลาติดคอ
แม้ว่าก้างปลาจะเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ แต่สามารถลดความเสี่ยงได้ด้วยวิธีง่าย ๆ
● เคี้ยวอาหารให้ละเอียดก่อนกลืน
● ระวังก้างปลาโดยเฉพาะปลาที่มีก้างเล็กจำนวนมาก
● ไม่พูดหรือหัวเราะขณะกำลังกินปลา
● เลือกปลาแล่หรือปลาที่เอาก้างออกแล้ว
สำหรับเด็กเล็ก ควรช่วยตรวจสอบก้างปลาก่อนให้รับประทานเสมอ
สรุป
ก้างปลาติดคอเป็นเหตุการณ์ที่พบได้บ่อย แต่การจัดการอย่างถูกต้องมีความสำคัญมาก วิธีพื้นบ้านอย่าง กลืนข้าวก้อนใหญ่หรือกลืนอาหารก้อนใหญ่ไม่ใช่วิธีที่ปลอดภัย เพราะอาจทำให้ก้างปลาแทงลึกและเกิดการบาดเจ็บได้
วิธีแก้ก้างปลาติดคอที่ปลอดภัย ได้แก่
● ดื่มน้ำหรือบ้วนคอเบา ๆ
● ไอเบา ๆ
● ตรวจดูในกระจก
● ไปพบแพทย์หากเอาออกไม่ได้
หากมีอาการรุนแรง เช่น เจ็บมาก กลืนลำบาก หรือหายใจลำบาก ควรไปโรงพยาบาลทันทีเพื่อรับการรักษาที่เหมาะสม
FAQ – คำถามที่พบบ่อย
Q: ก้างปลาติดคอควรทำอย่างไรเป็นอันดับแรก?
A: หากรู้สึกว่าก้างปลาติดคอ ควรลองดื่มน้ำหรือบ้วนคอเบา ๆ เพื่อช่วยให้ก้างที่ติดตื้นหลุดออกเองได้ หากยังรู้สึกเจ็บหรือมีสิ่งแปลกปลอมติดอยู่ ควรหลีกเลี่ยงการกลืนอาหารก้อนใหญ่ และพิจารณาไปพบแพทย์เพื่อตรวจลำคอ
Q: กลืนข้าวก้อนใหญ่ช่วยให้ก้างปลาหลุดจริงหรือไม่?
A: วิธีนี้ไม่ใช่วิธีที่แพทย์แนะนำ เพราะการกลืนข้าวก้อนใหญ่สามารถดันก้างปลาให้แทงลึกเข้าไปในลำคอหรือหลอดอาหาร ทำให้เกิดแผลหรือการอักเสบได้
Q: ก้างปลาติดคอสามารถหายเองได้หรือไม่?
A: ในบางกรณี ก้างปลาที่ติดตื้นอาจหลุดออกเองเมื่อดื่มน้ำหรือไอเบา ๆ แต่หากยังมีอาการเจ็บคอ กลืนลำบาก หรือรู้สึกว่ามีก้างติดอยู่นานหลายชั่วโมง ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจอย่างละเอียด
Q: เมื่อไหร่ควรไปโรงพยาบาลเมื่อก้างปลาติดคอ?
A: ควรไปโรงพยาบาลทันทีหากมีอาการต่อไปนี้ เช่น เจ็บคอมาก กลืนอาหารไม่ได้ กลืนน้ำลายลำบาก หายใจลำบาก หรือมีเลือดออกจากคอ เพราะอาจเป็นสัญญาณว่าก้างปลาแทงลึกหรือเกิดการบาดเจ็บในลำคอ
Q: หลังเอาก้างปลาออกแล้ว ทำไมยังรู้สึกเหมือนมีก้างติดอยู่?
A: หลังจากเอาก้างปลาออกแล้ว เนื้อเยื่อในลำคออาจเกิดการระคายเคืองหรือมีแผลเล็ก ๆ ทำให้รู้สึกเหมือนยังมีก้างติดอยู่ อาการนี้มักดีขึ้นภายใน 1–2 วัน หากอาการไม่ดีขึ้นหรือมีไข้ ควรไปพบแพทย์
References / แหล่งข้อมูล
● American Academy of Otolaryngology – Foreign bodies in the throat
● Mayo Clinic – Swallowed foreign objects
● National Health Service (NHS) – Fish bone stuck in throat
● MedlinePlus – Esophageal foreign body
🎯 ติดตามเรื่องราวดีๆ แบบนี้ต่อได้ที่
📖 อ่านบทความฉบับเต็ม:
https://healthntier.com/blog/how-to-remove-fishbone-stuck-in-throat
🌐 เว็บไซต์หลัก:
https://healthntier.com
📺 YouTube:
https://www.youtube.com/@healthntier
📘 Facebook:
https://www.facebook.com/healthntier
📸 IG:
https://www.instagram.com/healthntier
💬 Threads:
https://www.threads.com/@healthntier
🎵 TikTok:
https://www.tiktok.com/@healthntier
📲 Line Official: @561aszhq
#ก้างปลา #ปฐมพยาบาลก้างปลาติดคอ #วิธีแก้ก้างปลาติดคอ #Healthntier #ก้างปลาติดคอ
บันทึก
1
1
1
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย