Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
หนังสือสนทนากับพระเจ้า
•
ติดตาม
12 มี.ค. เวลา 03:15 • หนังสือ
#33 9️⃣การเปลี่ยนแปลงที่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ทุกสิ่ง — บทที่ 2️⃣1️⃣ การเปลี่ยนแปลงที่ #7 (2) :
ความคิดใหม่ของคุณเกี่ยวกับวันพรุ่งนี้
💟 ผู้แปล : คุณ♾️อุดม
. . .
. . .
. . .
. . . เมื่อคุณรู้สึกสดชื่นแล้ว โปรดดำเนินต่อไปที่ . . .
#YOUR_NEW_IDEA_ABOUT_TOMORROW
#ความคิดใหม่ของคุณเกี่ยวกับวันพรุ่งนี้
สิ่งที่ผมกำลังพูดถึงคือชีวิตเป็นพลังงานที่หล่อเลี้ยงตัวเอง ชีวิตผลิตชีวิตเพิ่มขึ้นผ่านกระบวนการของชีวิต และพลังงานของชีวิตทำซ้ำตัวเอง สิ่งที่ผมกำลังพูดถึงคือการคิดในแง่บวกเกี่ยวกับเหตุการณ์ปัจจุบันไม่เพียงแต่เปลี่ยนประสบการณ์ปัจจุบันของเราเกี่ยวกับเหตุการณ์นั้น แต่ยังก่อให้เกิดพลังงานที่สร้างเหตุการณ์ในอนาคต สิ่งที่ผมกำลังพูดถึงคือชีวิตที่พิเศษเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงความคิดของคุณเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต—ข้อ #7 ในรายการของเรา
สิ่งที่คุณฉายออกไป คุณผลิตขึ้น สิ่งที่คุณสรุป คุณสร้างขึ้น และทุกสิ่งเหล่านั้น
“ทุกสิ่งเหล่านั้น” คือสิ่งที่ครูทางจิตวิญญาณทุกแนวทางและทุกสี ทุกความเชื่อและศรัทธา ได้แบ่งปันกับมนุษยชาติมาตั้งแต่จุดเริ่มต้นของกาลเวลา ครูทางจิตวิญญาณทุกคนพูดสิ่งเดียวกัน คุณไม่คิดว่านั่นมันแปลกไปหน่อยหรือ? ศาสนาทุกศาสนาสอนหลักคำสอนเดียวกัน คุณไม่รู้สึกว่านั่นน่าสนใจหรือ? ในหัวข้อนี้โดยเฉพาะ ในคำถามที่ว่าชีวิตทำงานอย่างไรและอะไรทำให้โลกหมุนไป ทุกคำสอนเห็นพ้องกัน : ตามที่คุณเชื่อ ดังนั้นมันจะเกิดขึ้นกับคุณ
เจมส์ อัลเลน เขียนบทความเล็กๆ ที่น่าทึ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้ ชื่อว่า “As a Man Thinketh (ความคิดกำหนดชีวิต)” ผมอ่านมันเมื่อกว่าสามสิบปีที่แล้วและมันเปลี่ยนชีวิตผม
เว็บไซต์ของเจมส์ อัลเลน [
self-improvement-ebooks.com
] กล่าวว่านักเขียนผู้ลึกลับท่านนี้ (1864-1912) เขียนด้วยถ้อยคำอันทรงพลังของเขาเองในสิ่งที่พระพุทธเจ้าสอน : ทุกสิ่งที่เราเป็นคือผลของสิ่งที่เราคิด ข้อความของอัลเลนเขียนไว้ว่า : “มนุษย์คิดอย่างไรในใจ เขาก็เป็นเช่นนั้น”
ข้อความของอัลเลน “เป็นข้อความแห่งความหวังแม้ในท่ามกลางความสับสน ใช่แล้ว เขากล่าวว่า มนุษยชาติเต็มไปด้วยความหลงใหลที่ควบคุมไม่ได้ วุ่นวายด้วยความโศกเศร้าที่ไร้การควบคุม ถูกพัดพาไปด้วยความวิตกกังวลและความสงสัย มีเพียงคนที่มีปัญญา เพียงผู้ที่ควบคุมและชำระความคิดของตน เท่านั้นที่ทำให้สายลมและพายุ(พลัง)แห่งวิญญาณเชื่อฟังเขา” เว็บไซต์กล่าว
แน่นอนว่านี่คือสิ่งที่ผมได้บอกคุณที่นี่พอดี อีกครั้งที่ผมสังเกตเห็นว่า มันคือสิ่งที่ครูทางจิตวิญญาณและนักเขียนทั้งหมดได้พูดมาตลอดกาล ในการยืนยันอย่างโดดเด่นถึงหนังสือที่คุณกำลังอ่านอยู่นี้ เจมส์ อัลเลนเขียนไว้เมื่อหนึ่งร้อยปีที่แล้วว่า:
❝เหล่าดวงวิญญาณที่ถูกพายุซัดสาด ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหน ภายใต้สภาวะใดที่คุณอาจมีชีวิตอยู่ จงรู้สิ่งนี้—ในมหาสมุทรแห่งชีวิต เกาะแห่งความสุขกำลังยิ้มให้ และชายฝั่งที่แจ่มใสแห่งอุดมคติของคุณกำลังรอการมาถึงของคุณ❞
ดังนั้น เว็บไซต์
self-improvement-ebooks.com
กล่าวว่า “อัลเลนสอนความจริงที่สำคัญสองประการ: วันนี้เราอยู่ที่ที่ความคิดของเราพาเรามา และเราคือสถาปนิก—ไม่ว่าจะดีหรือร้าย—แห่งอนาคตของเรา”
ลูกชายที่โตแล้วของผมมีวิธีจัดการกับทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตของพวกเขา ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น พวกเขาพูดง่ายๆ ว่า: “ทุกอย่างดี”* *(เรียบร้อยดี/ไม่เป็นไรหรอก/สบายมาก/อย่าไปคิดมาก — It’s all good)
คุณไม่สามารถนัดทานอาหารกลางวันได้หรือ? “ทุกอย่างดี” รถเกิดงอแงและสตาร์ทไม่ติดหรือ? “ทุกอย่างดี” ผมชอบแบบนั้น ผมชอบมันมาก ช่างเป็นมุมมองที่ยอดเยี่ยม! ช่างเป็นจุดเริ่มต้นที่ยอดเยี่ยม! นั่นคือวิธีที่คุณสร้างวันพรุ่งนี้ที่วิเศษ!
คุณสร้างจากจุดกำเนิดใหม่เกี่ยวกับวันนี้! โอกาสที่เรามีทุกวันคือการมองตรงไปที่สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นตอนนี้และยิ้มและหัวเราะให้กับตัวเองและพูดว่า “ทุกอย่างดี” จากนั้นเพิ่มคำขอบคุณอันยิ่งใหญ่ถึงพระเจ้าที่ทำให้ชีวิตนี้ยอดเยี่ยมจนเราสามารถสร้างประสบการณ์ใหม่จากมันได้ในทุกขณะ
ผมเคยพูดว่า(โลกแห่ง)ความเป็นจริงที่สังเกตได้เป็น(โลกแห่ง)ความเป็นจริงที่วิเศษ—มันเป็นสภาวะของประสบการณ์ที่สูงส่งและหายาก ซึ่งคนส่วนใหญ่แทบจะไม่ได้เข้าถึง คุณอาจคิดว่า(โลกแห่ง)ความเป็นจริงที่สังเกตได้ควรจะเป็น(โลกแห่ง)ความเป็นจริงที่มนุษย์ประสบบ่อยที่สุด แต่ความจริงแล้ว มันเป็นสภาวะจิตสำนึกที่สูงส่งมากที่คนจำนวนมากใช้ชีวิตทั้งชีวิตโดยเข้าถึงได้เพียงบางครั้งบางคราวเท่านั้น มนุษย์ส่วนใหญ่ในเวลาส่วนใหญ่มาจาก(โลกแห่ง)ความจริงที่พวกเขาจินตนาการ และดังนั้นจึงประสบกับ(โลกแห่ง)ความเป็นจริงที่บิดเบือน
คุณสามารถบอกได้ว่าคุณกำลังอยู่ใน(โลกแห่ง)ความเป็นจริงที่สังเกตได้เพราะคุณจะเห็นชัดว่า ในขณะนี้ (this moment) #ไม่มีอะไรเกิดขึ้น_นอกจาก_สิ่งที่กำลังเกิดขึ้น
ในขณะที่คุณนำความตระหนักรู้มาสู่สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นตอนนี้ คุณตระหนักว่าทุกสิ่ง “แย่” ที่คุณคิดเกี่ยวกับ “ตอนนี้” คือ สิ่งที่คุณเพิ่มเข้าไป มันเป็นสิ่งที่ไม่ได้อยู่ที่นั่นจริงๆ คุณกำลังวางมันไว้ที่นั่น ด้วยความคิดของคุณ
สิ่งที่คุณต้องทำเพื่อกำจัดความเจ็บปวดของสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นตอนนี้คือ #หยุดเพิ่มความเจ็บปวดเข้าไปในสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นตอนนี้ ถอดปลั๊ก! ปลดปล่อยช่วงเวลาของอดีตที่แย่หรืออนาคตที่ไม่พึงปรารถนาออกไป มีความคิดใหม่เกี่ยวกับตอนนี้—และมีมันเดี๋ยวนี้เลย!
It’s all good❗
#ทุกอย่างดี❗
คุณจะพูดแบบนั้นได้อย่างไรในเมื่อฉันเพิ่งเสียงาน? คุณอาจบ่น—และนั่นก็ยุติธรรม หรือ เศร้ายิ่งกว่านั้น คุณจะพูดแบบนั้นได้อย่างไรในเมื่อคนที่ฉันรักเพิ่งเสียชีวิต? หรือ เมื่อความสัมพันธ์ของฉันเพิ่งจบลง?
นี่เป็นช่วงเวลาที่ยากลำบาก เต็มไปด้วยความเครียด ผมไม่ได้บอกว่ามันไม่ใช่ เหตุการณ์เช่นนี้ท้าทายความเชื่อทุกอย่างที่เรามีว่าเราอาศัยอยู่ในจักรวาลที่เป็นมิตร มีเพียงการรู้อันแน่วแน่ของวิญญาณที่ว่า เมื่อทุกอย่างจบลง #ทุกสิ่งเกิดขึ้นเพื่อสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับทุกคนที่เกี่ยวข้องเท่านั้น ที่จะนำความสงบมาสู่เราในช่วงเวลาเช่นนี้
ชีวิต (และทุกสภาวะการณ์และสถานการณ์และความสัมพันธ์ในชีวิต) ทำหน้าที่ได้จนกว่าความมั่นคงของมันจะถูกคุกคาม ในกรณีนั้น มันสามารถปรับตัวได้ ดังนั้น มันทำให้ตัวเองยั่งยืนได้โดยการเปลี่ยนรูปแบบ
นี่คือสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่คนที่เรารักเสียชีวิต—และในช่วงเวลาแห่งความตายของทุกสิ่ง... ความสัมพันธ์ งาน วิถีชีวิต อะไรก็ตาม ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงนอกจาก #เพื่อสิ่งที่ดีกว่า
ตอนนี้คุณอาจจะเยาะเย้ยสิ่งนี้ แต่ผมจะกลับไปพูดว่า: ผมกล้าพนันว่าถ้าคุณประเมินสิ่งต่างๆอย่างซื่อสัตย์มากๆ คุณจะเห็นด้วยว่าบางสิ่งที่แย่ที่สุดที่เคยเกิดขึ้นกับคุณ #จริงๆแล้วกลับเป็นสิ่งที่ดีที่สุดที่เคยเกิดขึ้นกับคุณ
#คุรุเห็นความจริงนี้ในทุกสิ่ง ผมไม่ใช่คุรุ และไม่ได้เข้าใกล้การเป็นเช่นนั้นเลยด้วยซ้ำ แต่ผมเห็นว่าในชีวิตของผมเอง สิ่งนี้เป็นความจริง คุณก็รู้แล้วว่าสิบห้าปีที่แล้วผมประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ซึ่งทำให้คอหัก ซึ่งทำให้ผมต้องฟื้นฟูร่างกายเกือบสองปี ซึ่งทำให้ผมต้องหยุดทำงาน ซึ่งทำให้ผมสูญเสียรายได้ ซึ่งในที่สุดก็ทำให้ผมต้องอาศัยอยู่ในเต็นท์เป็นเวลาหนึ่งปีเต็ม ขอทานตามมุมถนนและดิ้นรนในทุกสภาพอากาศเพียงเพื่อให้ได้กิน อบอุ่น และแห้ง
สิ่งที่แย่ที่สุดที่จะเกิดขึ้นกับคนเราใช่ไหม? ฝันร้ายอันยิ่งใหญ่ของมนุษย์ใช่ไหม? เอาล่ะ . . . มันทั้งใช่และไม่ใช่ ตอนแรก มันน่ากลัว ผมไม่เคยจินตนาการในความฝันที่บ้าที่สุดว่าผมจะกลายเป็นคนไร้บ้าน และเมื่อผมอยู่ที่นั่น อาศัยอยู่ในเต็นท์นั้น ผมไม่สามารถจินตนาการได้ว่าผมจะกลับเข้าไปอยู่ในบ้านจริงๆอีกครั้งได้อย่างไร
แต่ตอนนี้ เมื่อผมมองย้อนกลับไป ผมเห็นว่านี่ #เป็นหนึ่งในสิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่เคยเกิดขึ้นกับผม มันสอนบทเรียนเกี่ยวกับชีวิตที่ผมไม่สามารถจินตนาการได้ว่าผมจะเรียนรู้ได้ด้วยวิธีอื่น มันนำผมไปสู่สถานที่แห่งความเข้าใจอันยิ่งใหญ่ที่สุดเกี่ยวกับทรัพยากรภายในของตัวผมเอง
มันพาผมไปสู่ระดับที่สูงขึ้นของความเห็นอกเห็นใจ (ความเมตตากรุณา) และความห่วงใยที่ลึกซึ้งขึ้นสำหรับสมาชิกทุกคนของเผ่าพันธุ์มนุษย์ และมันเปิดผมสู่ความตระหนักรู้เกี่ยวกับพระเจ้าและความหมายของชีวิตที่เปลี่ยนแปลงทุกสิ่งที่ผมคิดว่าผมเข้าใจ พาผมไปสู่สถานที่ใหม่ของการประสบทุกขณะว่าเป็นของขวัญที่ไม่อาจบรรยายได้
คุณอาจจะพูดว่านี่เป็นกรณีที่โชคดีที่มัน “จบลงด้วยดี” แต่ผมได้เรียนรู้ว่าทุกสิ่งจะจบลงด้วยดีถ้าผมปล่อยวางและมอบให้พระเจ้าจัดการ ถ้าผมเพียงแค่ #ยอมให้การเปลี่ยนแปลงใดๆที่เกิดขึ้นในชีวิตของผมดำเนินไปโดย_ไม่ต่อต้าน
นี่ไม่ได้หมายความว่าไม่ต้องทำอะไรเลย #แต่หมายความว่า_อย่าต่อต้าน
สิ่งที่คุณต่อต้านจะคงอยู่ต่อไป สิ่งที่คุณมองดู(เฉยๆ)จะหายไป นั่นคือ มันจะหยุดมีรูปแบบที่เป็นภาพลวงตา การไม่ต่อต้านช่วยปลดปล่อยเราจากสิ่งที่เป็นจินตนาการและปลุกเราให้ตื่นขึ้นสู่สิ่งที่ปรากฏชัด จนในที่สุดแสดงให้เราเห็นความจริง(สัจจะ)ที่แท้จริง มันเกี่ยวกับ “. . . การปลดปล่อยเราจากความชั่วร้าย . . .” ทันใดนั้น ทางเลือกต่างๆก็เปิดกว้างสำหรับเรา ซึ่งดูเหมือนถูกปิดกั้นโดยสิ้นเชิงเมื่อไม่กี่นาทีก่อน #ทุกสิ่งเปลี่ยนแปลงด้วยการเปลี่ยนมุมมอง
นั่นคือ #พลังที่แท้จริงเบื้องหลังการเปลี่ยนแปลงที่7
เมื่อคุณเข้าใจว่า #การเปลี่ยนแปลงทั้งหมดเกิดขึ้นเพื่อรักษาความกลมกลืนในจักรวาล . . . เมื่อคุณเชื่อในสิ่งนั้น แม้ว่ามันจะดูเหลือเชื่อ . . . เมื่อคุณมั่นใจว่า #ชีวิตถูกสร้างมาเพื่อความสุข . . . และเมื่อคุณรู้ว่า #ทุกเรื่องราวสามารถมีตอนจบที่ยอดเยี่ยมได้ถ้าคุณไม่ปิดกั้นมัน ด้วยความขมขื่น ความโกรธ ความแค้น ความคับข้องใจ หรือการไม่เชื่อแม้แต่ความเป็นไปได้ของตอนจบที่ยอดเยี่ยม (สำหรับคนส่วนใหญ่ นี่คือ #สิ่งกีดขวางที่ใหญ่ที่สุด). . .
จากนั้นคุณก็สามารถเปลี่ยนความคิดของคุณเกี่ยวกับสิ่งที่ #กำลังเกิดขึ้น—และด้วยเหตุนี้ เปลี่ยนความคิดของคุณเกี่ยวกับสิ่งที่ #จะเกิดขึ้น
ชีวิตของคุณไม่ได้แสดงให้คุณเห็นหรือว่า #ทุกอย่างเกิดขึ้นเพื่อจุดประสงค์สูงสุดในการวิวัฒนาของคุณ❓ แน่นอนว่ามันเป็นเช่นนั้น หลักฐานก็คือ #คุณยังอยู่ที่นี่* *(ยังไม่ตุย)
“ใช่” คุณอาจจะพูด “แต่ดูสิว่าฉันต้องทำอะไรบ้างถึงจะมาถึงจุดนี้ได้!” เห็นด้วยครับ มันไม่ใช่เส้นทางที่ง่าย แต่นั่นก็เพราะว่าคุณยังไม่มีเครื่องมือที่คุณมีตอนนี้ และถึงแม้จะไม่มีเครื่องมือเหล่านี้ #คุณก็ผ่านมันมาได้ทั้งหมด
แล้ว . . . อะไรทำให้คุณคิดว่ามันจะแตกต่างไปในวันพรุ่งนี้?
เราจึงเห็นว่าประเด็นไม่ใช่ว่าคุณจะอยู่รอดหรือไม่ แต่เป็นว่าจะอยู่รอดอย่างไร คุณจะมีความสุขหรือคุณจะเศร้า? คุณจะตื่นเต้นกับชีวิตอีกครั้งหรือคุณจะท้อแท้ หงุดหงิด และผิดหวัง? คุณจะเป็นพรแก่ทุกชีวิตที่คุณได้สัมผัสหรือคุณจะเป็นภาระแก่ทุกคนรอบข้าง?
#วิธีที่คุณรับมือกับประสบการณ์ปัจจุบัน คือ #วิธีที่คุณสร้างประสบการณ์ถัดไป และนั่นคือเหตุผลที่การเปลี่ยนมุมมองของคุณเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงในอนาคตมีพลังมาก
ตอนนี้เคล็ดลับสำหรับคุณคือการเปลี่ยนความเข้าใจนี้ให้เป็นการมองการณ์ไกล เคล็ดลับคือการรู้สิ่งนี้เกี่ยวกับวันพรุ่งนี้ของคุณตั้งแต่วันนี้ เคล็ดลับคือการเข้าใจอย่างชัดเจนว่าชีวิตอยู่ฝ่ายเดียวกับคุณ
นี่ไม่ได้หมายความว่าทุกอย่างจะเป็นไปตามที่คุณต้องการเสมอไป สิ่งที่มันหมายถึงคือ #บางครั้งสิ่งที่คุณต้องการอาจไม่ใช่สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับคุณ
อะไรนะ??? นั่นเป็นความจริงได้ด้วยหรือ? เป็นไปได้หรือที่จะต้องการบางสิ่งที่ไม่ใช่ประโยชน์สูงสุดของตัวเอง? แน่นอนว่าเป็นไปได้ ผู้คนทำแบบนี้อยู่ตลอดเวลา นั่นเป็นเพราะพวกเขาไม่ได้ตระหนักเสมอไปว่าอะไรคือประโยชน์สูงสุดของตัวเอง และนั่นเป็นเพราะพวกเขาไม่รู้ว่าพวกเขาเป็นใครจริงๆ พวกเขาอยู่ที่ไหน พวกเขากำลังทำอะไรจริงๆ บนโลกนี้ และ จุดประสงค์ของทั้งหมดนี้คืออะไร นั่นแหละครับ
ดังนั้น จงตอบคำถามพื้นฐานสี่ข้อนี้สำหรับตัวคุณเอง แล้วเปลี่ยนความคิดของคุณเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต ละทิ้งความคิดที่ว่าคุณไม่สามารถส่งผลต่ออนาคตได้ บอกตัวเองว่าอนาคตไม่ได้กำลังมา “หา” คุณ แต่มัน “ผ่าน” คุณ* *(ออกไปจากคุณ)
การเปลี่ยนแปลงที่กำลังจะมาถึงคุณในอนาคตคือการเปลี่ยนแปลงที่คุณวางไว้ในอนาคตของคุณด้วยความคิด คำพูด และการกระทำของ #วันนี้ สิ่งเหล่านี้คือเครื่องมือสามอย่างแห่งการสร้างสรรค์ และถ้าคุณต้องการการสนับสนุนเพิ่มเติมรอบๆ แนวคิดนี้และคำอธิบายที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นเกี่ยวกับวิธีที่คุณเป็นผู้สร้าง(โลกแห่ง)ความเป็นจริงของคุณเอง ให้หยิบหนังสือ Conversations with God เล่ม 1 และมอบของขวัญให้ตัวเองด้วยหนึ่งในข้อความที่สร้างแรงบันดาลใจและเปลี่ยนแปลงชีวิตที่คุณจะได้อ่าน
ถ้าคุณเคยอ่านมาก่อนแล้ว ก็อ่านอีกครั้ง ถ้าคุณไม่เคยอ่าน ก็อ่านตอนนี้ แล้วดูว่าคุณคิดอย่างไร และนำสิ่งที่สอดคล้องกับคุณเข้ามาในชีวิตของคุณให้เป็นส่วนหนึ่งของความจริงในการดำเนินชีวิตของคุณเอง
ใช่ครับ ใช่ . . . จงเปลี่ยนความคิดของคุณเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงที่จะมาถึง แม้ในขณะที่คุณเปลี่ยนความคิดของคุณเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงที่ผ่านมา แล้วคุณจะสามารถเปลี่ยนประสบการณ์ของทั้งสองอย่างได้
*
What is it that you were given?
I mean from the loss.
After, what was taken.
อะไรคือสิ่งที่เธอได้รับ?
ฉันหมายถึงจากการสูญเสีย
หลังจากสิ่งที่ถูกพรากไป
That very thing you could never
live without.
สิ่งนั้นที่เธอคิดว่าจะมีชีวิตอยู่
โดยปราศจากมันไม่ได้
The person or place;
the secret, or circumstance—
now that it is gone,
or has been found out,
and you can no longer call it foundation,
ผู้คน หรือ สถานที่
ความลับ หรือ สถานการณ์—
บัดนี้เมื่อมันจากไป
หรือถูกค้นพบ
และเธอไม่อาจเรียกมันว่ารากฐานได้อีกต่อไป
what is it that you were given?
อะไรคือสิ่งที่เธอได้รับ?
You know, and I know, this:
there is a hollowing out.
Something comes and opens you up
เธอรู้ และฉันรู้ สิ่งนี้:
มีการคว้านโพรงที่ว่างเปล่า
บางสิ่งมาและเปิดเธอออก
right
down
the
middle
ทะลุตรง
ลง
ไป
กลาง(ใจ)
and from that moment on
you are no longer immune to this world.
และจากนั้นเป็นต้นมา
เธอไม่อาจมีภูมิต้านทานต่อโลกนี้ได้อีก
You wake, you wander,
every familiar, now a foreign.
เธอตื่น เธอเดินเตร่
ทุกสิ่งคุ้นเคย บัดนี้กลับเป็นแดนไกล
You walk as through water
until you make it back to your bed
and finally, even there—
your sheets; your own pillow’s scent different,
as if daily someone repaints your room, displaces something,
disturbs a cherished memento.
เธอเดินราวกับฝ่าผืนน้ำ(ตา)
จนกระทั่งกลับถึงเตียง
และในที่สุด แม้แต่ที่นั่น—
ผ้าปูที่นอนของเธอ; กลิ่นหมอนของเธอเองก็แปลกไป
ราวกับทุกวันมีใครมาทาสีห้องใหม่ ย้ายบางสิ่ง
รบกวนของที่ระลึก(ความทรงจำ)อันเป็นที่รัก
------
You see,
sometimes we are emptied.
We are emptied
because
Life wants us to know
เธอเห็นไหม
บางครั้งเราถูกทำให้ว่างเปล่า
เราถูกทำให้กลวงเปล่า
เพราะว่า
ชีวิตต้องการให้เรารู้จัก
so
much
more
Light.
แสงสว่าง
ที่
มาก
ยิ่ง
กว่า
*
—‘What Is It That You Were Given?’©2006 Em Claire
—‘อะไรคือสิ่งที่เธอได้รับ?’ ©2006 เอ็ม แคลร์
หนังสือแปล
จิตวิญญาณ
บันทึก
ดูเพิ่มเติมในซีรีส์
9 การเปลี่ยนแปลงที่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ทุกสิ่ง
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย