11 มี.ค. เวลา 15:01 • ความคิดเห็น
เรื่องราว เราคง..จะไม่ไปพูด ..เรื่องราวที่เกินเลย ตัวเราเองที่ว่า จิตอาศัยภายในกาย ที่เราก็มัก เรียนรู้ไปตาม การฟัง การเขียน กานอ่าน ที่ต้องอาศัย สายตา หูฟัง .มันเกิดอารมณ์ นึกคิด ต่างๆ ที่ว่า ปรุงแต่ง ในเรื่องราวที่ว่า ทำมาหากิน มีการใช้อารมณ์ต่างๆ ในการไป หาเงินนทอง ปัจจัยต่างๆ แล้วร่างกายนี้ มันก็แก่ชราไปเรื่อย มีึความเจ็บป่วย เกิดขึ้น .ที่กาย
. พอความแก่ เข้ามาเกิดขึ้น .ร่างกายก็เปลี่ยนแปลงไป จิตที่อากายอยู่ภายใน ก็ต้องรับทุกข์ จากกายที่เจ็บที่ป่วย ต้องไปครเค้ารักษา รักษาเอวไม่ได้ . บ้างรักษาหาย บ้างก็ไม่หาย ตัวมันหาย หมดลมเสียก่อน
คราวนี้ เมื่อเรา .ไปเจอะเจอพระ ท่านบอกว่า ให้จับตนค้นตน เรืยนรู้จัก เรื่องราวต่าง ที่เกินขึ้น ภายในกายเรานี้.แหละ .ก็เรื่องกาย อารมณ์ จิต. ท่านก็บอกมาแค่นี้ เพียงสามคำ ..นี่ก็ผ่านมา สามสิบกว่าปี ก็ยังเรียนรู้ไป ไม่ถึงไหน
.ท่านก็ค่อยแนะนำ .มา ..ชี้แนะ ให้เรียนรู้จัก .เรื่องราวอารมณ์ เรื่องตั่วกระทำ เรื่องราวไสยศาสตร์ มันมีเรื่องราวที่ไม่ค่อยได้ยินกัน ทั้งเรื่องราวศาตร์ตัวกระทำ เรื่องราวตัวกระทำไสยศาสตร์ เรื่องราวมนต์ดำ เจ้าพ่อเจ้าแม่ ร่างทรง เรื่องราวนรกสวรรค์ เรื่องเทพพรหม ต้องลงมาเกิดอาศัยกายมนุษย์สร้างบุญกุศล มันมีเรื่องราวต่างๆ ที่ท่านบอกว่า เรียนแล้วจะสนุก .ที่ว่า ค่อยๆ แยกเรื่องโลก เรื่องธรรม .เรื่องกรรม เรื่องจิต
.ท่านก็บอกเราว่า เค้าเอามาให้เรียนรู้ ทำไมไม่เรียน . เร่าไม่ได้เป็นคนไปทำ ..เรื่องราวเหล่านั้น ที่ให้เรียน ก็ให้รู้จักว่า ไสยศาสตร์นำพาให้จิตลงนรกเป็นอย่าง หากเราไม่เรียนรู้จัก .เราก็ไม่เข้าใจ ในสิ่งทีท่านบอก เพราะมันก็เป็นสิ่งที่จับต้องไม่ได้เลย
พอเราเรียนรู้จักเรื่องราว ที่ว่า กายอารมณ์จิต .เรื่องกรรม เรื่องธรรม บุญกุศล .เราก็ค่อยๆ ทำความเข้าใจ ในเรื่องราวของการ แปรสภาพปัจจัย ที่หามา แปรสภาพปัจจัยนั่น ให้เป็นทาน เป็นบุญ มีการกระจายบุญกุศล ให้จิตที่ล่วงลับไป จากไปสถานนั้น แล้วทำไม ทำอย่างไร จึงสามารถกระจายบุญกุศลไปได้ .เรื่องราวทำนองนี้ พูดไปบอกใคร ก็ไม่มีใครเชื่อ
.แม้พระที่สอนเรา ท่านก็บอกว่า อย่าเชื่อฉัน ท่านก็บอกว่า ไหนพูดมาซิ ข้าพเจ้าไม่ใช่คนโง่ ข้าพเจ้าก็มีสติปัญญา .นั่นท่านก็บอกให้ไปใคร่ครวญพิจารณา ใช้เหตุผลมากๆ . เห็นว่าดี ก็ฝึกหัดขึ้นมา เห็นว่าไม่ดีก็ทิ้งมันไป เรื่องราว ที่เราเรียนรู้จักกายที่เราอาศัยนี้ เค้าเรียนรู้กันมาเป็นชาติๆ ..เราเคยถาม หลวงตา ยืนสมาธิ ทำได้อย่าไร เอามือประสานเหนือสะดือ ยืนที .หกขั่วโมง . ทำได้อย่างไร
ท่านก็บอกว่า ฉันทำมา ไม่ใช่ชาตินี้ชาติเดียว ทำมาหลายชาติ ..ฉันจะยืนเป็นวันๆก็ได้ แต่เกรงหมู่คณะ. เค้าเห็นแล้ว จะเข้าใจผิด .บางเรื่องราวในการเรียนรู้ คนเรามันต้องคลุกคลีกัน .มันถึงจะเรียนรู้จัก ในสิ่งที่ว่า ครูยาอาจารย์ ที่ท่านก็เมตตาสอนให้ .หากท่านไม่เมตตา สอนให้ทำ ไม่ใช่สินให้จำ ..เราก็คง ไม่สามารถเรียนรู้จักในสิ่งทีท่านสอนได้เลย เพราะต้องอาศัยจิตมาเรียนรู้. เรื่องราวต่างๆ
โฆษณา