9 มี.ค. เวลา 04:32 • ท่องเที่ยว

Wellness Trend & Hotel Adaptation เปลี่ยนเทรนด์รักสุขภาพให้เป็นรายได้ของโรงแรม

ในปี 2026 นี้ เทรนด์รักสุขภาพไม่ได้เป็นแค่ "ทางเลือก" อีกต่อไป แต่มันกลายเป็น "มาตรฐานใหม่" ที่แขกมองหาเป็นอันดับต้น ๆ ปัจจุบันคนไม่ได้มาโรงแรมเพื่อแค่ "เปลี่ยนที่นอน" แต่พวกเขากำลังมองหาพื้นที่ที่ช่วยฟื้นฟูร่างกายจากความเหนื่อยล้า หลายโรงแรมอาจกังวลว่าการปรับตัวเข้าสู่เทรนด์ Wellness ต้องใช้เงินลงทุนมหาศาลหรือต้องรื้อทำสปาใหม่
ในมุมของ Revenue Management จาก Hotelsup เราพบว่าการสร้าง "Wellness Experience" สามารถเริ่มได้จากจุดเล็กๆ (Touchpoints) ที่สร้างความประทับใจยิ่งใหญ่และเพิ่ม ADR (ราคาเฉลี่ยต่อห้อง) ได้จริง ดังนี้
1. ยกระดับ In-room Amenities
เปลี่ยนจากสบู่แชมพูธรรมดา เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีกลิ่นบำบัด (Aromatherapy) เช่น กลิ่นลาเวนเดอร์เพื่อการผ่อนคลาย หรือกลิ่นยูคาลิปตัสเพื่อความสดชื่น รวมถึงการเพิ่ม Yoga Mat หรือยางยืดออกกำลังกายไว้ในตู้เสื้อผ้า พร้อม QR Code วิดีโอสอนโยคะสั้นๆ บนหน้าจอทีวี
2. Mini-bar ที่ใส่ใจสุขภาพ (Healthy Minibar)
แทนที่น้ำอัดลม หรือแอลกอฮอล์ด้วย น้ำที่มีประโยชน์เช่น น้ำสกัดเย็น (Cold-pressed juice) และเปลี่ยนจากขนมขบเคี้ยวโซเดียมสูง เป็นถั่วอบธรรมชาติ หรือกราโนล่าบาร์ สิ่งเหล่านี้ไม่เพียงแต่สร้างภาพลักษณ์ที่ดี แต่ยังเป็นสินค้าที่ทำกำไรได้สูงกว่าปกติด้วย
3. Menu Engineering: อาหารที่เป็นยา
ปรับเมนูอาหารเช้าโดยเพิ่มตัวเลือก Superfood หรือ Plant-based เข้าไปเพียง 2-3 เมนู และระบุคุณค่าทางโภชนาการให้ชัดเจน ลูกค้ากลุ่มรักสุขภาพยินดีจ่ายเพิ่มเพื่อความสบายใจในการกินอย่างแน่นอน
รู้จัก Hotelsup มากขึ้น : https://www.hotelsup.co/
โฆษณา