14 มี.ค. เวลา 12:00 • ประวัติศาสตร์

เฉกอะหมัด

จากพ่อค้าแขกมะหุ่น
สู่ปฐมจุฬาราชมนตรี
ชาวเปอร์เซีย-อิหร่าน นับว่าเป็นอีกหนึ่งเชื้อชาติที่เดินทางและเข้ามาผูกพันกับไทยมาอย่างยาวนาน โดยมีพ่อค้าเป็นผู้ที่เดินทางและนำเอาสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่มีในสยามเข้ามา ดังที่เราจะเห็นร่องรอยของสิ่งใหม่ ๆ จากเปอร์เซียผ่านทั้งคำยืมต่าง ๆ ไปจนถึงวรรณคดีอย่างอิหร่านราชธรรม (นิทานสิบสองเหลี่ยม)
การเดินทางของชาวเปอร์เซียได้เข้ามาเป็นหนึ่งในพลเมืองของกรุงศรีอยุธยาที่มีส่วนร่วมในเรื่องของการสร้างชุมชน ตลอดจนมีบทบาทสำคัญในระดับการเมือง ดังที่เห็นได้จากการที่มีชาวเปอร์เซียรับตำแหน่งใหญ่โตในกรมท่าขวาด้วย
ซึ่งถ้าหากจะพูดถึงชาวเปอร์เซียที่มีบทบาทมากที่สุดในประวัติศาสตร์ไทย แน่นอนว่าเราก็ต้องพูดถึงชื่อของ “เจ้าพระยาบวรราชนายก” หรือที่รู้จักกันในนามของ “เฉกอะหมัด” บรรพบุรุษของตระกูล “บุนนาค” ตระกูลขุนนางที่ทรงอำนาจมากที่สุดในราชสำนักสยาม
.
⭐ จากเปอร์เซีย สู่กรุงศรีอยุธยา
ใน “จดหมายเหตุประถมวงศ์ตระกูลบุนนาค” ระบุถึงต้นตระกูลบุนนาครุ่นแรกว่า เดิมเป็นเศรษฐีแขกมะหุ่น (แขกมะหง่น หรือ แขกเจ้าเซ็น - มุสลิมนิกายชีอะห์เชื้อสายเปอร์เซีย) 2 พี่น้องจากเมืองกุนิในแผ่นดินอาหรับ โดยท่านผู้พี่ชื่อเฉกอะหมัด และผู้น้องชื่อมะหะหมัดสะอิด
ซึ่งทั้งสองเป็นหัวหน้าพ่อค้าใหญ่ฝ่ายแขกทั้งปวง และเป็นผู้ที่พาพ่อค้าแขกมะหุ่นเข้ามาทำค้าขายในกรุงศรีอยุธยา ในปีจุลศักราช 964 ปีขาลจัตวาศก ต้นแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระบรมราชาทรงธรรมมหาประเสริฐ
อย่างไรก็ดี ในปีที่ปรากฏในจดหมายเหตุประถมวงศ์ตระกูลบุนนาค น่าจะเป็นปีที่มีกลุ่มพ่อค้าชาวเปอร์เซียระลอกใหญ่เข้ามา ไม่ได้เป็นปีที่เฉกอะหมัดได้เดินทางมาถึงกรุงศรีอยุธยาเป็นครั้งแรก ซึ่งในหนังสือ “เฉกอะหมัด ฉบับพระยาโกมารกุลมนตรี (ชื่น โกมารกุล ณ นคร)” ได้ระบุว่าเฉกอะหมัดกับมะหะหมัดสะอิด เดินทางมาถึงกรุงศรีอยุธยาในแผ่นดินสมเด็จพระเจ้าเอกาทศรถ
เฉกอะหมัดกับมะหะหมัดสะอิดตั้งเรือนอยู่ที่ท่ากายี เปิดห้างรับซื้อสินค้าในสยาม เอาขึ้นบรรทุกในเรือสลุปเพื่อส่งออกไปขายยังต่างแดน ตลอดจนสรรหาสิ่งของจากต่างแดนเข้ามาค้าขายในกรุงศรีอยุธยาด้วย จนสามารถสร้างฐานะใหญ่โตเป็นมหาเศรษฐี
อย่างไรก็ดี มะหะหมัดสะอิดก็ได้ตัดสินใจที่จะเดินทางกลับไปยังเปอร์เซีย แล้วไม่ได้กลับมาอีก ทว่ากับเฉกอะหมัดนั้น ได้ตัดสินใจที่จะตั้งรกรากอยู่ในกรุงศรีอยุธยาในฐานะของพลเมืองคนหนึ่ง โดยได้แต่งงานกับภรรยาชาวไทยสยาม มีบุตรถึงสามคน
⭐ มากกว่าเพียงพ่อค้า
เฉกอะหมัดได้ทำการค้าขาย ตลอดจนอาศัยอยู่ในสยามมานาน จนเป็นที่รู้จักและสนิทสนมกับเจ้านาย ตลอดจนขุนนางชาวไทยเป็นอันมาก กระทั่งสามารถก้าวขึ้นมาเป็นใหญ่ได้ในรัชสมัยของพระเจ้าทรงธรรม
เฉกอะหมัดมีความชอบต่อราชการไว้มาก ด้วยความสนิทกับเจ้าพระยาพระคลัง จึงได้ช่วยงานของท่านเจ้าพระยาพระคลังมากมาย ทำให้งานด้านกรมท่าในช่วงเวลาดังกล่าวรุ่งเรืองขึ้นเรื่อย ๆ เจ้าพระยาพระคลังจึงตัดสินใจกราบบังคมทูลเสนอความชอบของเฉกอะหมัด สมเด็จพระเจ้าทรงธรรมจึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม แต่งตั้งให้เป็นพระยาเฉกอะหมัดรัตนราชเศรษฐี เจ้ากรมท่าขวา และว่าที่จุฬาราชมนตรี
บทบาทของพระยาเฉกอะหมัดในฐานะของจุฬาราชมนตรี ได้ช่วยในการสร้างบทบาทและยกระดับคุณภาพชีวิตของชาวเปอร์เซียในกรุงศรีอยุธยาเป็นอย่างมาก ตั้งแต่การขอพระราชทานตำบลท้ายคูเพื่อจัดตั้งเป็นชุมชนแขกมะหุ่น เกิดเป็นชุมชนกุฎีเจ้าเซ็นในอยุธยา
บทบาทและอำนาจของพระยาเฉกอะหมัดในการเมืองอยุธยาเติบใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ จากเดิมที่รั้งตำแหน่งเพียงเจ้ากรมท่าขวา ก็ได้มาดูแลกรมท่ากลางด้วย หลังเจ้าพระยาพระคลังถึงแก่อสัญกรรม
ครั้งหนึ่ง บ้านเมืองอยุธยาเกิดความวุ่นวาย หลังจากที่เจ้าพระยาจักรีและเจ้าพระยาอรรคมหาเสนา ซึ่งล้วนแต่เป็นอัครมหาเสนาบดีถึงแก่อสัญกรรมลงพร้อมกัน ทำให้ตำแหน่งเหล่านี้ว่างลง
กลุ่มพ่อค้าญี่ปุ่นเห็นสบโอกาส จึงรวมตัวกันเป็นกบฏจะเข้าปล้นพระนคร ซึ่งพระยาเฉกอะหมัดฯ ก็ได้รวบรวมกำลังพลเข้าไปต่อสู้กับพวกกบฏญี่ปุ่นเอาไว้ได้ สมเด็จพระเจ้าทรงธรรมเห็นในความดีความชอบนี้ จึงตัดสินใจที่จะยกเฉกอะหมัดพร้อมด้วยพระยามหาอำมาตย์ขึ้นดำรงตำแหน่งอัครเสนาบดีที่ว่างอยู่นั้น
เฉกอะหมัดได้ขึ้นเป็นเจ้าพระยาเฉกอะหมัดรัตนาธิบดี ว่าที่สมุหนายก อรรคมหาเสนาบดีฝ่ายเหนือ ถือศักดินาหมื่นหนึ่ง และให้พระยามหาอำมาตย์ขึ้นเป็นเจ้าพระยากลาโหมสุริยวงศ์ (ต่อมาขึ้นครองราชย์เป็นพระบาทสมเด็จพระศรีสรรเพ็ชญ์บรมราชาธิราชปราสาททอง)
ซึ่งพอเข้ารัชสมัยพระเจ้าปราสาททองแล้ว ด้วยความที่สนิทสนมกัน ทำให้พระเจ้าปราสาททองโปรดเกล้าฯ ให้เจ้าพระยาเฉกอะหมัดฯ ขึ้นเป็นเจ้าพระยาบวรราชนายก จางวางกรมมหาดไทยในท้ายที่สุด
⭐ มรดกวงศ์บุนนาค
เจ้าพระยาเฉกอะหมัดฯ เป็นบุคคลที่นับว่าอายุยืน ซึ่งในตอนที่ได้รับการเลื่อนขึ้นเป็นเจ้าพระยาบวรราชนายกนั้น เฉกอะหมัดก็อายุได้ถึง 88 ปีแล้ว
อย่างไรก็ดี ด้วยอายุที่มากขึ้น ทำให้หลังจากที่ได้ขึ้นเป็นเจ้าพระยาบวรราชนายกไม่นานนัก ก็ป่วยหนัก ก่อนที่จะถึงแก่อสัญกรรมลงในปีเดียวกันนั้น
ร่างของเจ้าพระยาเฉกอะหมัดฯ ถูกนำไปฝังที่กุโบร์บ้านท้ายคู ซึ่งปัจจุบันนี้สุสานของท่านเฉกอะหมัดตั้งอยู่ภายในมหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา
มรดกสำคัญที่ท่านเจ้าพระยาเฉกอะหมัดฯ ทิ้งเอาไว้นั้น ไม่ได้เป็นทรัพย์สมบัติหรือสิ่งของใด ๆ หากแต่เป็นเชื้อสายตระกูลอันมีตระกูลบุนนาคเป็นสายตระกูลที่ใหญ่สุดในหมู่ทายาทของท่าน ที่มีบทบาทสำคัญในการเมืองและราชสำนักสยามสืบต่อมาอีกหลายช่วงอายุคน
ตั้งแต่เจ้าพระยาอภัยราชา (ชื่น) ผู้เป็นบุตรชายที่ได้ขึ้นเป็นสมุหนายกในแผ่นดินสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง เรื่อยมาจนถึงกรุงรัตนโกสินทร์ ที่มีทั้งจุฬาราชมนตรี ไปจนถึงสมเด็จเจ้าพระยามากถึง 3 ท่าน ได้แก่
- สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาประยูรวงศ์ (ดิศ บุนนาค)
- สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาพิไชยญาติ (ทัต บุนนาค)
และ สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ (ช่วง บุนนาค)
โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับท่านช่วง ที่เป็นผู้สำเร็จราชการแผ่นดิน และมีบทบาทในการบริหารประเทศในช่วงเปลี่ยนผ่านด้วย
เฉกอะหมัด นับว่าเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของบุคคลที่เดินทางจากต่างแดนเข้ามาหลอมรวมเป็นส่วนหนึ่งของสังคมสยามในกาลก่อนได้ พร้อมกับไม่ได้ทิ้งเอาศาสนาหรือวัฒนธรรมดั้งเดิมที่ติดตัวมาจากบ้านไปเสียทีเดียว หากแต่ยังคงยึดวัฒนธรรมของตนเอาไว้ตลอดจนมีส่วนร่วมในการธำรงไว้ซึ่งชุมชนเจ้าเซ็นในแผ่นดินอยุธยา
แต่ถึงแม้ว่าจะต่างเชื้อชาติต่างศาสนา แต่ด้วยความที่อาศัยอยู่ในดินแดนสยาม ก็ได้ทำคุณประโยชน์ไว้ในดินแดนนี้ค่อนข้างมากทำให้จากพ่อค้าชาวต่างชาติผู้หนึ่ง ได้กลายมาเป็นบุคคลสำคัญอีกท่านหนึ่งของอาณาจักร และทำให้ชื่อของเฉกอะหมัดยังคงอยู่บนหน้าประวัติศาสตร์ไทยมาจนถึงปัจจุบัน
#สุดโปรด #ชีวประวัติ #บุคคล #เฉกอะหมัด #อิหร่าน #ไทย #อยุธยา #BBL #BangkokBank #ธนาคารกรุงเทพ
โฆษณา