Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
กุ้ยหลิน
•
ติดตาม
วันนี้ เวลา 08:34 • ประวัติศาสตร์
ความฝันในหอแดง 78 ผ้าควันจาง
เช้าวันรุ่งขึ้นอากาศแจ่มใส หลี่หวานตื่นแต่เช้าตรู่ ออกมาดูพวกแม่บ้านสาวใช้เก็บกวาดใบไม้ร่วง เช็ดถูโต๊ะเก้าอี้ จัดเตรียมเครื่องใช้ชาสุรา เห็นเฟิงเอ๋อ 丰儿 พาหลิวเหล่าเลากับปั่นเอ๋อเข้ามาทักทายว่า
“คุณนายใหญ่งานยุ่งเหลือเกิน”
หลี่หวานยิ้มว่า “ข้าบอกเมื่อวานแล้วว่ากลับไม่ทัน ท่านก็มัวแต่รีบ”
หลิวเหล่าเลายิ้มว่า “เหล่าไท่ไท่รั้งข้าไว้ ให้อยู่ร่วมครึกครื้นอีกวัน”
เฟิงเอ๋อถือกุญแจเล็กใหญ่มาหลายดอก ว่า
“คุณนายของพวกเราว่า โต๊ะเล็กข้างนอกคงไม่พอใช้ ให้เปิดหอเอาออกมาใช้สักวัน ตอนแรกคุณนายว่าจะมาเอง แต่ติดธุระคุยกับไท่ไท่ จึงวานให้คุณนายใหญ่ช่วยเปิดให้คนเข้าไปขน”
หลี่หวานสั่งให้สู้หยุน 素云 รับกุญแจมา แล้วสั่งให้แม่บ้านออกไปตามพวกบ่าวที่ประตูสอง หลี่หวานยืนอยู่ที่หอสุท้ศน์ 大观楼 มองขึ้นไปข้างบน สั่งให้เปิดหอแพรปัก 缀锦阁 แล้วยกโต๊ะลงมาทีละตัว พวกบ่าว แม่บ้าน สาวใช้ช่วยกันคนละไม้ละมือยกลงมายี่สิบกว่าตัว
หลี่หวานว่า “ระวังด้วย อย่างุ่มง่ามจนลายข้างโต๊ะแตกหมด”
แล้วหันมายิ้มกับหลิวเหล่าเลาว่า
“เหล่าเลาลองขึ้นไปชมข้างบน”
หลิวเหล่าเลาได้ฟัง ด้วยความอยากรู้จูงปั่นเอ๋อขึ้นบันได พอเข้ามาในหอ เห็นข้าวของกองกันแน่นไปหมดทั้งโต๊ะเก้าอี้ฉากบังตาโคมตะเกียงสาระพัดจะจาระไนสีสันสวยงามรูปร่างแปลกตาถึงกับต้องสวดมนตร์
ขนของเสร็จปิดประตูหอแล้ว หลี่หวานว่า
“เหล่าไท่ไท่อาจจะนึกอยากล่องเรือ พวกพาย ถ่อ บังแดดก็ขนมาเตรียมไว้ด้วย”
บ่าวรับคำแล้วเปิดประตูใหม่ขนของออกมา หลี่หวานให้คนไปตามเรือมาขนของสองลำ
กำลังวุ่นวายอยู่นั้น แม่เฒ่าเจี่ยเดินนำคณะเข้าอุทยานมา หลี่หวานรีบออกมาต้อนรับ ยิ้มว่า
“เหล่าไท่ไท่อารมณ์ดี มาถึงแต่เช้า ข้ายังคิดว่าคงไม่ทันได้หวีผม เด็ดดอกเบญจมาศไว้จะให้ส่งไปอยู่”
ปี้เยว่ 碧月 ยกถาดรูปใบบัวสีมรกตใส่เบญจมาศหลากหลายพันธุ์และสีสันไว้หลายกิ่งนำมาให้ แม่เฒ่าเจี่ยเลือกเอาดอกสีแดงสดมาแซมผม พอหันมาเห็นหลิวเหล่าเลา ก็ยิ้มว่า
“มาเอาดอกไม้ไปแซม”
พูดไม่ทันจบดี พี่เฟิ่งจูงหลิวเหล่าเลามา ยิ้มว่า
“มาให้ข้าแต่งตัวให้”
แล้วหยิบเบญจมาศบนถาดเสียบไปเสียบมาจนเต็มหัว พวกแม่เฒ่าเจี่ยอดไม่ได้ต้องพากันหัวเราะ
ยายเฒ่าหลิวยิ้มว่า “หัวของข้าไม่รู้ทำบุญด้วยอะไร วันนี้ถึงโชคดีมีหน้ามีตาขึ้นมา”
ทุกคนหัวเราะว่า
“ท่านยังไม่รีบถอนออกมาขว้างใส่หน้านาง แกล้งแต่งจนกลายเป็นนางมารเฒ่า”
หลิวเหล่าเลายิ้มว่า “ถึงข้าจะแก่แล้ว แต่เมื่อยังสาว ข้าก็มีเสน่ห์ ชอบประแป้งแซมดอกไม้ วันนี้ก็ขอเป็นยายเฒ่าเจ้าเสน่ห์”
แล้วทุกคนก็มาถึงศาลาหอมซาบซ่าน 沁芳亭 พวกสาวใช้หอบเอาเบาะลายปักมาปูบนตั่งริมรั้วลูกกรง แม่เฒ่าเจี่ยนั่งลงพิงรั้ว สั่งให้หลิวเหล่าเลามานั่งข้าง แล้วถามว่า
“อุทยานนี้งามหรือไม่”
หลิวเหล่าเลาสวดอาราธนาพระพุทธแล้วว่า
“พวกเราชาวชนบท พอสิ้นปีเข้าเมืองมาซื้อภาพเขียนไปปิด พอมีเวลาว่างมาคุยกันมักพูดว่า “จะเข้าไปเดินเที่ยวเล่นในภาพได้อย่างไร” คิดดูแล้วที่เห็นในภาพยังของเทียม จะไปมีสถานที่จริงแบบนี้ได้ที่ไหน ใครจะไปรู้ว่าได้เข้าชมอุทยานวันนี้ งามยิ่งกว่าในภาพถึงสิบเท่า จะหาใครวาดภาพอุทยานนี้ให้สักภาพ นำกลับไปอวดพวกเขา ตายไปยังได้กุศล”
แม่เฒ่าเจี่ยฟังแล้วชี้ไปยังซีชุนยิ้มว่า
“เจ้าดูหลานสาวข้าคนนี้ นางวาดได้ พรุ่งนี้ให้นางวาดให้สักภาพดีไหม”
หลิวเหล่าเลาวิ่งมาคว้ามือซีชุนว่า
“คุณหนูของข้า ท่านเติบใหญ่ขนาดนี้ ทั้งมีความงดงาม อีกทั้งมีความสามารถ คงเป็นนางฟ้านางสวรรค์กลับชาติมาเกิด”
พวกแม่เฒ่าเจี่ยได้ฟังต่างพากันหัวเราะ
พักสักพัก ก็พายายเฒ่าหลิวเที่ยวชมอุทยาน มายังเรือนเซียวเซียง 潇湘馆 เป็นแห่งแรก พอย่างเข้าประตู เห็นแนวไผ่สีมรกตขนาบสองข้างทาง มอสและตะไคร่คลุมทั่วลานดิน ตรงกลางมีหินปูเป็นทางเดินเหมือนลำไส้แพะ หลิวเหล่าเลาให้พวกแม่เฒ่าเจี่ยเดินไปตามทางปู ตัวเองลงเดินย่ำดิน หู่พ่อจึงดึงตัวยายเฒ่าไว้ว่า
“เหล่าเลาท่านขึ้นมาเดินบนทางเถิด ตะไคร่ลื่นเดี๋ยวหกล้ม”
หลิวเหล่าเลาว่า “ไม่เป็นไร พวกข้าเดินจนเคยแล้ว พวกคุณหนูเดินไปเถิด เสียดายรองเท้าดีดีจะเลอะเทอะเสีย”
แล้วยายเฒ่าก็เอาแต่เดินไปคุยไปไม่ดูทางจนก้าวพลาดหกล้มจนได้ ทุกคนจึงตบมือหัวเราะกันใหญ่
แม่เฒ่าเจี่ยยิ้มแล้วดุว่า “พวกม้าดีดกะโหลก ยังไม่รีบช่วยพยุง มัวแต่ยืนหัวเราะ”
พูดอยู่นั้น หลิวเหล่าเลารีบลุกขึ้นมาเอง หัวเราะเองว่า
“เพิ่งโม้ไปหยกๆ ก็ถูกตบปากเสียแล้ว”
แม่เฒ่าเจี่ยถามว่า “ขัดยอกตรงไหนบ้าง เดี๋ยวให้เด็กช่วยทุบให้”
หลิวเหล่าเลาว่า “คิดได้ไง ข้าออกจะอ้อนแอ้น ล้มวันละครั้งสองครั้งเป็นประจำ ถ้าต้องคอยทุบมิแย่หรือ”
จื่อเจวียนแหวกม่านรออยู่แล้ว พวกแม่เฒ่าเจี่ยเดินเข้ามานั่งด้านใน ไต้วี่นำถาดเล็กยกน้ำชาให้แม่เฒ่าเจี่ยด้วยตนเอง หวางฮูหยินว่า
“พวกเราไม่ดื่มชา เจ้าไม่ต้องรินแล้ว”
ไต้วี่สั่งให้สาวใช้นำเก้าอี้ประจำของนางที่ริมหน้าต่างมาเชิญหวางฮูหยินนั่ง
หลิวเหล่าเลาสังเกตเห็นพู่กันและแท่นหมึกบนโต๊ะริมหน้าต่าง ชั้นหนังสือเต็มไปด้วยหนังสือ จึงว่า
“นี่คงเป็นห้องหนังสือของคุณชายท่านหนึ่ง”
แม่เฒ่าเจี่ยยิ้มแล้วชี้มายังไต้วี่ว่า
“นี่เป็นห้องของหลานสาวข้าผู้นี้”
ยายเฒ่าหลิวพินิจดูไต้วี่แล้วว่า
“นี่ดูเหมือนห้องส่วนตัวของคุณหนูที่ไหนกัน ดูดีกว่าห้องหนังสือชั้นหนึ่งเสียอีก”
แม่เฒ่าเจี่ยถามว่า “ทำไมไม่เห็นเป่าวี่”
พวกสาวใช้ตอบว่า “อยู่บนเรือในสระ”
แม่เฒ่าเจี่ยว่า “ใครเตรียมเรือเอาไว้”
หลี่หวานรีบตอบว่า “เพิ่งเปิดหอเตรียมอุปกรณ์เอาไว้ เผื่อว่าเหล่าไท่ไท่อารมณ์ดี จึงเตรียมไว้”
แม่เฒ่าเจี่ยกำลังจะพูดอะไรต่อ พลันมีคนมารายงานว่า
“ท่านน้าไท่ไท่มา”
พวกแม่เฒ่าเจี่ยพากันลุกขึ้นยืน แม่น้าเซวียเดินเข้าห้องมา แล้วนั่งลงกันตามลำดับ
แม่น้าเซวียยิ้มว่า “วันนี้เหล่าไท่ไท่อารมณ์ดี มาตั้งแต่เช้า”
แม่เฒ่าเจี่ยยิ้มว่า “ข้าเพิ่งพูดอยู่ว่า ใครมาสายจะต้องถูกปรับ ไม่คิดว่าน้าไท่ไท่จะมาสาย”
สนทนาเล่นกันได้สักพัก แม่เฒ่าเจี่ยสังเกตเห็นผ้ามุ้งบนหน้าต่างสีเก่าแล้ว จึงหันมาบอกหวางฮูหยินว่า
“ผ้ามุ้งนี่ใหม่ๆ ก็ดูดี พอนานไปสึเขียวก็ไม่สดใสแล้ว ในลานนี้ไม่มีต้นท้อต้นซิ่ง มีแต่ต้นไผ่สีเขียว หากปิดผ้ามุ้งสีเขียวอีกกลับดูไม่เข้ากัน ข้าจำได้ว่าเรามีผ้ามุ้งปิดหน้าต่างอีกสี่ห้าสี พรุ่งนี้เอามาให้นางเปลี่ยน”
พี่เฟิ่งว่า “ข้าเปิดห้องเก็บของเมื่อวาน เห็นในหีบมีผ้ามุ้งปีกลองไน 蝉翼纱 สีชมพู 银红 เป็นลายกิ่งไม้ใบดอก ลายค้างคาวในหมู่เมฆ ลายร้อยผีเสื้อชมบุปผา สีสันสดใส เนื้อผ้าโปร่งเบา ข้าไม่เคยเห็นแบบนี้มาก่อน หากเอาสักสองพับมาทำมุ้งคลุมเตียงคงงามนัก”
แม่เฒ่าเจี่ยหัวเราะแล้วว่า “ใครก็บอกว่าไม่มีอะไรที่เจ้าไม่เคยรู้เคยเห็น ผ้ามุ้งแบบนี้ยังไม่รู้จัก ยังมีหน้ามาโม้”
พวกแม่น้าเซวียยิ้มว่า “ที่นางรู้นางเห็นจะมาเทียบกับเหล่าไท่ไท่ได้อย่างไร เหล่าไท่ไท่ไยไม่ชี้แนะนางสักหน่อย พวกข้าจะได้ฟังบ้าง”
พี่เฟิ่งยิ้มว่า “บรรพชนคนดี เชิญชี้แนะข้าด้วย”
แม่เฒ่าเจี่ยยิ้มกับพวกแม่น้าเซวียแล้วว่า
“ผ้ามุ้งนี้อายุมากกว่าพวกเจ้าเสียอีก ไม่แปลกที่นางคิดว่าเป็นผ้ามุ้งปีกลองไน ชื่อจริงเรียกว่า “ผ้าควันจาง 软烟罗 หย่วนเอียนหลอ” ”
พี่เฟิ่งว่า “ชื่อนี้น่าฟัง ข้าโตมาจนป่านนี้ เคยเห็นผ้าโปร่งมานับร้อย ยังไม่เคยได้ยินชื่อนี้”
แม่เฒ่าเจี่ยยิ้มว่า “เจ้าอายุสักเท่าไรเชียว เคยเห็นมากี่อย่างถึงเที่ยวคุยโว ผ้าควันจางนี้มีเพียงสี่สี คือ ฟ้าหลังฝน 雨过天青 สารทฤดู 秋香 เขียวต้นสน 松绿 และชมพู 银红 (แดงอมเงิน) หากนำไปทำมุ้งหรือปิดหน้าต่าง ดูแต่ไกลจะเหมือนหมอกควัน จึงเรียกว่าผ้าควันจาง สีชมพูนี้เรียกอีกชื่อว่า “ผ้าแสงสาง 霞影纱” ผ้าที่ใช้ในวังทุกวันนี้ยังไม่มีที่ทอละเอียดและหนาบางระดับนี้”
แม่น้าเซวียยิ้มว่า “อย่าว่าแต่ยายหนูเฟิ่งไม่รู้จัก ข้าเองก็ไม่เคยได้ยินมาก่อน”
ระหว่างสนทนานั้น พี่เฟิ่งได้สั่งให้คนไปเอามาพับหนึ่ง แม่เฒ่าเจี่ยเห็นจึงว่า
“นี่แหละ เมื่อก่อนนี้เอาไว้สำหรับปิดหน้าต่าง ต่อมาพวกเราลองเอามาทำมุ้งทำผ้าคลุมก็ดูดี พรุ่งนี้ก็หาสีชมพูมาอีกหลายพับให้นางปิดหน้าต่างนี่”
พี่เฟิ่งรับคำ
ทุกคนได้เห็นต่างชมเปาะ หลิวเหล่าเลาจ้องมองดูแล้วสวดอาราธนาพระพุทธไม่หยุดปาก แล้วว่า
“พวกเราจะใช้ตัดเสื้อยังไม่มี เอาไปปิดหน้าต่าง น่าเสียดาย”
แม่เฒ่าเจี่ยว่า “เอาไปตัดเสื้ออาจจะไม่น่าดู”
พี่เฟิ่งรีบดึงปกเสื้อคลุมผ้าโปร่งสีแดงที่ตนเองใส่อยู่ออกมาให้แม่เฒ่าเจี่ย แม่น้าเซวียดูว่า
“ดูเสื้อของข้านี่”
แม่เฒ่าเจี่ย แม่น้าเซวียว่า “นี่ก็เป็นผ้าอย่างดีที่ทอใช้ในวัง ยังสู้นี่ไม่ได้”
พี่เฟิ่งว่า “ผ้าบางนี่ทอใช้ในวังแล้ว ยังว่าสู้ผ้าที่ขุนนางใช้ไม่ได้อีกหรือ”
แม่เฒ่าเจี่ยว่า “ลองหาดูใหม่ น่าจะมีสีฟ้าหลังฝนอีก หากมีเอาสองพับให้ญาติสกุลหลิวผู้นี้ แล้วเย็บมุ้งให้ข้าหลังหนึ่ง ที่เหลือหาผ้ารองซับมาจับคู่ให้เข้ากันแล้วตัดเป็นเสื้อกั๊กให้พวกสาวใช้ใส่ ดีกว่าเก็บไว้เฉยๆ จนขึ้นรา”
พี่เฟิ่งรับคำ แล้วสั่งให้คนนำผ้าไปเก็บ
แม่เฒ่าเจี่ยยิ้มว่า “ในห้องนี้คับแคบ ออกไปเดินที่อื่นกัน”
หลิวเหล่าเลายิ้มว่า “คนเขาว่า คนใหญ่คนโตอยู่เรือนหลังใหญ่ เมื่อวานได้เห็นเรือนใหญ่ของเหล่าไท่ไท่ หีบใหญ่ ตู้ใหญ่ โต๊ะใหญ่ เตียงใหญ่ ใหญ่โตมโหฬารเข้าชุดกัน ลำพังตู้นั่นยังทั้งสูงทั้งใหญ่กว่าห้องของเรา มิน่าถึงมีบันไดอยู่ที่ลานด้านหลัง ข้าคิดว่าเอาไว้ไปตากของบนหลังคา พอคิดดูอีกที ต้องเอาไว้เปิดตู้หยิบของชั้นบน หากไม่มีบันไดจะขึ้นไปหยิบเก็บได้อย่างไร
ตอนนี้ได้มาเห็นเรือนหลังเล็ก เป็นระเบียบเรียบร้อยกว่าหลังใหญ่เสียอีก มีแต่ของน่าดูชม เพียงแต่ไม่รู้ว่าเรียกอะไรบ้าง ข้าเห็นแล้วไม่อยากไปไหน”
พี่เฟิ่งว่า “ยังมีของดีอีก ข้าจะพาท่านไปชม”
ออกจากเรือนเซียวเซียงมา เห็นคนกลุ่มหนึ่งกำลังถ่อเรือในสระแต่ไกล แม่เฒ่าเจี่ยว่า
“ไหนๆ พวกเขาก็เตรียมเรือไว้แล้ว พวกเราไปลงเรือกัน”
ขณะเดินเลียบหาดไผ่น้ำของเกาะกระจับม่วง 紫菱洲 (จื่อหลิงโจว) ก่อนจะถึงสระ เห็นพวกแม่บ้านถือกล่องจักสานใหญ่โปร่งลงรักขลิบทองเขียนลายห้าสี 捏丝戗金五彩大盒子 เดินกันมาเป็นแถว พี่เฟิ่งจึงถามหวางฮูหยินว่า
“อาหารเช้าจะจัดไว้ที่ไหนดี”
หวางฮูหยินว่า “ถามเหล่าไท่ไท่ว่าที่ไหนก็ที่นั่น”
แม่เฒ่าเจี่ยได้ยิน หันมาบอกว่า “ไปที่เรือนน้องสามของเจ้านั่นเหมาะดี พาคนไปจัดเตรียมไว้ พวกเราจะลงเรือตามไป”
พี่เฟิ่งหันกลับมานำหลี่หวาน ทั่นชุน ยวนยาง หู่พ่อ และพวกแม่บ้านยกอาหาร ลัดทางมายังเรือนสารทภิรมย์ 秋爽斋 (เรือนของทั่นชุน) ตั้งโต๊ะอาหารที่หออรุณสดใส 晓翠堂 (เสี่ยวชุ่ยถัง)
ยวนยางยิ้มว่า “ได้ยินบ่อยๆ ว่าพวกนายท่านไปสังสรรค์กันข้างนอกจะมีจำอวด 蔑片 ไว้เพื่อความบันเทิง วันนี้พวกเราก็มีจำอวดหญิง”
หลี่หวานเป็นคนใจดี ไม่ทันสนใจ แต่พี่เฟิ่งรู้ทันทีว่าหมายถึงหลิวเหล่าเลา จึงยิ้มว่า
“พวกเราก็เอานางเป็นตัวตลก”
แล้วทั้งสองก็วางแผนการกัน
หลี่หวานจึงเตือนว่า “พวกเจ้าเรื่องดีดีไม่ทำ ไม่ใช่เด็กแล้วยังจะเล่นซุกซน ระวังเหล่าไท่ไท่ดุเอา”
ยวนยางหัวเราะว่า “คุณนายใหญ่ไม่เกี่ยว ข้าอยู่ทั้งคน”
ตอนก่อนหน้า : เรื่องเล่าหลิวเหล่าเลา
https://www.blockdit.com/posts/69a94bd9c2b8b5ace5b6a54b
ตอนถัดไป : จำอวดหญิง
2 บันทึก
1
ดูเพิ่มเติมในซีรีส์
ความฝันในหอแดง
2
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย