เมื่อวาน เวลา 09:18 • ประวัติศาสตร์

ความฝันในหอแดง 79 จำอวดหญิง

พวกแม่เฒ่าเจี่ยมาถึง เข้ามานั่งกันตามชอบใจ สาวใช้ยกน้ำชามาให้ดื่มเสร็จแล้ว พี่เฟิ่งนำผ้าเช็ดหน้าแบบโพ้นทะเลตะวันตกห่อตะเกียบมาหนึ่งกำ เป็นตะเกียบไม้มะเกลือประดับเงินสามตำแหน่งที่หัวท้องปลาย วางลงบนโต๊ะหน้าที่นั่ง
แม่เฒ่าเจี่ยว่า “เอาโต๊ะไม้หนานมู่ 楠木 มาตัวหนึ่ง ให้ญาติหลิวนั่งข้างข้านี่”
พวกบ่าวรีบยกโต๊ะมา
พี่เฟิ่งลอบขยิบตาให้ยวนยาง ยวนยางลากตัวหลิวเหล่าเลาออกไปข้างนอก กระซิบกระซาบอะไรกับยายเฒ่า แล้วว่า
“นี่เป็นระเบียบของบ้านเรา หากผิดไปจะถูกหัวเราะเอา”
นัดแนะเรียบร้อยก็กลับเข้ามา
แม่น้าเซวียกินมาก่อนแล้วจึงขอไม่กิน เพียงนั่งดื่มชา แม่เฒ่าเจี่ยนำเป่าวี่ เซียงหยุน ไต้วี่ เป่าไชนั่งโต๊ะหนึ่ง หวางฮูหยินนำหยิงชุนสามพี่น้องนั่งโต๊ะหนึ่ง หลิวเหล่าเลานั่งข้างแม่เฒ่าเจี่ยโต๊ะหนึ่ง เวลาแม่เฒ่าเจี่ยกินอาหาร จะมีสาวใช้ยืนข้างๆ คอยส่งกระโถน แส้ปัด ผ้าเช็ดปาก ซึ่งโดยปกติไม่ใช่ยวนยาง แต่วันนี้ยวนยางถือแส้ปัดมายืนคอยทำหน้าที่นี้ พวกสาวใช้รู้ว่านางจะเล่นตลกกับหลิวเหล่าเลา จึงหลบไปปล่อยเป็นหน้าที่นาง ยวนยางยืนประจำที่แล้วกระซิบกับหลิวเหล่าเลาว่า
“อย่าลืมเล่า”
ยายเฒ่าว่า “แม่นางวางใจ”
หลิวเหล่าเลาเข้านั่งที่ หยิบตะเกียบใช้เก้เก้กังกังไม่คล่องมือ ที่แท้พี่เฟิ่งกับยวนยางเลือกเอาตะเกียบงาช้างเก่าสี่เหลี่ยมเลี่ยมทองให้ยายเฒ่าใช้
หลิวเหล่าเลาว่า “ปากคีบนี่หนักกว่าพลั่วเหล็กบ้านข้าอีก คีบไม่ขยับ”
บ่นจนทุกคนหัวเราะ
แม่บ้านยกกล่องใบหนึ่งมายืนรอ สาวใช้เปิดฝากล่อง ด้านในมีอาหารอยู่สองจาน หลี่หวานหยิบจานหนึ่งวางให้แม่เฒ่าเจี่ย พี่เฟิ่งหยิบจานไข่นกพิราบวางให้หลิวเหล่าเลา แม่เฒ่าเจี่ยบอกว่า “เชิญ”
หลิวเหล่าเลาลุกขึ้นกล่าวเสียงดังว่า
“เฒ่าหลิว เฒ่าหลิว กินจุเหมือนวัว กินแม่หมูได้ทั้งตัวไม่ต้องเงยหน้า”
พูดจบ ทำแก้มป่อง สองตามองตรง ไม่ส่งเสียงพูดจา
ทุกคนได้เห็นต่างตกตะลึงในตอนแรก ต่อมาตรองแล้วพากันหัวเราะกลิ้ง เซียงหยุนสำลักน้ำชาพรวดออกมา ไต้วี่หัวเราะจนสำลักหมอบกับโต๊ะร้อง “ไอ้หยา” เป่าวี่กลิ้งบนตักแม่เฒ่าเจี่ย แม่เฒ่าเจี่ยกอดเอาไว้ หวางฮูหยินหัวเราะแล้วใช้นิ้วชี้พี่เฟิ่งแต่ไม่พูดอะไร แม่น้าเซวียอดไม่ได้ พ่นน้ำชาใส่ทั่นชุนเต็มกระโปรง ทั่นชุนทำถ้วยชาหกใส่หยิงชุน ซีชุนลุกเดินไปหาแม่นมบอกให้นวดท้องให้ที สาวใช้หัวเราะกันตัวงอ บางคนต้องแอบนั่งยองๆ บางคนกลั้นหัวเราะแล้วผลัดผ้าให้เจ้านาย มีเพียงพี่เฟิ่งกับยวนยางสองคนที่ยังคงเก็บอาการ
หลิวเหล่าเลาหยิบตะเกียบแต่ใช้งานไม่ถนัด กล่าวว่า
“ไก่ที่นี่ก็เก่งจริงออกไข่ได้จิ๋วแต่แจ๋ว ข้าต้องลองสักฟอง”
ทุกคนหยุดหัวเราะไปแล้ว พอได้ฟังก็หัวเราะกันใหม่ แม่เฒ่าเจี่ยหัวเราะจนน้ำตาไหล หู่พ่อต้องมาทุบหลังให้
แม่เฒ่าเจี่ยว่า “นี่เป็นฝีมือยายหนูเฟิ่งวายร้ายแน่นอน อย่าไปฟังนาง”
หลิวเหล่าเลาเพิ่งชมว่าไข่ไก่จิ๋วแต่แจ๋ว พี่เฟิ่งก็บอกว่า
“ไข่นี่ฟองละหนึ่งตำลึงเงิน รีบรีบชิม เย็นแล้วไม่อร่อย”
หลิวเหล่าเลายื่นตะเกียบมาคีบอย่างทุลักทุเล ไข่หนีไปรอบถ้วยกว่าจะคีบขึ้นมาได้หนึ่งฟอง ยายเฒ่ายื่นคอไปจะใส่ปากกิน ไข่ลื่นร่วงลงไปกลิ้งบนพื้น ยายเฒ่าวางตะเกียบแล้วก้มลงจะเก็บกิน มีคนช่วยเก็บไปก่อน หลิวเหล่าเลาถอนหายใจว่า
“หนึ่งตำลึง ไปแล้วไม่ให้สุ้มให้เสียงบอกลา”
ทุกคนมัวแต่หัวเราะไม่ได้กินข้าว แม่เฒ่าเจี่ยว่า
“ใครเอาตะเกียบนี่มาให้ใช้ ไม่ได้จัดงานเลี้ยงโต๊ะใหญ่อะไร ต้องเป็นยายหนูเฟิ่งสั่งแน่ ยังไม่รีบไปเปลี่ยนให้อีก”
พวกแม่บ้านสาวใช้ไม่ได้เอาตะเกียบงาคู่นี้มา แต่เป็นพี่เฟิ่งกับยวนยางจัดแจง พอได้ฟังก็รีบเก็บตะเกียบงาเลี่ยมทอง เอาตะเกียบไม้มะเกลือเลี่ยมเงินมาให้แทน
หลิวเหล่าเลาว่า “ทองไป เงินมา อย่างไรก็ไม่คล่องมือเหมือนตะเกียบที่บ้าน”
พี่เฟิ่งว่า “หากในอาหารมีพิษ ใช้เงินนี้ทดสอบได้”
หลิวเหล่าเลาว่า “หากในอาหารนี้มีพิษ อาหารของพวกเราคงมีแต่สารหนู ถึงต้องตาย ก็จะกินไม่ให้เหลือ”
แม่เฒ่าเจี่ยเห็นยายเฒ่าครึกครื้น กินก็เอร็ดอร่อย จึงเอาอาหารส่วนของตนให้นางกินหมด แล้วสั่งให้เหล่าหม่อมอผู้หนึ่งจัดอาหารแต่ละชนิดใส่ชามให้ปั่นเอ๋อ
หลังอาหาร พวกแม่เฒ่าเจี่ยย้ายเข้าไปนั่งสนทนาในห้องนอนของทั่นชุน ทางนี้เก็บโต๊ะหนึ่ง ตั้งใหม่อีกโต๊ะหนึ่ง หลิวเหล่าเลามองดูหลึ่หวานและพี่เฟิ่งนั่งกินข้าวตรงข้ามกัน ถอนหายใจว่า
“อย่างอื่นช่างประไร ข้าชอบการจัดการของจวนท่าน มิน่าจึงมีคำกล่าวว่า ขนบประเพณีเริ่มที่บ้านใหญ่”
พี่เฟิ่งรีบยิ้มว่า “ท่านอย่าได้คิดมาก เมื่อครู่เพียงอยากให้ทุกคนสนุกสนาน”
พูดไม่ทันขาดคำ ยวนยางเดินมาหายิ้มว่า
“เหล่าเลาอย่าได้โกรธ ข้าขอโทษท่านผู้เฒ่า”
หลิวเหล่าเลายิ้มว่า “แม่นางอย่าได้กล่าวเช่นนั้น พวกเราต่างอยากให้เหล่าไท่ไท่เบิกบานใจ มีอะไรต้องโกรธ ตอนท่านบอกข้า ข้าก็รู้แล้วว่าอยากให้ทุกคนได้หัวเราะ หากข้าโกรธ คงไม่พูดตามนั้น”
ยวนยางเอ็ดสาวใช้ว่า “ยังไม่รินน้ำชาให้เหล่าเลา”
หลิวเหล่าเลารีบยิ้มว่า “อาซ้อท่านนั้นเพิ่งรินชาให้ข้าดื่มไปแล้ว แม่นางก็ควรกินข้าว”
พี่เฟิ่งดึงยวนยางให้นั่งลงว่า “เจ้ามากินกับพวกข้า ไม่ต้องมากความ”
ยวนยางนั่งลง แม่บ้านนำถ้วยตะเกียบมาให้ ทั้งสามกินเสร็จ หลิวเหล่าเลาว่า
“ข้าเห็นพวกท่านกินกันนิดหน่อยก็อิ่มแล้ว ดีที่ไม่หิว แต่ถูกลมพัดก็น่าจะปลิวหกล้ม”
ยวนยางถามว่า “วันนี้อาหารเหลือออกเยอะ ไปไหนหมด”
พวกแม่บ้านว่า “ยังไม่ได้แบ่งไปไหน ยังอยู่ที่นี่ เดี๋ยวแบ่งให้พวกที่นี่กินทีเดียว”
ยวนยางว่า “คงกินกันไม่หมด เลือกเอาสองถ้วยส่งไปเรือนคุณนายรองให้ยายผิง”
พี่เฟิ่งว่า “นางกินแต่เช้าแล้ว ไม่ต้องแบ่งไป”
ยวนยางว่า “นางไม่กิน ก็เอาไปเลี้ยงแมว”
พวกแม่บ้านแบ่งสองอย่างใส่กล่องแล้วส่งไป
ยวนยางว่า “แล้วสู้หยุน 素云 เล่า”
หลี่หวานว่า “พวกนางอยู่กินด้วยกันที่นี่ จะถามหานางทำไม”
ยวนยางว่า “เช่นนั้นก็ช่างเถอะ”
พี่เฟิ่งว่า “สีเหยินไม่อยู่ที่นี่ เจ้าให้คนส่งไปให้นางสักสองอย่าง”
ยวนยางสั่งให้คนแบ่งเอาสองอย่างไปส่ง
ยวนยางถามอีกว่า “เดี๋ยวพวกเขากลับมา เหล้าเติมใส่กล่องแบ่งหรือยัง”
แม่บ้านว่า “สักครู่คงเรียบร้อย”
ยวนยางว่า “รีบเติมให้เสร็จ”
พวกพี่เฟิ่งเข้ามาในห้องของทั่นชุน พวกในห้องกำลังสนทนาเล่นกันอยู่
ทั่นชุนเป็นคนชอบที่โล่ง ห้องทั้งสามในเรือนจึงไม่มีฉากกั้น มีโต๊ะไม้พะยูงหน้าหินอ่อนขนาดใหญ่ตั้งอยู่โต๊ะหนึ่ง บนโต๊ะมีแบบลายสือของผู้มีชื่อเสียงจำนวนมาก แท่นหมึกล้ำค่าหลายสิบอัน กระบอกพู่กันหลายรูปแบบ ปักแน่นเป็นป่าพู่กัน มึแจกันดอกไม้จากเตาหยู่เหยา 汝窑 ขนาดกว้างเท่ากระด้ง เต็มไปด้วยเบญจมาศขาวราวแก้วผลึก ผนังด้านตะวันตกมีภาพเขียน 《ม่านหมอกฝน 烟雨图》ของหมี่เซียงหยาง 米襄阳 ซ้ายขวามีกลอนคู่ลายมือหยันหลู่กง 颜鲁公
烟霞闲骨格;泉石野生涯。
โครงเค้าเปล่าราวหมอกยามสาง
อาศัยธรรมชาติหว่างห้วยผา
บนโต๊ะใต้ภาพมีกระถางติ่งสามขาใบใหญ่ ด้านซ้ายมีชั้นไม้จันทน์แดงวางจานกระเบื้องใบใหญ่จากเตากวนเหยา 官窑 บนจานบรรจุผลหัตถ์พระพุทธ 佛手 (ส้มโอมือ) สีเหลืองงานประณีตสิบกว่าผล ด้านขวามีชั้นลงรักแบบญี่ปุ่น แขวนกังสดาลหยกขาวรูปปลา ด้านข้างแขวนไม้เคาะ
ปั่นเอ๋อเห็นไม้เคาะก็จะหยิบเอามาตี พวกสาวใช้ต้องรีบตะครุบตัวไว้ ปั่นเอ๋อจึงเปลี่ยนไปเอาผลหัตถ์พระพุทธมากิน ทั่นชุนหยิบผลหนึ่งส่งให้ดูแล้วบอกว่า
“เล่นได้แต่กินไม่ได้”
 
ด้านตะวันออกของห้อง มีเตียงนอนมีเสาสูงและที่วางเท้า 卧榻拔步床 ด้านบนแขวนมุ้งปักดอกไม้ใบหญ้าและแมลง ปั่นเอ๋อวิ่งเข้ามาดูแล้วบอกว่า “นี่จักจั่นเรไร นี่ตั๊กแตนตำข้าว”
หลิวเหล่าเลาตบปั่นเอ๋อเข้าฉาดหนึ่งว่า
“เด็กเกเร ข้าพาเจ้ามาดูเฉยๆ ไม่ใช่วิ่งวุ่นวายไปทั่ว”
ปั่นเอ๋อร้องไห้งอแง ร้อนจนคนอื่นต้องเข้ามาปลอบ
แม่เฒ่าเจี่ยมองลอดมุ้งหน้าต่างไปยังลานบ้านด้านหลังแล้วว่า
“ต้นอู๋ถงที่ระเบียงงามดีแต่ใบบางไปหน่อย”
พลันมีลมพัดมาหอบหนึ่ง แว่วเสียงปี่กลองมาแต่ไกล
แม่เฒ่าเจี่ยถามว่า “ข้างนอกบ้านใครจัดงานมงคล ที่นี่ใกล้ถนน”
หวางฮูหยินยิ้มตอบว่า “อยู่ถนนข้างนอกจะได้ยินถึงในนี้ได้อย่างไร นี่เป็นพวกเด็กสาวสิบกว่าคนของพวกเรากำลังซ้อมการแสดง”
แม่เฒ่าเจี่ยหัวเราะว่า “พวกเขาซ้อมอยู่ ก็ให้เข้ามาซ้อมในนี้ให้พวกเราดู พวกเขาได้เข้ามาเที่ยว พวกเราได้ฟังดนตรี ไม่ดีหรือ”
พี่เฟิ่งได้ฟัง รีบสั่งให้คนออกไปตาม เตรียมจัดโต๊ะและปูพรมแดง
แม่เฒ่าเจี่ยว่า “ตั้งเวทีที่ศาลาหอมรากบัว 藕香榭 กลางน้ำ คลอเสียงคลื่นไปด้วยยิ่งไพเราะ พวกเรานั่งกินดื่มกันที่หอแพรปัก 缀锦阁 ทั้งกว้างขวางและใกล้ได้ยินชัด”
ทุกคนต่างเห็นดีด้วย
แม่เฒ่าเจี่ยหันมายิ้มให้แม่น้าเซวียแล้วว่า
“พวกเราไปกันเถิด พวกเด็กพี่น้องไม่ค่อยชอบคนเข้ามาแออัดอยู่ในห้อง พวกเราไปนั่งเรือสักพักค่อยไปกินอาหาร”
ว่าแล้วก็จะออกเดิน
ทั่นชุนยิ้มว่า “กล่าวเช่นนี้ได้อย่างไร จะขอให้เหล่าไท่ไท่ แม่น้า และไท่ไท่มาเยือนยังยากเลย”
แม่เฒ่าเจี่ยยิ้มว่า “ยายหนูสามของข้าเป็นเด็กดี มีสองหยก (เป่าวี่ ไต่วี่) นั่นน่าตี ขากลับพวกเราเมากันแล้ว แวะไปก่อกวนกันสักหน่อย”
ทุกคนพากันหัวเราะ
เดินมาไม่ไกล ถึงชายฝั่งที่เต็มไปด้วยดอกหัวใจลอยน้ำสีเหลือง 荇叶渚 สาวชาวเรือที่คัดมาจากกูซู 姑苏 ถ่อเรือสองลำมารอรับ ต่างช่วยกันพยุงแม่เฒ่าเจี่ย หวางฮูหยิน แม่น้าเซวีย หลิวเหล่าเลา ยวนยาง วี่ช่วนเอ๋อลงเรือลำแรก หลี่หวานขึ้นเป็นคนถัดมา จากนั้นพี่เฟิ่งก็ตามขึ้นมาแล้วไปยืนที่หัวเรือจะขอถ่อเรือ
แม่เฒ่าเจี่ยอยู่ในโถงเรือบอกว่า “ไม่ใช่เรื่องเล่น ถึงจะไม่ใช่แม่น้ำแต่ก็ลึกอยู่ เจ้ารีบเข้ามาดีกว่า”
พี่เฟิ่งยิ้มว่า “กลัวอะไร บรรพชนท่านทำใจให้สบาย”
ว่าแล้วก็เอาถ่อกระทุ้งออกจากตลิ่ง มาลอยคออยู่กลางน้ำ เรือลำเล็กแต่คนเยอะ พี่เฟิ่งรู้สึกโคลงเคลงน่ากลัวจึงรีบส่งถ่อให้สาวชาวเรือ แล้วย่อตัวนั่งยองๆ
พวกหยิงชุนพี่น้องและพวกเป่าวี่ขึ้นเรืออีกลำตามหลังมา พวกแม่บ้านและสาวใช้เดินเลียบตลิ่ง เป่าวี่ว่า
“พวกใบบัวขาดๆ นี่ดูน่าเกลียด ทำไมไม่ให้คนมาถอนทิ้ง”
เป่าไชยิ้มว่า “หลายวันที่ผ่านมาในปีนี้ เที่ยวกันทุกวัน อุทยานไม่เคยว่าง ใครมีแก่ใจให้คนมาจัดการ”
ไต้วี่ว่า “ข้าไม่ค่อยชอบบทกวีของหลี่อี้ซาน 李义山 แต่ชอบอยู่วรรคหนึ่งที่ว่า
"留得残荷听雨声 เก็บบัวเฉาไว้เฝ้าฟังฝน"
แต่พวกเจ้าจะถอนใบบัวเฉาเสียแล้ว”
เป่าวี่ว่า “เป็นวรรคที่ไพเราะ วันหลังพวกเราไม่ต้องให้ใครมาถอนทิ้งก็แล้วกัน”
เรือมาถึงคลองซอยซุ้มฝอยทองของฝั่งมาลี 花溆 รู้สึกเย็นร่มรื่นจนเข้าถึงกระดูก สองฝั่งน้ำเป็นหญ้าแห้งกระจับเฉาเข้าบรรยากาศของฤดูใบไม้ร่วง แม่เฒ่าเจี่ยสังเกตเห็นอาคารสะอาดตาบนที่โล่งแจ้งริมฝั่ง จึงถามว่า
“นี่เป็นเรือนของคุณหนูเซวีย (เป่าไช) ใช่หรือไม่”
ทุกคนตอบว่า “ใช่”
แม่เฒ่าเจี่ยสั่งให้เอาเรือเทียบฝั่งแล้วก้าวตามบันไดหินขึ้นไปบนตลิ่ง เดินเข้าไปในลานขิงหอม 蘅芜院 รู้สึกได้ถึงกลิ่นหอมประหลาดเตะจมูก พันธุ์ไม้เลื้อยหญ้าแปลกที่อากาศยิ่งเย็นยิ่งเขียวขจีกำลังออกผลดังมะเขือกลมแดงห้อยย้อยลงมาน่าชม
พอย่างเท้าเข้าในเรือนเหมือนเข้าถ้ำหิมะ ไม่มีเครื่องตกแต่งแต่อย่างใด มีเพียงโต๊ะตั้งแจกันดินเผาถู่ติ้ง 土定 ปักเบญจมาศไว้หลายกิ่ง หนังสือสองเล่ม กาและถ้วยน้ำชา เหนือเตียงมีมุ้งสีเขียว ฟูกและผ้าคลุมเตียงเรียบง่าย
แม่เฒ่าเจี่ยถอนหายใจว่า “เด็กคนนี้ก็เรียบง่ายเกินไป เจ้าไม่มีเครื่องตกแต่ง ไม่บอกน้าหญิงของเจ้า ข้าก็คิดไปไม่ถึง ข้าวของของเจ้าคงอยู่ที่บ้านไม่ได้ติดมาด้วย”
ว่าแล้วก็หันไปสั่งยวนยางให้ไปเอาพวกโบราณวัตถุมาไว้ตั้งประดับ แล้วตำหนิพี่เฟิ่งว่า
“ทำไมไม่ส่งของตกแต่งมาให้น้องบ้าง ไม่น่าใจแคบ”
หวางฮูหยินกับพี่เฟิ่งยิ้มตอบว่า “นางเองไม่ต้องการ พวกเราเคยส่งมาแล้ว นางส่งกลับมาหมด”
แม่น้าเซวียยิ้มว่า “ตอนอยู่ที่บ้าน นางก็ไม่นิยมของพวกนี้”
แม่เฒ่าเจี่ยส่ายหัวว่า
“นั่นใช้ไม่ได้ ถึงแม้จะไม่มากเรื่อง แต่หากญาติมาเยี่ยม มันก็ดูไม่ดี อีกอย่างเป็นคุณหนูวัยสาวอยู่เรือนสมถะเป็นเรื่องอัปรีย์ พวกเราผู้เฒ่ามิต้องไปอยู่ในคอกม้ากันหรอกหรือ พวกเจ้าเคยอ่านหนังสือดูงิ้วถึงหญิงสาวในห้องหอที่ประดับตกแต่งอย่างหรูหรา แม้พวกเจ้าพี่น้องไม่อยากเปรียบกับหญิงสาวพวกนั้น แต่ก็ไม่ควรสุดโต่งเกินไป มีของให้ใช้ ทำไมไม่ตกแต่ง หากรักความสมถะ ก็ประดับเพียงน้อยชิ้น
ข้าเป็นคนรู้จักแต่งเรือน เดี๋ยวนี้แก่แล้ว ไม่ค่อยมีอารมณ์คิดถึง สาวๆ พี่น้องนี่ควรหัดตกแต่งบ้าง มีของดีจะได้ไม่แต่งจนดูจืดชืดหรือรกตา ตอนนี้ข้าจะช่วยเจ้าตกแต่ง รับรองว่า ดูโอ่อ่าแต่ยังคงสมถะ ข้ามีของส่วนตัวอยู่สองชิ้นเก็บไว้ถึงเดี๋ยวนี้ไม่เคยให้เป่าวี่ดู ถ้าเขาเห็นเข้าคงไม่อยู่แล้ว”
ว่าแล้วก็เรียกยวนยางมาสั่งว่า
“เจ้าไปเอากระถางหินต้นไม้ดัด ฉากพับผ้ามุ้ง ยังมีกระถางติ่งหินสบู่สีหมึก สามสิ่งนี้ตั้งไว้บนโต๊ะก็พอแล้ว เอามุ้งไหมขาวภาพหมึกพู่กันนั่นมาเปลี่ยนแทนมุ้งนี้ด้วย”
ยวนยางรับคำแล้วยิ้มว่า “ของพวกนี้เก็บอยู่บนหอบูรพาแต่ไม่รู้ว่าหีบไหนต้องค่อยค่อยหา ไว้พรุ่งนี้ค่อยไปเอา”
แม่เฒ่าเจี่ยว่า “พรุ่งนี้มะรืนนี้ก็ได้ เพียงแต่อย่าลืม”
ตอนก่อนหน้า : ผ้าควันจาง
ตอนถัดไป : เกมบัญชาสุรา

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา