9 มี.ค. เวลา 06:57 • ความคิดเห็น
เรืรองราวหนึ่ง ที่มีพระท่านบอกว่า ให้ทำกายนิ่งๆจิตเฉย ในการฝึกหัด ปฏิบัติธรรม นั่งสมาธิ . พอเริ่มต้น .นำกายมาปฏิบัติธรรม ท่านก็บอกว่า .เอ้า เตรียมตัวเตรียมกาย มาปฏิบัติธรรม สำรวจตรวจสอบตนเอง พูดให้หูได้ยิน เพื่อส่งไปให้จิตรับรู้ . ว่าจะใช้กายบิดามารดา ทีจิตอาศัย มาทำอะไร มากราบพระสวดมนต์ ก็เริ่มตั้งแต่ บอกตัวเอง กายนิ่ง จิตเฉย ไม่มีอารมณ์นึกคิดอะไรทั้งนั้น. เราก็ไม่ปลงใจเชื่อ ที่ท่านบอกว่า .เมื่อกายนิ่ง จิตเฉย ถึงจะมธรรม ส่องลงมาสอนจิตได้
. เราก็ฟังพระท่านพูดให้ฟัง ว่าฝึกหัด ทำตรงนี้ . ชาตินี้ .ทำกายให้นิ่ง จิตให้นิ่ง ฝึกหัดตรงนี้ไป ก่อน . การที่ฝึกหัด ทำกายให้นิ่ง จิตนิ่ง จิตที่ไม่มีความขันติอดทน ตั้งแต่เริ่มต้น ตั้งแต่การกราบพระ ที่ว่า นำจิตมากราบ ก็ทำไม่ได้ มีแต่อารมณ์มากราบพระ ไม่ใช่จิต มากราบพระ . ก็ฝึกหัด มายาวนาน . กว่า จะกราบพระ .มองเห็นว่า นำกายพ่อแม่มากราบพระ ค่อยมองเห็นว่า จิตนั้น เสมือนนำกายพ่อแม่ มานั่งอยู่ถ้ำ .ห่อหุ้มอยู่ในดอกบัว
. เรื่องราว อย่างนี้ เราก็ไม่เชื่อ.พระที่สอนก็บอกว่า อย่าเชื่อ . ต้องฝึกหัดเอง ที่มีคำว่า ปัจจัตตัง ความรูีที่เป็นปัจจัตตัง ที่เรียนรู้ไดได้ จากการฝึกหัด .พอเรามาเรียนรู้อย่างนี้ ไปยอกผู้ที่ เค้าไม่ได้ปฏิบัติ เค้าก็ฝึดหัด เรียนรู้ให้เกิดขึ้นไม่ได้ .ก็ เรื่่องปกติ ในการเรียนรู้ เหมือนเข้าไปเรียน ในโรงเรียน หรือ ไม่ไปเข้าเรียน มันก็มีความแตกต่างกัน .ยิ่งมีเรื่องทดสอบ ทดลอง มีห้องแลป มีการประมวลผล เหตุผลต่างๆ มันก็ย่อมไม่เหมือนกัน
เหมือนคนเรียนในห้องเดียวกัน อาจาย์คนเดียวกัน แต่การรับรู้การฟัง ฝึกหัดไปตามครู ก็ไม่เหมือนก็น ผลงานที่ออกมา ก็เลนไม่เหมือนกัน ไม่เหมือน ตามที่ครูสอนก็มี เพราะออกไปจากห้องเรียน .ก็มีแต่อารมณ์นึกคิด ไอ้นั้นเป็นอย่างนั้น ไอ้นี้เป็นอย่างนี้ ที่ว่า .อยู่กับโลก .สิ่งที่ได้ นั่น ล้วน ได้กรรม..แต่ก็มองไม่เห็นเสียด้วย เหมือนคนตาดี มองได้แต่ข้างนอก แต่กลับมองมาในตัวตนมองไม่เห็นได้เลย
เราก็ได้ยินเรื่อง ที่ว่า . พระท่านฟัว พระพุทธเจ้า ท่านก็ไม่ได้เชื่อไปเสียทั้งหมด ..แต่ท่านก็นำไปใครครวญ พินิจพิเคราะห์ พินิจพิจารณา เรื่ิงราวของจิตตัวเอง เรื่องราวที่มาอาศัยกาย ที่เกิดแก่เจ็บตาย .เรื่องราวความยึดถือ เรท่องราวอารมณ์กรรมทั้งหลาย เรื่องราวที่ว่า กายนิ่ง จิตนิ่ง เกิดมีขันติ เป็นบารมี ส่งไปให้จิตมีปัญญา
ท่านกายฝึกหัด ทำตาม . เหมือนว่า ทำแบบนี้นั้นดีมั้ย ท่านกายฝึกหัด พอจิตมันกลัวตาย จิตก็มา ไม่รู้จะพึงใคร ก็ภาวนามาอยู่ที่ลมหายใจ เกิดดับๆ เกิด.เข้ามา ก็หยุด ก่อนที่จะไกลออกไป ก็ดับ อีก .ก็อาศัยไม่ไแตามลมที่เกิดดับ ดูมันเฉยๆ ไม่วุ่นวาย เรื่องเกิดดับเป็นของธรรมดา ก็นั่ง กายนิ่ง จิตเฉย.. ไม่มีอารมณ์ นึกคิดอะไรเลย .ก็ไม่มีกรรม . สิ่งเหล่านี้ ท่านก็พูดบอกได้ แต่ใครล่ะ จะไปฝึกหัดเรียนรู้ขึ้นมาได้ .ที่ว่า จิตมีสติสัมปชัญญะ .ไม่ยึกถือทุกข์.
โฆษณา