12 มี.ค. เวลา 13:48 • ความคิดเห็น
เกิดมาพบธรรม ก็ศึกษา ปฏิบัติธรรม .ตามรอยของพระ .หากไม่นิสัยอดีตสะสมมา .ก็ไม่มองไม่เห็น .เส้นทางที่ช่วยเบาบางทุกข์ เพราะมีแต่กรรม มีแต่อารมณ์นึกคิด ปกปิดจิต .คิดว่า .ดีแล้ว ตนเองดีแล้ว .ก็อยู่กับที่อาศัยไปจนหมดลม
เรื่องราวที่ว่า เกิดมาได้ ออกจากท้องแม่ ก็ร้อง. กระเว้ๆๆ .ขอน้ำกินหน่อย นมกินหน่อย ก็ต้องอาศัย ผู้อนุเคราะห์ ป้อนน้ำป้อนนม ต้องเริ่มตน ..เรียนรู้กันใหม่ เกิดมาก็ช่วยเกลือตัวเอวไม่ได้ ต้องมีคนคอยช่วย ดูแล ช่วยปกป้อง ฉี่อึ .ไม่มีใครดู ก็เลอะเทอะเปรอะเปื้อน . ไม่มีใครอาบน้ำ ช่วยเหลือ สอนให้พูด . ก็คงพูดไม่ได้ .
พอโตมาหน่อย .ก็เรียน ๆ ไม่รู้เหมือนกันว่า ไปเรียนทำไม .ก็เริ่มเรียนไป .เรื่อยๆ เอ. เค้ามีอาชีพนั่น อาชีพนี้ .ทำมาหากินได้เงินทอง ก็มีคนพูดว่า เรียนไป ทำอาชีพนั้น จะมีรายได้ .มีเงินทองใช้ ก็เรียนไป . นั่น มันก็เรื่องราวภาระที่ต้องดูหล่อเลี้ยงสังขารกรรม ก็เรียกว่า วิชาของโลก. ทำไปๆ นานๆ มันก็เจ็บเฒ่าชราาตาย
คราวนี้ .ก็เรื่องการเข้าวัดทำบุญ สร้างกุศล ตอนแรก พระท่านก็ไม่ได้ สอนอะไรมากมาย ก็ทำไปทำไป ก็ทำไปตามเค้า .เอ. ทำไป ก็ชักสงสัย คนสมัยต้นพุทธกาล เข้าทำกราบพระทำบุญสร้างกุศลอย่างไร ก็มีเรื่องราว . พระท่านสอนวิธีกราบพระให้ วิธีทำบุญ สวดมนต์ ให้เอาจิต มากราบพระ .ท่านก็บอกวิธีให้ฝึกหัดทำ ฝึกหัดทำบุญ มีครั้งหนึ่ง ทำบุญกองสังฆทานเล็ก ใช้เวลา ตั้งแต่เริ่มต้น ..ไปจนจบ ใช้เวลาประมาณสองชั่วโมงครึ่ง ทำบุญแล้วก็รู้สึกอิ่มเอิมใจ กายเบา จิตเบา .อิ่มเอิบ
ก่อนจะทำบุญ กราบพระ สวดมนต์ .นั่งสมาธิ ฟังธรรม เสร็จแล้วก็ถึงมาถวายกอง สังฆทาน ถวายเสร็จ นั่งสมาธิ เอาวิญญาณหูมาฟังธรรมต่ออีกครึ่งชั่วโมง ถึงจะอุทิศกระจายบุญกุศล
คราวนี้ .ในการสร้างบุญกุศล ที่ต้องทำใจเย็น ทำช้าๆไม่รีบร้อน เอากิริยาดีมาทำบุญ . เราก็ได้เรียนรู้ เรื่องราวของบุญกุศล ที่ทำ บันทึกลงไปที่ธาตุทั้งสี่ ให้กายนั้นมีบุญ . พอกายมีบุญ .เราก็อาศัยแสงรัตนะ แสงของพระธรรม ช่วยกระจายบุญกุศล นั่นก็มีเรื่องราวของ หูทิพย์ตาทิพย์ เค้ามาอนุโมทนา เรื่องราวจิตวิญญาณเร่รอน มาอนุโมทนา .ทำบุญตอนเที่ยงๆ หมาก็หอน ไก่ก็ขัน ..เราดูว่า .มันผิดปกติน่ะเนี่ย
คราวนี้ .เราก็ได้ .ได้เรียนรู้จัก ที่ว่า.หูทิพย์ตาทิพย์ เค้ามาฟังธรรม มาอนุโมทนาบุญกันทำไม เค้าก็สุขสบาย .ทำไมต้ิงมาฟังธรรม มาดูมนุษย์สร้างบุญกุศล พระผู้ใหญ่ท่านบอกว่า ที่เค้ามากัน ก็เพรระว่า เมื่อสร้างบุญกุศลบารมี เกิดมีแสงสีรัตนะเกิดขึ้น ที่หูทิพย์ตาทิพย์ เค้าเห็น คนธรรพ์คนลับแล ก็มาร่วมอนุโมทนา บางที่พระท่านก็บอกว่า ทำกิริยาท่าทางดี กายนิ่ง จิตเฉย .อย่าไปทำ เอากิริยาท่าทางลุกลี้ลุกลนเหมือนลิงมาทำบุญ มันจะอายหูทิพย์ตาทิพย์เค้า
.เรื่องราวการทำบุญ สร้างบุญกุศล เกิดแสงรัตนะขึ้นมา หูทิพย์ตาทิพย์ ก็ตามแสงนั้นมาดู เค้าก็มาเรียนรู้ว่า มนุษย์นั่นทำอย่างไร จึงเกิดแสงรัตนะขึ้นมา .เค้าก็มาเรียนรู้ มาฟังธรรม เพื่อที่จดจำ บันทึกไปกับธาตุทั้งสี่จองเค้า เมื่อต้องมาเกิด .อาศัยกายมนุษย์ ก็ต้องมาเริ่มตนเรียนรู้ใหม่ สะสมกันใหม่ แต่สิ่งที่เค้าเรียนรู้จักสะสมมากับธาตุทั้งสี่ ก็จะไปช่วยเหลือจิตของเค้าช่วยสะกิด เห็นความสำคัญของการสร้างบุญกุศลบารมี เมื่อมีใครมาสะกิดให้สร้างบุญกุศลปฏิบัติธรรม เค้าก็สามารถ ไปทำต่อไปเรียนรู้ฝึกหัดต่อไปได้ .
นั่นก็ก็เป็นเรื่องราว สะสมสร้างบุญกุศล เราเคยฟังพระ ท่านว่า ชั้นดุสิตชั้นโพธิสัตว์ ก็ยังต้องเรียนรู้ศึกษา ไปจนชั้นดาวดึงส์ .ก็ยังต้องเรียนรู้ . เราก็เรียนรู้ของเราไปเลย .ก็นับว่าชาตินี้โชคดี ได้เรียนรู้เรื่องราวการสร้างบุญกุศลบารมี . หนีเวรกรรม ให้การเกิดมันน้อยลงไป .ไม่รู้ว่าชาติไหนจะยุติการเกิด .ก็ปัญญามันน้อยนิด ก็อาศัยพระท่านช่วยแนะนำฝึก ชี้ให้ทำ .
..เราเห็นว่า ดี เราก็ทำไป ฝึกหัด . มีอะไรบกพร่อง พระท่านก็ช่วย ชี้แจวเหตผล ให้ไปทบทวน ฝึกหัด .เหมือนหัดเด็กน้อยที่ออกมาจากท้องแม่ .ไม่รู้อะไรเลย เราก็ได้เห็นในความปรารถนาดี ความเมตตาของพระ ทีชี้..ให้ทำ .ทำอย่างนี้น่ะ .บางทีก็ .เอ .ทำไมต้องทำอย่างนี้ . แต่เราก็ไม่ได้ ไปต่อต้านฝืน .ก็พระท่านเป็นครู ..หากท่านไม่สอน เราก็ไม่ฝึกหัดทำตามท่าน .เหมือนที่ท่านเคยผ่านทุกข์มา แล้วเราจะรู้จักทุกข์ได้มั้ย เมื่อไม่รู้ทุกข์ อยู่กับทุกข์ไม่รู้จัก . มันก็แก้ไขทุกข์นั้นไม้ได้เลย
..พระท่านบอกว่า ..ปัญญามันยังไม่เกิด .เราก็แอบว่า เอ.เราก็มีปัญญา ไม่ใช่คนโง่นี่น่ะ เราก็มาทบทวน ดู . อ้อ..เร่ไม่ปัญญาจริง .ส่วนท่านนั่นมีปัญญา จึงพ้นทุกข์ ไม่ต้องกลับมาเกิดอีกแล้ว พอหันมามองดูตัวเอง .แหมอยู่ใกล้พระ ก็เหมือนอยู่ไกล เพราะไม่ยอมทำ ยอมที่จะฝึกหัดตัวเอง เดืนตามรอยท่านไป ง
โฆษณา