12 มี.ค. เวลา 09:48 • ข่าว

เรือที่ถูกยิงในตะวันออกกลาง เป็นเรือไทยหรืออินเดีย?

มีการตั้งคำถามจำนวนมากหลังข่าวเรือถูกโจมตีในตะวันออกกลางว่า
- เรือที่ถูกโจมตี เป็นเรือไทยหรืออินเดีย?
- ทำไม “เรือของบริษัทไทย” ถึงไปอยู่ในจุดเสี่ยงได้อย่างไร
- ทำไมอิหร่านถึงโจมตีเรือไทย ทั้งที่มีความสัมพันธ์ดีมายาวนาน?
เรือที่ถูกยิงในตะวันออกกลาง เป็นเรือไทยหรืออินเดีย?
เหตุการณ์วันที่ 11 มีนาคม 2026 ซึ่งมีรายงานว่า เรือสินค้าแล่นภายใต้ธงของ Thailand ชื่อว่า Mayuree Naree ถูกโจมตีขณะผ่านบริเวณ Strait of Hormuz ที่กำลังเดินทางไปยังท่าเรือในอินเดีย (Kandla)
ในเหตุการณ์นี้มีผู้คนต่างพากันตั้งคำถามใหญ่ๆ อยู่ 3 ประเด็น
คือ เรือที่ถูกโจมตี เป็นเรือไทยหรืออินเดีย?
จากที่เราค้นข้อมูลจาก Corpus X เรือที่ถูกกล่าวถึงเชื่อมโยงกับบริษัท พรีเชียส ชิพปิ้ง จำกัด (มหาชน) จดทะเบียนบริษัทวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2537 และมีทุนจดทะเบียนล่าสุด 1,559,291,862 บาท ลักษณะธุรกิจคือ การลงทุนในกิจการซึ่งดำเนินธุรกิจด้านการขนส่งสินค้าทางทะเล บริษัทในกลุ่มนี้มักมีเรือหลายลำที่วิ่งในเส้นทางโลก
จากข้อมูลนี้ บริษัทนี้เป็นบริษัทจดทะเบียนในประเทศไทย และดำเนินธุรกิจด้านการขนส่งสินค้าทางทะเล ที่มีอายุธุรกิจมากกว่า 30 ปี ดังนั้นในเชิงโครงสร้างธุรกิจ ถือว่าเป็นบริษัทไทย
ทำไม “เรือของบริษัทไทย” ถึงไปอยู่ในจุดเสี่ยงได้อย่างไร
เส้นทางดังกล่าวเป็นเส้นทางการค้าหลักของโลก ช่องแคบฮอร์มุซเป็นเส้นทางเดินเรือที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก เรือพาณิชย์จำนวนมากต้องผ่านเส้นทางนี้เพื่อขนส่ง น้ำมัน พลังงาน สินค้าโภคภัณฑ์ และวัถุดิบอุตสาหกรรม ดังนั้น เรือจากทุกประเทศทั่วโลกใช้เส้นทางนี้ ไม่ใช่เฉพาะประเทศใดประเทศหนึ่ง
ธุรกิจเดินเรือเป็นธุรกิจระหว่างประเทศ บริษัทไทยรับงานขนส่งสินค้าระหว่างท่าเรือต่างประเทศ ทำให้เรืออาจต้องผ่านพื้นที่เสี่ยงตามเส้นทางการค้า อีกทั้งเส้นทางเดินเรือมักถูกกำหนดตาม ต้นทุน เวลา และสัญญากับผู้ว่าจ้าง จึงไม่สามารถเปลี่ยนเส้นทางได้ทันทีเสมอไป
ทำไมอิหร่านถึงโจมตีเรือไทย ทั้งที่มีความสัมพันธ์ดีมายาวนาน?
จากคำแถลงของฝ่ายอิหร่านเอง ยอมรับว่าโจมตีเรือไทยจริงเนื่องจากไม่ปฏิบัติตามคำเตือน โดยอ้างว่าเหตุการณ์โจมตีหรือสกัดเรือในพื้นที่ไม่ได้ถูกระบุว่าเป็นการโจมตีประเทศใดประเทศหนึ่งโดยตรง แต่เป็นการปฏิบัติการที่อิหร่านอธิบายว่าเกิดจากการฝ่าฝืนคำเตือนในพื้นที่ควบคุมทางทะเล ท่ามกลางบริบทของความตึงเครียดทางทหารในภูมิภาคที่กำลังเพิ่มสูงขึ้น
มาดูจากการวิเคราะห์ของสื่อต่างประเทศสำนักข่าว Reuters ทำไมอิหร่านถึงโจมตีเรือไทย ทั้งที่ไทยไม่ได้เป็นศัตรูกับอิหร่าน พบว่า ไม่ได้เป็นการโจมตีไทยโดยตรง แต่เป็นผลจากยุทธศาสตร์ทางทหารและภูมิรัฐศาสตร์ในพื้นที่
1. เรือไทยกลายเป็น “เหยื่อในพื้นที่สงคราม”
ช่วงเวลาที่เกิดเหตุ ที่มีการโจมตีทางทหารตอบโต้ระหว่างอิหร่าน สหรัฐ และ อิสราเอล ทำให้การเดินเรือพาณิชย์ในพื้นที่กลายเป็นความเสี่ยงสูงมาก และเรือสินค้าไทย Mayuree Naree ก็ถูกโจมตีขณะเดินเรือผ่านเส้นทางเดียวกับเรือพาณิชย์จากหลายประเทศ เช่น ญี่ปุ่นและหมู่เกาะมาร์แชลล์ ซึ่งก็ถูกโจมตีเช่นกัน
ดังนั้นในมุมของนักวิเคราะห์ด้านความมั่นคง เหตุการณ์นี้จึงถูกมองว่าเป็น “การโจมตีเรือพาณิชย์ในพื้นที่สงคราม ไม่ใช่การโจมตีประเทศไทย”
2. อิหร่านใช้ช่องแคบนี้เป็นอีก 1 อาวุธ
อิหร่านแถลงการณ์เองว่า หากเรือลำใดบรรทุกน้ำมัน หรือมีความเกี่ยวข้องกับประเทศที่อิหร่านมองว่าเป็นฝ่ายตรงข้าม ก็อาจตกเป็นเป้าหมายได้ ซึ่งช่องแคบฮอร์มุซเป็นหนึ่งในเส้นทางเดินเรือที่สำคัญที่สุดของโลก นักวิเคราะห์ด้านความมั่นคงมองว่าอิหร่านใช้จุดนี้เป็นเครื่องมือทางการเมือง
ส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่ง ค่าประกันเรือเพิ่ม การค้าทางทะเลหยุดชะงัก ซึ่งกดดันให้ประเทศมหาอำนาจต้องเข้ามาเจรจา
ที่ผ่านมา อิหร่านเคยใช้วิธีลักษณะนี้หลายครั้ง ไม่ว่าจะเป็นการยึดเรือบรรทุกน้ำมันต่างชาติ ยิงโดรนหรือมิสไซล์ใส่เรือพาณิชย์ หรือวางทุ่นระเบิดในเส้นทางเดินเรือ เหตุผลหลักก็เพราะอิหร่านไม่สามารถเผชิญหน้ากับมหาอำนาจโดยตรงได้ง่าย จึงเลือกใช้วิธีโจมตีโครงสร้างสำคัญของเศรษฐกิจโลกอย่างพลังงาน การขนส่ง และการค้าทางทะเล เพื่อเพิ่มต้นทุนและแรงกดดันให้กับฝ่ายตรงข้ามแทน
3. ไทยไม่ได้เป็นเป้าหมายทางการเมือง นักวิเคราะห์ด้านภูมิรัฐศาสตร์จำนวนมากเห็นตรงกันว่า ไทยไม่มีข้อพิพาทกับอิหร่าน ไทยไม่ได้มีบทบาทในสงคราม และ ณ ขณะนี้ ความสัมพันธ์ไทย–อิหร่านโดยรวมยังถือว่าปกติ
ดังนั้นเหตุการณ์นี้จึงเป็นลักษณะของผลกระทบทางอ้อมของสงคราม เพราะไม่ใช่แค่เรือ Mayuree Naree เท่านั้นที่ถูกโจมตี แต่เรือหลายลำถูกโจมตีก็ในช่วงเวลาเดียวกัน ตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2569 เป็นต้นมา เช่น
• Mayuree Naree เรือสินค้าแห้งของไทย ถูกโจมตีจนเกิดไฟไหม้ในห้องเครื่อง
• ONE Majesty เรือคอนเทนเนอร์ของบริษัทญี่ปุ่นที่ได้รับความเสียหาย
• Star Gwyneth เรือเทกองที่ถูกโจมตีระหว่างผ่านเส้นทางเดียวกัน
• กลุ่มเรือ Skylight, MKD Vyom และ Stena Imperative ที่ถูกโจมตีช่วงต้นเดือนมีนาคม
• Hercules Star ซึ่งถูกโจมตีในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน
ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับเศรษฐกิจไทย
แม้เหตุการณ์จะเกิดไกลจากประเทศไทย แต่ก็อาจส่งผลต่อเศรษฐกิจได้หลายด้าน เช่น
1. ต้นทุนการเดินเรือสูงขึ้น จากค่าประกันภัยความเสี่ยงสงคราม (War Risk Insurance) และมาตรการด้านความปลอดภัย
2. ค่าระวางเรือและต้นทุนโลจิสติกส์อาจเพิ่มขึ้น หากต้องเปลี่ยนเส้นทางหรือเกิดความล่าช้าในการขนส่ง
3. ราคาสินค้าบางประเภทอาจผันผวน โดยเฉพาะพลังงานและวัตถุดิบอุตสาหกรรม
4. หุ้นของบริษัทเดินเรืออาจมีความผันผวนจากความกังวลของนักลงทุน
หากสถานการณ์ในภูมิภาครุนแรงขึ้น ผลกระทบอาจขยายไปถึงตลาดพลังงานและการค้าระหว่างประเทศ
เหตุการณ์เรือ Mayuree Naree ถูกโจมตีไม่ได้หมายความว่าไทยเป็นเป้าหมายทางการเมืองโดยตรง แต่สะท้อนให้เห็นว่าความขัดแย้งในภูมิภาคหนึ่งของโลกสามารถส่งผลกระทบต่อประเทศอื่น ๆ ที่อยู่ห่างออกไปได้เช่นกัน
ขอบคุณภาพจาก : กองทัพเรือ Naval Spokesperson
เขียนและเรียบเรียง : อัญชลินทร์ กลับสำโรง
#CorpusX #CorpusXDataAnalytics #Go30withCorpusX
#เรือสินค้าไทย #เรือมยุรีนารี #เรือสินค้าระหว่างประเทศ #MayureeNaree #มยุรีนารี #นิชิต้าชาห์
โฆษณา